รูปแบบการจัดการศึกษาอย่างมีส่วนร่วมโดยใช้ระบบครอบครัวเสมือน เพื่อสร้างอัตลักษณ์จิตบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี สถาบันพระบรมราชชนก

ผู้แต่ง

  • ประเสริฐ อัตโตหิ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดชลบุรี
  • ธีระพงษ์ อาญาเมือง วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดชลบุรี
  • พัชรี ประทุมแย้ม วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี
  • จิราภรณ์ โยวทิตย์ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี
  • ปิยะนุช ทิมคร วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี
  • จุฬาลักษณ์ ประเสริฐกุล วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี

บทคัดย่อ

          การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาอย่างมีส่วนร่วม  โดยใช้ระบบครอบครัวเสมือน เพื่อพัฒนาอัตลักษณ์จิตบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี สถาบันพระบรมราชชนก และ 2) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการศึกษาอย่างมีส่วนร่วม  โดยใช้ระบบครอบครัวเสมือน เพื่อพัฒนาอัตลักษณ์จิตบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี สถาบันพระบรมราชชนก กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วยนักศึกษาและอาจารย์วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี และชุมชน จำนวน 115 คน ดำเนินการวิจัยระหว่างปี พ.ศ. 2557 – 2560 แบ่งออกเป็น 5 ระยะ 10 ขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์ แบบประเมิน แบบถอดบทเรียน

       ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการจัดการศึกษาอย่างมีส่วนร่วม  โดยใช้ระบบครอบครัวเสมือนเพื่อพัฒนาอัตลักษณ์ จิตบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร  จังหวัดปราจีนบุรี สถาบันพระบรมราชชนก ประกอบด้วย หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการ  การประเมินผล และปัจจัยสนับสนุน โดยขั้นตอนของรูปแบบมี 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 สร้างสรรค์วิสัยทัศน์ ขั้นตอนที่ 2 พัฒนาการมีส่วนร่วม และขั้นตอนที่ 3 รวมใจจัดการศึกษา นอกจากนี้ผลจากการใช้รูปแบบยังพบว่า ภายหลังการใช้รูปแบบนักศึกษามีจิตบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์และทักษะการสร้างสรรค์นวัตกรรมสูงขึ้น

เอกสารอ้างอิง

1. Sinpeng D. Learning society development: Student centered teaching and learning process. Bangkok. Chulalongkorn University press. 2008.
2. Siriporn L, Jutarosaga M, Charoensuk S, Nopaphanlop F, Santwanpas N. Integrated education model of systems thinking and humanized health care within multi–cultural society, Praboromarajchanok Institute. Journal of Nursing and Education 2014 ; 7(1):39–54.
3. Jutarosaga M. Learning process to create service mind and humanized care by using simulated family system. Khonkaen. Klang nan a wittaya press. 2nd edition. 2010.
4. Burapa university, applied Thai traditional medicine curriculum, revised version, 2011.
5. Ministry of Education. National Education Act B.E. 2542 [Internet]. [cited 2018 March 20]. Available from: http://www.moe.go.th.
6. Jutarosaga M, Jutarosaga A. Creating the Innovation in Healthcare and Public Health. Bangkok; 2015.
7. DeMonte J.High-quality professional development for teachers : supporting teacher training to improve student learning. Washington D.C. Center for American Progress. 2015.
8. Jutarosaga M, Jutarosaga A. Reflection, creatively systematic thinking process using the three baskets concept. Bangkok; 2016.
9. Hanpattanachaikul S, Jutarosaga M, Siliporn L, et al. The development of well–being under the innovation of simulated family system (one college one community). Nursing Journal of the Ministry of Public Health 2014; 24 (1): 67–79.
10. Health Assembly. Education reform for health personal, in accordance with health necessity in Thai context. Bangkok; 2012.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-04-30

รูปแบบการอ้างอิง

1.
อัตโตหิ ป, อาญาเมือง ธ, ประทุมแย้ม พ, โยวทิตย์ จ, ทิมคร ป, ประเสริฐกุล จ. รูปแบบการจัดการศึกษาอย่างมีส่วนร่วมโดยใช้ระบบครอบครัวเสมือน เพื่อสร้างอัตลักษณ์จิตบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี สถาบันพระบรมราชชนก. NJPH (วารสาร พ.ส.) [อินเทอร์เน็ต]. 30 เมษายน 2018 [อ้างถึง 1 พฤศจิกายน 2026];28(1):139-51. Available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tnaph/article/view/121762

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย