ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล

  • แสงเดือน กันทะขู้
  • วรรัตน์ โพธิ
  • ปนัดดา อินทรลาวัณย์
  • สายพิณ เกษมกิจวัฒนา
Keywords: การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน/ การรับรู้ภาวะสุขภาพ / การเผชิญกับปัญหา/ ภาวะซึมเศร้า/ ความวิตกกังวล, acute coronary syndrome, daily routine performance, illness perception, stress coping, depression, anxiety

Abstract

บทคัดย่อ

                       วัตถุประสงค์ของการวิจัย:  เพื่อศึกษาการรับรู้ภาวะสุขภาพ การจัดการกับปัญหา ภาวะซึมเศร้า และความวิตกกังวลต่อความสามารถการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันในระยะ 3 และ 6 เดือนหลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล

                       การออกแบบวิจัย: การวิจัยเชิงทำนาย

                       การดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันจำนวน 100 คน ที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามการรับรู้เกี่ยวกับความเจ็บป่วย แบบสอบถามการเผชิญความเครียด แบบประเมินสภาวะอารมณ์เศร้า แบบประเมินความวิตกกังวล และแบบประเมินความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน

ผลการวิจัย: พบว่า ภาวะซึมเศร้าสามารถทำนายการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันในผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล 3 เดือน ได้ร้อยละ 9.1  ภาวะซึมเศร้าและการจัดการกับปัญหาสามารถทำนายความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันหลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล 6 เดือนได้ร้อยละ17.3

                ข้อเสนอแนะ: บุคลากรสุขภาพควรส่งเสริมการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหลังจำหน่ายโดยป้องกันการเกิดภาวะซึมเศร้าและส่งเสริมการจัดการกับปัญหาที่เหมาะสม

Abstract:

Objective: To study how the factors of illness perception, stress coping, depression and anxiety affected acute coronary syndrome patients’ performance of their daily routines 3 and 6 months after discharge.

Design: Correlation research.

Implementation: The subjects were 100 post-discharge acute coronary syndrome patients being treated in a tertiary hospital in Chiang Rai Province.  The instruments used to collect data were (i) a Personal Information Questionnaire; (ii) a revised Illness Perception Questionnaire; (iii) Jalowiec Coping Scale; (iv) the Self-Rate Anxiety Scale; (v) the Depression Inventory; and (vi) Duke Activity Status Index.  The data were analysed using Descriptive Statistics, Pearson’s Correlation Coefficients and Multiple Regression.

Results: Depression was a factor that predicted daily routine performance of 9.1 percent of the acute coronary syndrome patients 3 months after discharge.  Depression and stress coping combined were a factor that predicted daily routine performance of 17.3 percent of the acute coronary syndrome patients 6 months after discharge.

Recommendations: Nurses caring for this group of patients are advised to encourage the patients to adopt a proper stress-coping and depression-reducing means, to help them become more able to perform their daily routines.

Downloads

Download data is not yet available.
Published
2014-09-22
How to Cite
1.
กันทะขู้แ, โพธิว, อินทรลาวัณย์ป, เกษมกิจวัฒนาส. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล. TJNC [Internet]. 2014Sep.22 [cited 2020Sep.23];29(3):92-103. Available from: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TJONC/article/view/27081