ผลของโปรแกรมการเตรียมความพร้อมของพยาบาลหัวหน้าเวรใหม่ด้วยแอปพลิเคชันไลน์ต่อการรับรู้บทบาทพยาบาลหัวหน้าเวร ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
คำสำคัญ:
โปรแกรมการเตรียมความพร้อมของพยาบาลหัวหน้าเวรใหม่, แอปพลิเคชันไลน์, พยาบาลหัวหน้าเวร, โรงพยาบาลเอกชนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาวิจัยแบบก่อนทดลอง โดยใช้แบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการเตรียมความพร้อมของพยาบาลหัวหน้าเวรใหม่ด้วยแอปพลิเคชันไลน์ต่อการรับรู้บทบาทการเป็นพยาบาลหัวหน้าเวร โรงพยาบาลเอกชน คำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้โปรแกรม G*power เวอร์ชั่น 3.1.9.7 ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่าง 34 คน และใช้วิธีสุ่มแบบแบ่งชั้นตามสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1)โปรแกรมการเตรียมความพร้อมของพยาบาลหัวหน้าเวรใหม่ด้วยแอปพลิเคชันไลน์ และ2) แบบสอบถามการรับรู้ต่อบทบาทการเป็นหัวหน้าเวร ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน มีค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา เท่ากับ 0.90 หาค่าความเที่ยงโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาค ได้เท่ากับ 0.95 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ paired-sample t-test
ผลการวิจัย พบว่ากลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน เป็นเพศหญิงทั้งหมดปฏิบัติงานนาน 6-12 เดือน ร้อยละ66.67ก่อนให้โปรแกรมมีค่าคะแนนเฉลี่ยการรับรู้บทบาทพยาบาลหัวหน้าเวรอยู่ในระดับปานกลาง ( =3.46+0.34) และหลังเข้าร่วมโปรแกรม อยู่ในระดับมาก ( =4.14+0.30) คะแนนเฉลี่ยหลังเข้าร่วมโปรแกรมสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) ผลการศึกษาสนับสนุนว่า การนำโปรแกรมดังกล่าวสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางเตรียมความพร้อมของพยาบาลหัวหน้าเวรใหม่ได้
เอกสารอ้างอิง
Wang, CL., Ahmed, PK. The Development and Validation of the Organizational
Innovativeness Construct Using Confirmatory Factor Analysis. Eur J Innov Manag 2004;7(4):303-313.
บุญใจ ศรีสถิตนรากูร. ภาวะผู้นำและกลยุทธ์การจัดการองค์การพยาบาลในศตวรรษที่ 21. พิมพ์ครั้ง
ที่ 2. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.
สภาการพยาบาล. สมรรถนะผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและผดุงครรภ์. นนทบุรี: ศรียอดการ
พิมพ์; 2553.
Sullivan, EJ., Decker, PJ. Effective Leadership Management Nursing. 6th ed. New Jersey:
Prentice-Hall; 2005.
เสาวลักษณ์ จิรธรรมคุณ. ถามและตอบ: การบริหารหอผู้ป่วย. กรุงเทพฯ: ฮายาบุสะ
กราฟฟิก; 2552.
Hughes C, Kring D. Consistent charge nurse improve teamwork. Nurs Manage
;36(10):16.
พรนภา สังขนาค, วรรณชนก จันทชุม. ความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะของพยาบาลหัวหน้าเวรและ
การทำงานร่วมกันระหว่างวิชาชีพแบบทีมสุขภาพกับประสิทธิผลของหอผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั่วไป ระดับตติยภูมิ เขตสุขภาพที่ 8. ว.โรงพยาบาลสกลนคร 2566;26(3):72-82.
วรา เขียวประทุม, สมพันธ์ หิญชีระนันทน์, ปราณี มีหาญพงษ์. องค์ประกอบสมรรถนะพยาบาล
หัวหน้าเวรหอผู้ป่วยศัลยกรรมโรงพยาบาลของรัฐระดับทุติยภูมิ. ว.พยาบาลกระทรวงสาธารณสุข 2563;32(1):27-39.
Connelly LM, Nabarrete SR, Smith KK. A charge nurse workshop based on research. J
Nurses Staff Dev 2003;19(4):203–208.
Kelly LA., McHugh MD, Aiken, L H. Nurse outcomes in magnet® and non-magnet
hospitals. J Nurs Adm 2012;42(10 Suppl):44-49.
Krugman, M., Smith, V. Charge nurse leadership development and evaluation.
J Nurs Adm 2003;33(5):284-292.
สำนักการพยาบาล. หลักสูตรการบริหารการพยาบาล. กรุงเทพฯ: สำนักการพยาบาล
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข; 2547.
วิภาวรรณ บัวสรวง. บทบาทหัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐที่พึงประสงค์ใน
ทศวรรษหน้า (พ.ศ.2551-2560). ว.พยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 2551;2(ฉบับพิเศษ):29-40.
ชมพูนุท ทิพย์ฝั้น, บุญพิชชา จิตต์ภักดี, ผ่องศรี เกียรติเลิศนภา. การพัฒนาโปรแกรมการเตรียม
ความพร้อมสำหรับการเป็นพยาบาลหัวหน้าเวร. ว.พยาบาลสาร 2557;41(1):145-157.
วราภรณ์ เจริญบุญ, ปรางค์ทิพย์ อุจะรัตน, กรรณิการ์ สุวรรณโคตร. ผลของโปรแกรมการเตรียม
ความพร้อมในการเป็นพยาบาลหัวหน้าเวร ในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิแห่งหนึ่ง สังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. ว.วิทยาลัยนครราชสีมา 2559;10(2):111-124.
พวงยุพา ยิ้มเจริญ, สมใจ พุทธาพิทักษ์ผล, พรศรี ศรีอัษฏาพร. การพัฒนาบทบาทสู่การเป็นพยาบาล
หัวหน้าเวรหน่วยศัลยกรรมเด็ก โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร. ว.พยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก 2562;30(1):117–130.
ศรีบังอร อรัญเวทย์, ปรัชญานันท์ เที่ยงจรรยา, ปราโมทย์ ทองสุข. การพัฒนาโปรแกรมส่งเสริม
ความสามารถในการเป็นพยาบาลหัวหน้าเวรตามแนวคิดการเรียนรู้โดยใช้สมรรถนะเป็นฐานในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์. ว.สุขภาพและการศึกษาพยาบาล 2565;28(2):1-18.
Werther, WB., Davis, K. Human resources and personnel management. 4th ed. New York:
McGraw-Hill; 1993.
Marquis, BL., Huston, CJ. Leadership roles and management functions in nursing:
Theory and application. 9th ed. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins; 2017.
Faul F, Erdfelder E, Buchner A, Lang AG. Statistical power analyses using G*Power 3.1:
tests for correlation and regression analyses. Behav Res Methods 2009;41:1149-1160.
Waltz CF, Strickland O, Lenz ER. Measurement in Nursing and Health Research. 4th ed.
New York; Springer Publishing Company; 2010.
Benner P. From novice to expert: Excellence and power in clinical nursing practice.
Menlo Park, CA: Addison-Wesley; 1984.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ส่งบทความโดยตรง
ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้นิพนธ์ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหา ทัศนะ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของบทความในวารสารไปเผยแพร่ทางการค้าก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร