การวิจัยคลินิกแบบสุ่มนำร่องเรื่องผลของการให้อาหารทางการแพทย์ที่มีผลต่อภูมิคุ้มกัน ในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ที่เข้ารับยาเคมีบำบัดแบบประคับประคอง

ผู้แต่ง

  • รุ้งประกาย อินจอง หน่วยมะเร็งวิทยา, ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ณิชา สมหล่อ หน่วยโภชนาการคลินิก, ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ธนะภูมิ รัตนานุพงศ์ ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ณัฏยา ตียพันธ์ หน่วยมะเร็งวิทยา, ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วิโรจน์ ศรีอุฬารพงษ์ หน่วยมะเร็งวิทยา, ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สืบพงศ์ ธนสารวิมล หน่วยมะเร็งวิทยา, ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • นภา ปริญญานิติกูล หน่วยมะเร็งวิทยา, ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คำสำคัญ:

อาหารทางการแพทย์ที่มีผลต่อภูมิคุ้มกัน, ภาวะเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโตรฟิลต่ำจากยาเคมีบำบัด, มะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะแพร่กระจาย

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบผลการให้อาหารทางการแพทย์ที่มีผลต่อภูมิคุ้มกันกับอาหารทางการแพทย์สูตรมาตรฐานกับการเกิดภาวะเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโตรฟิลต่ำจากยาเคมีบำบัดตั้งแต่เกรด 2-4 ในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะแพร่กระจาย

วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาแบบสุ่ม ณ โรงพยาบาลเดียว ปกปิดทั้งสองด้าน ในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะแพร่ กระจายที่ได้รับยาเคมีบำบัดแบบประคับประคอง ผู้ป่วยถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่มแบบ 1:1 เพื่อเข้ารับอาหารทางการแพทย์สูตรมาตรฐาน (ONS-SF; กลุ่มควบคุม) และ อาหารทางการแพทย์ที่มีผลต่อภูมิคุ้มกัน (ONS-IM; กลุ่มทดลอง) ที่มีพลังงาน 500 กิโลแคลอรีต่อวัน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ตัวชี้วัดหลัก คือ ภาวะเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโตรฟิลต่ำจากยาเคมีบำบัดตั้งแต่เกรด 2-4 ตัวชี้วัดรอง เช่น การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักตัว มวลกล้ามเนื้อ ประเมินภาวะทุพโภชนาการโดยใช้คะแนน PG-SGA ตัวบ่งชี้การอักเสบ และผลข้างเคียงระบบเลือดและอื่นๆ ซึ่งทำการประเมินที่เริ่มต้นได้รับยาเคมีบำบัดและที่ 12 สัปดาห์หลังได้รับยาเคมีบำบัด

ผลการศึกษา: ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 ถึงเมษายน 2565 ผู้ป่วยทั้งหมด 50 รายได้รับการสุ่ม (24 ในกลุ่ม ONS-IM vs 26 ในกลุ่ม ONS-SF ตามลำดับ) ผู้ป่วยทั้งหมดเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะแพร่กระจาย โดย 24 ใน 50 รายเป็นเพศชาย (48%), อายุเฉลี่ย 65.8 ปี, PG-SGA ≥ 9 คิดเป็นร้อยละ 60 ซึ่งข้อมูลพื้นฐานของทั้งสองกลุ่มประชากรไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ พบการเกิดภาวะเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโตรฟิลต่ำจากยาเคมีบำบัดตั้งแต่เกรด 2-4 ในกลุ่ม ONS-IM น้อยกว่าในกลุ่ม ONS-SF (ร้อยละ 16.7 เทียบกับ ร้อยละ 42.3; p = 0.067) ส่วนคะแนนเฉลี่ย PG-SGA ในกลุ่ม ONS-IM มีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นมากกว่ากลุ่ม ONS-SF แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (6.70 vs 4.72, p = 0.05) นอกจากนี้ค่า body fat mass (BFM) และระดับร้อยละของ CD3 ก็มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในกลุ่ม ONS-IM เมื่อเทียบกับกลุ่ม ONS-SF

