ผลของโปรแกรมสร้างเสริมความสามารถแห่งตนต่อพฤติกรรมการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กของผู้สูงอายุ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมสร้างเสริมความสามารถแห่งตนต่อพฤติกรรมการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ของผู้สูงอายุในอำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง (Quasi - experimental Research) ชนิดสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังทดลอง (Two group pre - post test) ดำเนินการวิจัยตั้งแต่เดือนสิงหาคม ถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2567 กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้สูงอายุ 44 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 22 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมสร้างเสริมความสามารถแห่งตน ประกอบด้วย 6 กิจกรรม ได้แก่ 1) กิจกรรมเสริมสร้างความรู้เรื่องการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก 2) กิจกรรมการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก 3) กิจกรรมผลกระทบต่อสุขภาพ 4) กิจกรรมเฝ้าระวังและตรวจสอบติดตามปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก 5) กิจกรรมเพื่อนเตือนเพื่อน 6) กิจกรรมข่าวจริงหรือข่าวปลอม ใช้ระยะเวลา 8 สัปดาห์ กลุ่มควบคุมดำเนินกิจกรรมในชมรมผู้สูงอายุตามปกติ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา การเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ย (Different : Delta 𝞓) สถิติ Mann-Whitney U test และสถิติ Wilcoxon signed rank test ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังได้รับโปรแกรมฯ กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรู้ (p<0.001,Δ = +1.46) ทัศนคติ (p<0.001,Δ = +5.91) และพฤติกรรม (p<0.001,Δ = +5.05) สูงกว่าก่อนการทดลอง และสูงกว่ากลุ่มควบคุม ส่งผลให้กลุ่มทดลองสามารถปฏิบัติตนเพื่อป้องกันตนเองได้อย่างถูกต้องเมื่อปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กมีค่าเกินมาตรฐาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงว่าโปรแกรมสร้างเสริมความสามารถแห่งตนมีผลต่อการเพิ่มพฤติกรรมการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กในผู้สูงอายุอย่างชัดเจน
ข้อเสนอแนะ คือ ควรนำโปรแกรมนี้ไปประยุกต์ใช้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงอื่น ๆ เช่น กลุ่มเปราะบางในพื้นที่เสี่ยงมลพิษ ตลอดจนการบูรณาการเข้ากับกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพของหน่วยงานในพื้นที่เสี่ยงเพื่อเสริมสร้างความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการป้องกันฝุ่นละอองในระดับชุมชนต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมมลพิษ. ข้อมูลดัชนีคุณภาพอากาศ [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: กรมควบคุมมลพิษ; 2567 [สืบค้นเมื่อ 27 ต.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: http://air4thai.pcd.go.th
Health Data Service Center. Health Data Service Center [Internet]. 2025 [cited 2025 Oct 27]. Available from: https://hdcservice.moph.go.th/hdc/main/index_pk.php
เกษวรางค์ ลีลาสิทธิกุล. ผลกระทบของฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ต่อสุขภาพของประชาชนกลุ่มเสี่ยง. วารสารสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม. 2561;41(3):45-56.
Bandura A. Self-efficacy: toward a unifying theory of behavioral change. Psychol Rev. 1977;84(2):191-215. doi:10.1037/0033-295X.84.2.191.
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2565 [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย; 2566 [สืบค้นเมื่อ 27 ต.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://thaitgri.org
อรุณ จิรวัฒน์กุล. สถิติทางวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์; 2553.
วีระยุทธ์ พรพจน์ธนมาศ. การศึกษาเปรียบเทียบการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของเครื่องมือวิจัยด้วยเทคนิค IOC,CVR และ CVI. รังสิตสารสนเทศ. 2022;28(1):169-192.
ปราณี มีหาญพงษ์, กรรณิการ์ ฉัตรดอกไม้ไพร. การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวิจัยทางการพยาบาล. วารสาร
พยาบาลทหารบก. 2018;19(1):9-15.
กฤษณ์วรท จันทร์ศรี, ธนกฤต กลึงผล, ณัฐพล วิสุวงษ์, ทฤฒมน ศุภะผ่องศรี. การรับรู้และพฤติกรรมป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กของประชาชน: กรณีศึกษา บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาชีพสุขศึกษา. 2020;35(1):41-55.
ญาณิศา พึ่งเกตุ. ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับฝุ่นละอองขนาดเล็กของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในเขตกรุงเทพมหานคร [วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ; 2023.
นิภา มหารัชพงศ์, ยุวดี รอดจากภัย, สุนิศา แสงจันทร์. การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพเกี่ยวกับการป้องกันตนเองเพื่อลดการรับสัมผัสมลพิษของแรงงานในเขตควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง. ชลบุรี: คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา; 2018.
ศิริลักษณ์ เจริญรัมย์, วิสาขา ภู่จินดา. ทัศนคติของประชาชนต่อแนวทางการแก้ไขฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน กรุงเทพมหานคร. วารสารวิจัยรำไพพรรณี. 2021;15(2):70-78.
Jainontee K, Pongkiatkul P, Wang YL, Weng RJF, Lu YT, Wang TS, et al. Strategy design of PM2.5 controlling for Northern Thailand. Aerosol Air Qual Res. 2023;23(6):220432. doi:10.4209/aaqr.220432.
สมบัติ กาวิลเครือ. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู้สูงอายุ. วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์. 2017;7(3):161-173.
อภิชา น้อมศิริ, วิศรี วายุรกุล, อลิสสา รัตนตะวัน. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรด้านความเชื่อของบุคคลกับพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการได้รับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ของผู้สูงอายุในเขตพื้นที่เสี่ยง. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2024;9(6):307-317.
Xiong L, Li J, Xia T, Hu X, Wang Y, Sun M, et al. Risk reduction behaviors regarding PM2.5 exposure among outdoor exercisers in the Nanjing metropolitan area, China. Int J Environ Res Public Health. 2018;15(8):1728. doi:10.3390/ijerph15081728
อัญชลี งามจันทราทิพย์, วิญญ์ทัญญู บุญทัน, กมลทิพย์ ขลังธรรมเนียม. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการสัมผัสฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนของผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล. 2025;31(1):84-100.
Rosenstock IM. Why people use health services. Milbank Mem Fund Q. 1966;44(3 Suppl):94-127.