ผลของโปรแกรมการจัดการกับอาการด้วยการบริหารกายจิตแบบชี่กงวิถีไทย ต่ออาการนอนไม่หลับในผู้ที่เป็นมะเร็งระยะท้าย
คำสำคัญ:
การจัดการอาการ, การบริหารกายจิตแบบชี่กงวิถีไทย, อาการนอนไม่หลับ, ผู้ที่เป็นมะเร็งระยะท้ายบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อเปรียบเทียบอาการนอนไม่หลับของผู้ที่เป็นมะเร็งระยะท้าย ก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการจัดการอาการด้วยการบริหารกายจิตแบบชี่กงวิถีไทย และอาการนอนไม่หลับของผู้ที่เป็นมะเร็งระยะท้ายระหว่างกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการจัดการอาการด้วยการบริหารกายจิตแบบชี่กงวิถีไทยกับกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งระยะที่ 4 อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปทั้งเพศชายและเพศหญิง ที่มารับบริการที่กลุ่มงานหน่วยตรวจเคมีบำบัด ณ โรงพยาบาลตติยภูมิแห่งหนึ่ง คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 22 คน และกลุ่มควบคุม 22 คน โดยกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ ส่วนกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมจัดการอาการด้วยการบริหารกายจิตแบบชี่กงวิถีไทยซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นโดยการนำแนวคิดการจัดการอาการของ Dodd และคณะ (2001) และแนวคิดการออกกำลังกายแบบชี่กงวิถีไทยของ สุรีพร ธนศิลป์ (2557) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล คือ แบบสอบถามอาการนอนไม่หลับของ Morin (1993) ฉบับที่แปลเป็นภาษาไทยโดย พัทรีญา แก้วแพง (2547) มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาค เท่ากับ .90 เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ในระหว่างเดือนสิงหาคม 2568 ถึง เดือนพฤศจิกายน 2568 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย Paired sample t-test และ Independent sample t-test
ผลการวิจัยพบว่า อาการนอนไม่หลับในกลุ่มทดลองหลังได้รับโปรแกรมจัดการอาการด้วยการบริหารกายจิตแบบชี่กงวิถีไทยต่ำกว่าก่อนได้รับโปรแกรมฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และอาการนอนไม่หลับหลังการทดลองของกลุ่มทดลองต่ำกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 พยาบาลวิชาชีพ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในปฏิบัติการพยาบาลในผู้ที่เป็นมะเร็งระยะท้ายที่มีอาการนอนไม่หลับให้สามารถจัดการอาการนอนไม่หลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการนอนไม่หลับลดลง
เอกสารอ้างอิง
กรรณิกา ชูจิตร, ชนกพร จิตปัญญา และจรรยา ฉิมหลวง. (2561). ผลของโปรแกรมการปรับพฤติกรรมการนอนต่ออาการนอนไม่หลับของผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว. วารสารพยาบาลทหารบก. 19, 184-191.
จุฑาทิพย์ เหมบุตร. (2563). ผลของโปรแกรมการปรับสุขวิทยาการนอนหลับต่ออาการนอนไม่หลับในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับยาเคมีบำบัด. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จุติรัตน์ ภูติรักษ์. (2564). ผลของโปรแกรมการให้ความรู้สุขวิทยาการนอนร่วมกับการออกกำลังกายแบบชี่กงวิถีไทยต่ออาการนอนไม่หลับของผู้ป่วยสูงอายุหลังเปลี่ยนข้อเข่าเทียม. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต,จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นงลักษณ์ กลิ่นพุดตาล, ชนกพร จิตปัญญา และ ปชาณัฎฐ์ ตันติโกสุม. (2559). ความสัมพันธ์ระหว่างอาการหายใจลำบาก อาการนอนไม่หลับและภาวะซึมเศร้ากับความเหนื่อยล้าในผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง. วารสารพยาบาลตำรวจ. 8(2). 1-12.