สรุปผลการศึกษา: ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะแพร่กระจายที่ได้รับอาหารทางการแพทย์ที่มีผลต่อภูมิคุ้มกัน พบว่ามีแนวโน้มการเกิดภาวะเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโตรฟิลต่ำจากยาเคมีบำบัดตั้งแต่เกรด 2-4 น้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับอาหารทางการแพทย์สูตรมาตรฐาน รวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของภาวะโภชนาการและตัวบ่งชี้การอักเสบ

Trial registration the trial was prospectively registered at TCTR as TCTR20210723001 (July/23/2021)

เอกสารอ้างอิง

Yu K, Zheng X, Wang G, Liu M, Li Y, Yu P, et al. Immunonutrition vs standard nutrition for cancer patients: a systematic review and metaanalysis (Part 1). JPEN J Parenter Enteral Nutr. 2020;44(5):742–767.

Arends J, Bachmann P, Baracos V, Barthelemy N, Bertz H, Bozzetti F, et al. ESPEN guidelines on nutrition in cancer patients. Clin Nutr. 2017;36(1):11-48.

Prieto I, Montemuio S, Luna J, de Torres MV, Amaya E. The role of immunonutritional support in cancer treatment: current evidence. Clin Nutr. 2017;36(6):1457-64.

Chitapanarux I. Randomized study of nutritional status and treatment toxicities of oral arginine, glutamine, and omega-3 fatty acids during concurrent chemoradiotherapy for patients with head and neck cancer. Funct Foods Health Dis. 2016;6(3):121-32.

Kim JM, Sung MK. The efficacy of oral nutritional intervention in malnourished cancer patients: a systemic review. Clin Nutr Res. 2016;5(4):219-36.

Isenring E, Bauer J, Capra S. The scored patient-generated subjective global assessment (PG-SGA) scored and its association with quality of life in ambulatory patients receiving radiotherapy. Eur J Clin Nutr. 2003;57(2):305-9.

dos Santos AF, Lira LLF, Braga GN, Frota MTB, Correa RdGCF, da Costa Chein MB. Association between early application patient-generated subjective global assessment and survival in cancer patients. Nutr Hosp. 2019;36(1):103-108.

Chitapanarux I, Traisathit P, Chitapanarux T, Jiratrachu R, Chottaweesak P, Chakrabandhu S, et al. Supplementation of arginine, glutamine and fish oil in cancer patients treated with concurrent chemoradiotherapy: a randomized control study. Curr Probl Cancer. 2020;44(1):100482.

Kim SH, Lee SM, Jeung HC, Lee IJ, Park JS, Song M, et al. The effect of nutrition intervention with oral nutritional supplements on pancreatic and bile duct cancer patients undergoing chemotherapy. Nutrients. 2019;11(5):1145.

Talvas J, Garrait G, GoncalvesMendes N, Rouanet J, VergnaudGauduchon J, Kwiatkowski F, et al. Immunonutrition stimulates immune functions and antioxidant defense capacities of leukocytes in patients with head & neck cancer treated with radiochemotherapy and esophageal cancer: a doubleblind randomized clinical trial. Clin Nutr. 2015;34(5):810-7.

Zitarska M, Krawczyk-Lipiec J, Kraj L, Zaucha R, Magorzewicz S. Chemotherapy-related toxicity, nutritional status, and quality of life in precachectic oncologic patients with or without high protein nutritional support: a prospective randomized study. Nutrients. 2017;9(10):1108.

Sunpaweravong S, Puttawibul P, Ruangsin S, Laohawiriyakamol S, Sunpaweravong P, Sangthawan D, et al. Randomized study of the anti-inflammatory and immunomodulatory effects of enteral immunonutrition during concurrent chemoradiotherapy for esophageal cancer. Nutr Cancer. 2014;66(1):1-5.

เผยแพร่แล้ว

2026-06-17

รูปแบบการอ้างอิง

อินจอง ร. ., สมหล่อ ณ. ., รัตนานุพงศ์ ธ. ., ตียพันธ์ ณ. ., ศรีอุฬารพงษ์ ว. ., ธนสารวิมล ส. ., & ปริญญานิติกูล น. . (2026). การวิจัยคลินิกแบบสุ่มนำร่องเรื่องผลของการให้อาหารทางการแพทย์ที่มีผลต่อภูมิคุ้มกัน ในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ที่เข้ารับยาเคมีบำบัดแบบประคับประคอง. Thai JPEN วารสารโภชนบำบัด, 34(1), 50–63. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThaiJPEN/article/view/274555

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย