การใช้ผิวหนังสังเคราะห์ Pore skin รักษาภาวะรูหูชั้นนอกตีบตันเรื้อรัง : กรณีศึกษาผู้ป่วยย้อนหลัง

Main Article Content

ภาคภูมิ สุปิยพันธุ์
ถนอม บรรณประเสริฐ
สุวิสาข์ เทศสวัสดิ์วงศ์

บทคัดย่อ

Abstract :


มูลเหตุที่ต้องทำวิจัย


การทำ canaloplasty เพื่อการรักษาภาวะรูหูชั้นนอกตีบตันเรื้อรังจากพังผืดรักษายากมาก เนื่องจากมีการเกิดซ้ำ ของพังผืดใหม่ได้สูง ผิวหนังสังเคราะห์มีคุณสมบัติช่วยลดการเกิดใหม่ของพังผืดได้ ผู้วิจัยจึงนำผิวหนังสังเคราะห์ที่ผลิต โดยคณะวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Pore Skin) มาใช้เพื่อลดพังผืดดังกล่าว


วัตถุประสงค์การวิจัย รวบรวมข้อมูลผู้ป่วยทั้งหมดที่เคยได้รับการผ่าตัดรักษา ภาวะรูหูตีบตันจากพังผืดโดยใช้แสงเลเซอร์ร่วมกับ Pore Skin เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์และโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้


สถานที่ทำวิจัย ฝ่ายโสต ศอ นาสิกวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ลักษณะการวิจัย ศึกษาย้อนหลังผู้ป่วยทั้งหมดที่ทำผ่าตัด canaloplasty โดยคณะผู้วิจัยทั้งหมด ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2552 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2553 ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์


วิธีการศึกษา เป็นกรณีศึกษาย้อนหลังผู้ป่วยที่มีรูหูตีบตันมานาน รวมทั้งหมด 7 ราย (8 หู) ที่ทำการผ่าตัด canaloplasty วิธีใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยวิธีพรรณนาผู้ป่วยแต่ละรายโดยละเอียด และวิเคราะห์ผลจากการผ่าตัด


ผลการศึกษา ผู้ป่วยรูหูตีบตันจากพังผืดทั้งหมด ที่รายงานเป็นเพศหญิงอายุเฉลี่ย 41.7 ปี เป็นหูขวา 5 หู หูซ้าย 3 หู (ผู้ป่วย 1 รายเป็นทั้ง 2 ข้าง) ผู้ป่วยทุกรายมีประวัติการสูญเสียการได้ยินเฉลี่ยนาน 6 ปี ผู้ป่วย 3 รายมีอาการปวดหู และ/หรือน้ำ หนวกไหล ร่วมด้วย


ปัจจัยที่ทำ ให้เกิดภาวะรูหูตีบตันจากพังผืดในรายงานนี้ที่สำคัญ ได้แก่ การผ่าตัดซ่อมแซมเยื่อแก้วหูจำ นวน 5 หู (ร้อยละ 62.5) การใส่ท่อระบายที่แก้วหู 1 ราย และ การอักเสบของรูหู 2 ราย


ผลของการผ่าตัด พบว่ารูหูกว้างขึ้นทุกราย แต่มักจะมี blunting anterior sulcus ร่วมด้วยเสมอ รวมทั้งมี 1 ราย ที่มีพังผืดเกิดขึ้นใหม่เป็นแบบ bullet shape ในด้านการได้ยินนั้น มีการได้ยินดีขึ้น (air-bone gap แคบลง) 6 ราย (ร้อยละ 75) และมีการได้ยินลดลง (air-bone gap กว้างขึ้น) 2 ราย (ร้อยละ 25) โดยเฉพาะมีหูที่มี air-bone gap น้อยกว่า 15 dB ถึง 5 หู (ร้อยละ 62.5) ซึ่งถือว่ามีการได้ยินที่ใช้งานได้


โรคแทรกซ้อนของการผ่าตัดนี้ ได้แก่ เยื่อแก้วหูทะลุจากแสงเลเซอร์ 2 หู (ร้อยละ 25) และมีการอักเสบของ ผิวหนังที่ปลูกถ่ายไว้ ทำ ให้ผิวหนังตายลง 4 ราย (ร้อยละ 50) ซึ่งเมื่อการติดเชื้อหายดีแล้ว ได้นำผิวหนังมาปลูกซ้ำ ใหม่ และหายดี


สรุป


การผ่าตัดแก้ไขภาวะรูหูตีบตันด้วยแสงเลเซอร์และผิวหนังสังเคราะห์ โดยนวัตกรรมวิศวกรรมเนื้อเยื่อ ได้ผลดี อย่างน้อยร้อยละ 75 ในด้านการเพิ่มการได้ยิน และความกว้างของรูหู รายงานนี้เป็นรายงานเบื้องต้น และยังเป็น learning curve ของการผ่าตัดนี้ จึงยังมีสิ่งที่จะต้องศึกษาเพิ่มเติมอีกมาก


 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สุปิยพันธุ์ ภ., บรรณประเสริฐ ถ. ., & เทศสวัสดิ์วงศ์ ส. . (2020). การใช้ผิวหนังสังเคราะห์ Pore skin รักษาภาวะรูหูชั้นนอกตีบตันเรื้อรัง : กรณีศึกษาผู้ป่วยย้อนหลัง. วารสารหู คอ จมูก และใบหน้า, 14(1), 52–64. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/rcotJ/article/view/245479
ประเภทบทความ
Reseach Articles