การศึกษามูลค่า รายการ และปริมาณของยาเหลือใช้ในผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง: พื้นที่รับผิดชอบของศูนย์สุขภาพชุมชนร่วมใจ อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก

ผู้แต่ง

  • ปิยธิดา ธิกันทา วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธรจังหวัดพิษณุโลก คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • ญาณิกา เปอะปิน วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธรจังหวัดพิษณุโลก คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • อรพินธุ์ เพียรรุ่งเรือง คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น

คำสำคัญ:

มูลค่า , รายการยา, ปริมาณยาเหลือใช้, โรคเรื้อรัง

บทคัดย่อ

                การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา มูลค่า รายการ และปริมาณของยาเหลือใช้ในผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง พื้นที่รับผิดชอบของศูนย์สุขภาพชุมชนร่วมใจ อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง จำนวน 273 คน เก็บข้อมูลระหว่าง พฤศจิกายน-ธันวาคม 2565 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็น แบบสอบถาม 2 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป และส่วนที่ 2 แบบสอบถามมูลค่ารายการและปริมาณของยาเหลือใช้ในผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง โดยผลการตรวจสอบคุณภาพของแบบสอบถามทั้งชุดมีค่าความตรงเท่ากับ 0.86 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณณา ประกอบด้วย ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ

               ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 56.4 อายุ 61 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 36.3 อาศัยอยู่หมู่ 11 คิดเป็นร้อยละ 31.1 ระดับการศึกษา พบว่าต่ำกว่าหรือเท่ากับประถมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 52.4  การรักษาเป็นสิทธิบัตรทอง มีจำนวน คิดเป็นร้อยละ 68.9  โรคร่วมมีโรค 1 โรค คิดเป็นร้อยละ 49.8 การอ่านฉลากได้ คิดเป็นร้อยละ 80.6 สาเหตุยาเหลือใช้ผู้ป่วยลืมรับประทานยามีจำนวนมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 46.9 กลุ่มตัวอย่างที่มียาเหลือใช้ จำนวน 21 รายการ คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งหมด 10,932 บาท โดยมีมูลค่าเฉลี่ยคิดเป็น 40.04 บาทต่อราย ข้อค้นพบที่สำคัญพบว่า มูลค่ายาเหลือใช้ 3 อันดับแรก ที่มีมูลค่ามากที่สุด ได้แก่ Amlodipine (มูลค่า 3,428 บาท) Simvastatin (มูลค่า 1,563 บาท) และ Losartan (มูลค่า 1,281 บาท) ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่ารายการของยาเหลือใช้ 3 อันดับแรก ที่มีปริมาณเหลือมากที่สุด ได้แก่ Amlodipine (2,617 เม็ด) Metformin (2,084 เม็ด)  และ Simvastatin (2,083 เม็ด) ตามลำดับ

เอกสารอ้างอิง

ช่อทิพย์ จันทรา และ จินดา ม่วงแก่น. (2562). การศึกษาสาเหตุการนำยาเหลือใช้มาคืนของผู้ป่วยสูงอายุโรคเรื้อรังที่มารับบริการ ณ ศูนย์สุขภาพชุมชนร่วมใจ อำเภอวังทอง. ใน การประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 11 (หน้า 1957–1967). มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.

ปรารถนา กุลชูศักดิ์. (2565). การศึกษาปัญหายาเหลือใช้ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน คลินิกโรคเรื้อรังโรงพยาบาลบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ. ชัยภูมิเวชสาร, 42(1), 66–74.

พรรณี ทรัพย์พานิช. (2564). ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมียาเหลือใช้ของผู้ป่วยโรคเรื้อรังในศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยนวัตกรรมการพัฒนาและสุขภาพ, 2(3), 111–123.

ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา. (2567). รายงานสถานการณ์ยาเหลือใช้และข้อเสนอเชิงนโยบาย. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา.

สุภาภรณ์ คำเรืองฤทธิ์. (2567). การศึกษาสถานการณ์ยาเหลือใช้ในผู้ป่วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ณโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเขาทอง จังหวัดนครสวรรค์. ใน รายงานวิจัยโครงการ“การแก้ปัญหายาเหลือใช้ในผู้ป่วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง”. สำนักสารสนเทศ SDGs มหาวิทยาลัยมหิดล.

สำนักยาและเวชภัณฑ์ สปสช. (2560). ผู้ป่วยกว่า 40% มีปัญหาใช้ยาไม่ถูกต้อง ส่งผลประเทศสูญงบประมาณกว่า 2,300 ล้านบาท. สืบค้นจาก Hfocus.org: https://www.hfocus.org

Makki, M., Hassali, M. A., Awaisu, A., & Hashmi, F. (2019). The prevalence of unused medications in homes: A systematic review. Pharmacy (Basel), 7(2), 61.

World Health Organization. (2019a). Medication without harm: WHO global patient safety challenge. Geneva: World Health Organization.

World Health Organization. (2023). Medication without harm: Policy brief. Geneva: World Health Organization.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-10-15

รูปแบบการอ้างอิง

ธิกันทา ป. ., เปอะปิน ญ. ., & เพียรรุ่งเรือง อ. . . (2025). การศึกษามูลค่า รายการ และปริมาณของยาเหลือใช้ในผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง: พื้นที่รับผิดชอบของศูนย์สุขภาพชุมชนร่วมใจ อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก. วารสารสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 8(3), 42–53. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tjph/article/view/274374

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย