ประสิทธิผลของการอบรมการดูแลผู้สูงอายุติดเตียงโดยใช้สื่อแอปพลิเคชั่นบนมือถือต่อระดับความรู้ความเข้าใจของผู้ดูแล
คำสำคัญ:
นวัตกรรมสุขภาพ; แอปพลิเคชั่นบนมือถือ; ผู้ดูแล; ผู้สูงอายุติดเตียงบทคัดย่อ
การอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุติดเตียงโดยใช้สื่อแอปพลิเคชั่นบนมือถือ ถือเป็นกลยุทธ์ใหม่ในการพัฒนาศักยภาพของผู้ดูแลโดยเฉพาะผู้ดูแลที่อยู่ในชุมชนเมือง การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบหนึ่งกลุ่มวัดผลก่อน-หลัง เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการอบรมการดูแลผู้สูงอายุติดเตียงโดยใช้สื่อแอปพลิเคชั่นมือถือกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุติดเตียงในพื้นที่ความรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 5 แห่งในจังหวัดนนทบุรี จำนวน 30 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยโปรแกรมการอบรมให้ความรู้เรื่องการดูแลผู้สูงอายุติดเตียงโดยใช้สื่อแอปพลิเคชั่นบนมือถือมีเนื้อหาการอบรมจำนวน 8 หัวเรื่องอบรมให้ความรู้ 4 สัปดาห์ๆ ละ 2 หัวเรื่อง เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วยแบบทดสอบความรู้เรื่องการดูแลผู้ป่วยติดเตียงและแบบสอบถามความคิดเห็นต่อรูปแบบการอบรมให้ความรู้การดูแลผู้ป่วยติดเตียงโดยใช้แอปพลิเคชั่นบนมือถือโดยมีค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือเท่ากับ .73 และ .87 ตามลำดับวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณาและสถิติเพื่อการเปรียบเที ยบผลการวิจัยพบหลังเข้ารับการอบรมให้ความรู้โดยใช้สื่อแอปพลิเคชั่นบนมือถือ ผู้ดูแลมีค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้เรื่องการดูแลผู้ป่วยติดเตียงและมีจำนวนผู้ที่มีคะแนน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80 สูงกว่าก่อนเข้ารับการอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.01) นอกจากนี้ผู้ดูแลมีความคิดเห็นต่อรูปแบบวิธี การและเนื้อหาของการอบรมในระดับมากขึ้นไป (mean=4.28-4.43, SD=.54-.62) ผลการวิจัยแสดงถึงประสิทธิภาพของการอบรมให้ความรู้โดยใช้แอปพลิเคชั่นบนมือถือบุคลากรสาธารณสุขควรนำแนวคิดนี้ไปใช้ในการให้ความรู้แก่ผู้ดูแลกลุ่มอื่นๆ เพื่อลดระยะเวลาลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาเข้ารับการอบรมอีกทั้งผู้ดูแลสามารถเปิดแอปพลิเคชั่นเพื่อทบทวนเนื้อหาให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง
2. Anuruang S, Multimorbidity in older persons: situation, challenge issues, and care management. Journal of Nursing Science Chulalongkorn University 2017;29(2):1-14. (in Thai).
3. Chongkhosuntisuk K. Community capacity building in bed ridden patient, Amphoe Ngao, Lampang. Journal of Health Sciences Scholarship 2017;4(1):42-56.(in Thai).
4. Mangmee J. Effects of health care for institutional care by participation of care giver, Na Yae district, Ubon Ratchathani Province. UBRU Journal of Public Health Research. 2019. 8(1): p. 86-96. (in Thai).
5. Jarujit S, Aramsin R, Prachano W. Home visit model for bedridden patients based on the problems and needs of caregivers. Journal of Phrapokklao Nursing College 2019;30(1):54-68.(in Thai).
6. Phuaksawat P, Nakkhun N, Rotchanarak W. Situations, problems, and health care needs for home-based and bed-bound chronically ill patients in Surathhani municipal community. Nursing Journal of the Ministry of Public Health 2016;26(2) :54-64. (in Thai).
7. Boonvas K, Supnunt T, Chunhabordee A, Wae N. Caregiver stress and needs in caring diabled. The Southern College Network Journal of Nursing and Public Health 2017;4(1):205-17.(in Thai).
8. Plachaipiromsilp S. Usages trend of mobile application. Executive Journal 2011;31(4):110-5.(in Thai).
9. Payuha N, Homrod P, Jareanthunyasakul T. Youtube viewing behaviors of the people aged between 40-60 years old, Nakhon Sri Thammarat. Walailak Procedia 2019. 2019;(8):1-9. (in Thai).
10. Chuenhiran S,Vicheanpanya J. The development of traning media for developing machine control knowledge for assembly2’s operators of production department DDK (Thailand) Ltd. Information Technology Journal 2015;11(2):7-16. (in Thai).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความและรายงานวิจัยในวารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข เป็นความคิดเห็นของ ผู้เขียน มิใช่ของคณะผู้จัดทำ และมิใช่ความรับผิดชอบของสมาคมศิษย์เก่าพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งสามารถนำไปอ้างอิงได้