แนวโน้มอุบัติการณ์โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงก่อนและหลังโควิด-19
คำสำคัญ:
อุบัติการณ์, โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง, ก่อนการระบาดของโรคโควิด-19, ระหว่างการระบาดของโรคโควิด-19บทคัดย่อ
ความเป็นมา: การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่ออุบัติการณ์ของโรคเรื้อรังทั่วโลก โรงพยาบาลนครพนมจึงทำการศึกษาอุบัติการณ์ของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงก่อนและระหว่างการระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อทราบผลกระทบดังกล่าว และช่วยในการวางแผน การตั้งงบประมาณ และการกำหนดนโยบายของโรงพยาบาลนครพนม
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาแนวโน้มอัตราอุบัติการณ์ของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง และเปรียบเทียบอัตราอุบัติการณ์ของโรคทั้งสองก่อนและระหว่างการระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยอัตราส่วนอัตราอุบัติการณ์
วิธีวิจัย: สืบค้นผู้ป่วยรายใหม่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูงที่มารับบริการด้วยรหัสการวินิจฉัยโรค ฉบับ 10 คือ E10-E149 (โรคเบาหวาน) และ I10-I15 (โรคความดันโลหิตสูง) ในระหว่าง พ.ศ. 2561-2566 วิเคราะห์หาอัตราอุบัติการณ์ของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงโดยจำแนกตามเพศและกลุ่มอายุ และเปรียบเทียบอัตราอุบัติการณ์ของโรคทั้งสองก่อนและระหว่างการระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อศึกษาผลกระทบด้วยอัตราส่วนอัตราอุบัติการณ์
ผลการวิจัย: อัตราอุบัติการณ์ของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นระหว่างการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้งเพศชายและหญิง โดยในภาพรวมของทั้งสองเพศ พบอัตราอุบัติการณ์ของโรคเบาหวานสูงในกลุ่มอายุ 60-69.9 ปี และเพิ่มจาก 59 คนต่อแสนประชากร-ปีในช่วงก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 เป็น 145 คนต่อแสนประชากร-ปีในช่วงระหว่างการระบาดของโรคโควิด 19 คิดเป็นอัตราส่วนอัตราอุบัติการณ์เพิ่มเป็น 2.42 เท่า (95%CI = 2.23-2.64) ในช่วงระหว่างการระบาดของโรคโควิด-19 เทียบกับช่วงก่อนระบาดของโรคโควิด-19 ส่วนโรคความดันโลหิตสูงมีอัตราอุบัติการณ์สูงในกลุ่มอายุ 70-79.9 ปี และเพิ่มจาก 53 คนต่อแสนประชากร-ปีในช่วงก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 เป็น 161 คนต่อแสนประชากร-ปีในช่วงระหว่างการระบาดของโรคโควิด-19 คิดเป็นอัตราส่วนอัตราอุบัติการณ์เพิ่มเป็น 3.00 เท่า (95%CI = 2.75-3.28) ในช่วงระหว่างการระบาดของโรคโควิด-19 เทียบกับช่วงก่อนระบาดของโรคโควิด-19
สรุปผล: อัตราอุบัติการณ์ของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นระหว่างการระบาดของโรคโควิด-19
เอกสารอ้างอิง
Izzo R, Pacella D, Trimarco V, Manzi MV, Lombardi A, Piccinocchi R, et al. Incidence of type 2 diabetes before and during the covid-19 pandemic in Naples, Italy: a longitudinal cohort study. EClinicalMedicine. 2023;66:102345. doi: 10.1016/j.eclinm.2023.102345.
Mefford MT, Wei R, Lustigova E, Martin JP, Reynolds K. Incidence of diabetes among youth before and during the covid-19 pandemic. JAMA Network Open. 2023;6(9):e2334953. doi: 10.1001/jamanetworkopen.2023.34953.
Trimarco V, Izzo R, Pacella D, Trama U, Manzi MV, Lombardi A, et al. Incidence of new-onset hypertension before, during, and after the covid-19 pandemic: a 7-year longitudinal cohort study in a large population. BMC Med. 2024;22(1):127. doi: 10.1186/s12916-024-03328-9.
Tittel SR, Rosenbauer J, Kamrath C, Ziegler J, Reschke F, Hammersen J, et al. Did the COVID-19 lockdown affect the incidence of pediatric Type 1 diabetes in Germany? Diabetes Care. 2020;43(11):e172-3. doi: 10.2337/dc20-1633.
