ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล เจตคติต่อวิชาชีพ ค่านิยมต่อวิชาชีพกับการปฏิบัติการพยาบาลเพื่อพิทักษ์สิทธิประโยชน์ผู้ป่วย ของของพยาบาลวิชาชีพ งานผู้ป่วยในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป เขต 2

Authors

  • รัชนี สินะสนธิ

Abstract

การศึกษาครั้งนี้วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล เจตคติต่อวิชาชีพ ค่านิยมต่อวิชาชีพ กับการปฏิบัติการพยาบาลเพื่อพิทักษ์สิทธิประโยชน์ผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพ งานกลุ่มผู้ป่วยในโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป เขต 2 กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลวิชาชีพงานผู้ป่วยใน จำนวน 304 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ผลการวิจัยพบว่าระดับเจตคติต่อวิชาชีพอยู่ในระดับปานกลาง ระดับค่านิยมต่อวิชาชีพอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนระดับการปฏิบัติการพยาบาลเพื่อพิทักษ์สิทธิประโยชน์ผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพอยู่ในระดับดี และเมื่อศึกษาถึงความสัมพันธ์พบว่า อายุ ประสบการณ์ การทำงาน การได้รับการศึกษาอบรมเกี่ยวกับสิทธิผู้ป่วย เจตคติต่อวิชาชีพ ค่านิยมต่อวิชาชีพมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการปฏิบัติการพยาบาลเพื่อพิทักษ์สิทธิประโยชน์ผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนระดับการศึกษาไม่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติการพยาบาลเพื่อพิทักษ์สิทธิประโยชน์ผู้ป่วยของพยาบาลวิชาชีพ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ที่ระดับ 0.05 ได้แก่ค่านิยม การได้รับการศึกษาอบรมเกี่ยวกับสิทธิผู้ป่วย และเจตคติต่อวิชาชีพ ซึ่งสามารถร่วมกันพยากรณ์ได้ร้อยละ 26.9 (R    =  0.269 )

คำสำคัญ : เจตคติต่อวิชาชีพ,ค่านิยมต่อวิชาชีพ,การปฏิบัติการพยาบาล,สิทธิผู้ป่วย

Downloads

Download data is not yet available.

Downloads

How to Cite

1.
สินะสนธิ ร. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล เจตคติต่อวิชาชีพ ค่านิยมต่อวิชาชีพกับการปฏิบัติการพยาบาลเพื่อพิทักษ์สิทธิประโยชน์ผู้ป่วย ของของพยาบาลวิชาชีพ งานผู้ป่วยในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป เขต 2. TJNC [Internet]. 2012 Aug. 7 [cited 2023 Feb. 9];15(1):1. Available from: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TJONC/article/view/2224

Issue

Section

บทความวิชาการ