Stene LC, Ruiz PLD, Ljung R, Boas H, Gulseth HL, Pihlstrom N, et al. Type 1 diabetes risk and severity after SARS-CoV-2 infection or vaccination [preprint]. n.p.: medRxiv; 2024. doi: 10.1101/ 2024.07.03.24309894.
Martínez-Salazar B, Holwerda M, Stüdle C, Piragyte I, Mercader N, Engelhardt B, et al. COVID-19 and the vasculature: current aspects and long-term consequences. Front Cell Dev Biol. 2022;10:824851. doi: 10.3389/fcell.2022.824851.
Park AH, Zhong S, Yang H, Jeong J, Lee C. Impact of COVID-19 on physical activity: a rapid review. J Glob Health. 2022;12:05003. doi: 10.7189/jogh.12.05003.
Xiong J, Lipsitz O, Nasri F, Lui LMW, Gill H, Phanc L, et al. Impact of COVID-19 pandemic on mental health in the general population: a systematic review. J Affect Disord. 2020;277:55-64. doi: 10.1016/j.jad.2020.08.001.
Khalil-Khan A, Khan MA. The impact of COVID-19 on primary care: a scoping review. Cureus. 2023;15(1):e33241. doi: 10.7759/cureus.33241.
กรมควบคุมโรค. กองโรคไม่ติดต่อ. แผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อของประเทศไทย (พ.ศ. 2566-2570) [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2567 [สืบค้นเมื่อ 24 ต.ค. 2567]. สืบค้นจาก: https://ddc.moph.go.th/dncd/news.php?news=46335&deptcode=dncd&news_views=1603
อุทุมพร วงษ์ศิลป์, อาณัติ วรรณศรี. ต้นทุนการดูแลรักษาโรคเบาหวาน: กรณีศึกษาโรงพยาบาลทั่วไปในประเทศไทย. วารสารกรมการแพทย์ [อินเทอร์เน็ต]. 2561 [สืบค้นเมื่อ 15 มี.ค. 2568];43(6):45-9. สืบค้นจาก: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/JDMS/article/view/247674
ธัญญาพร เกิดศักดิ์ ณ แวงน้อย, สุรศักดิ์ ไชยสงค์, กฤษณี สระมุณี. ต้นทุนการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในโรงพยาบาลภูเขียวเฉลิมพระเกียรติ. วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน [อินเทอร์เน็ต]. 2560 [สืบค้นเมื่อ 15 มี.ค. 2568];13(ฉบับพิเศษ):382-94. สืบค้นจาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/IJPS/article/view/88555
อุทุมพร วงษ์ศิลป์, ภาสกร สวนเรือง, ตั้ว-ยู เฉิน. ต้นทุนการจัดบริการผู้ป่วยนอกโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มผู้สูงอายุของโรวพยาบาลชุมชน ประเทศไทย. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [สืบค้นเมื่อ 9 ส.ค. 2568];17(2):317-28. สืบค้นจาก: https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/5898
ณัฐธิดา ดีเพชร, สุรศักดิ์ ไชยสงค์, สุรัชดา ชนโสภณ. ต้นทุนในการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลยโสธร. วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน [อินเทอร์เน็ต]. 2560 [สืบค้นเมื่อ 9 ส.ค. 2568];13(ฉบับพิเศษ):332-42 สืบค้นจาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/IJPS/article/view/88586
Denzer C, Rosenbauer J, Klose D, Körner A, Reinehr T, Baechle C, et al. Is COVID-19 to blame? Trends of incidence and sex ratio in youth-onset Type 2 diabetes in Germany. Diabetes Care. 2023;46(7):1379-87. doi: 10.2337/dc22-2257.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล(ประเทศไทย)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความภายในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาลทั้งหมด รวมถึงรูปภาพประกอบ ตาราง เป็นลิขสิทธิ์ของสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) การนำเนื้อหา ข้อความหรือข้อคิดเห็น รูปภาพ ตาราง ของบทความไปจัดพิมพ์เผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการวารสาร (สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย)) อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) อนุญาตให้สามารถนำไฟล์บทความไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ต่อได้ โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอน (Creative Commons License: CC) โดย ต้องแสดงที่มาจากวารสาร – ไม่ใช้เพื่อการค้า – ห้ามแก้ไขดัดแปลง, Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) และบุคลากรในสมาคมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ

.png)