เบญจมาภรณ์ บุญรัก, ธีรนุช ยินดีสุข และ ดรุณี คชพรหม. (2567). การจัดการความเจ็บปวดในผู้ป่วยมะเร็งระยะท้าย: การวิจัยเชิงคุณภาพ. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9. 18(2), 526-536.
ประภาพรรณ สุคนธจิตต์ และคณะ.(2559). ประสบการณ์การมีอาการนอนไม่หลับ กลวิธีการจัดการกับอาการนอนไม่หลับ และคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยโรคอุดกั้นเรื้อรัง. Journal of Nursing Science. 35(2), 100-110.
ปิติ ชาคริยานุโยค. (2566). การศึกษาผลของการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายแบบประคับประคองในโรงพยาบาลสามพราณ จังหวัดนครปฐม. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย, 13(1), 60-72.
พรทิพย์ ปรีชาไชยวิทย์. (2564). การพัฒนาเครื่องมือประเมินคุณภาพชีวิตประจำวันโดยผู้ป่วยหรือผู้ดูแลเพื่อการบริบาลผู้ป่วยมะเร็งระยะท้าย. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เพชรรัตน์ เจิมรอด. (2560). ชี่กงกับการดูแลสุขภาพ. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย, 10(1), 44-54.
เพ็ญภพ พันธุ์เสือ. (2560). ประสิทธิผลของการออกกำลังกายแบบชี่กงต่อภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุไทยวิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วันเพ็ญ เทศวิรัช. (2557). ปัจจัยทำนายคุณภาพการนอนหลับในผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด.วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาพยาบาลศาสตร์, มหาวิทยาลัยบูรพา.
สมชาย ธนะสิทธิชัย และคณะ. (2563). ความปลอดภัยและประสิทธิผลของการสารสกัดกัญชาทางการแพทย์เกรดยาตัวแรกของประเทศไทย ในผู้ป่วยมะเร็งระยะท้าย. วารสารกรมการแพทย์, 45(3), 116-122.
สุรีพร ธนศิลป์. (2563). การดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายแบบองค์รวม. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุรีพร ธนศิลป์. (2564). สุขภาพดี ด้วยชี่กงวิถีไทย (พิมพ์ครั้งที่ 5). บีพีเค ปริ้นติ้ง.
อรุณศรี สารธิมา. (2568). ผลของโปรแกรมการจัดการอาการร่วมกับการบริหารกาย-จิตแบบชี่กงต่ออาการเหนื่อยล้าอาการนอนไม่หลับและอาการวิตกกังวล ในผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านมที่ได้รับยาเคมีบำบัดแบบเสริม. วารสารการวิจัยทางการพยาบาล นวัตกรรม และสุขภาพ, 37(1), 55–69
Dodd, M., Janson, S., Facione, N., Faucett, J., Froelicher, E. S., Humphreys, J., Lee, K., Miaskowski, C., Puntillo, K., Rankin, S., & Taylor, D. (2001). Advancing the science of symptom management. Journal of Advanced Nursing, 33(5), 668-676.
Morin, C. M., Bootzin, R. R., Buysse, D. J., Edinger, J. D., Espie, C. A., & Lichstein, K. L. (2006). Psychological and behavioral treatment of insomnia: Update of therecent evidence (1998-2004). Sleep, 29(11), 1398- 1414.
Morin, C. M., & Espie, C.A (2003). Insomnia a chinican’s guide to assessment and treatment. New York: Plenum.
Polit, D. F., & Beck, C. T. (2004). Nursing research: Principles and methods (7th ed.). Lippincott Williams & Wilkins.
Savard, J., Simard, S., Ivers, H., & Morin, C. M. (2005). Randomized study on efficacy of cognitive behavioral therapy for insomnia secondary to breast cancer, Part I: Sleep and psychological effects. Journal of Clinical Oncology, 23(25), 6083-6096.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครศรีธรรมราช

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครศรีธรรมราช
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครศรีธรรมราช และบุคคลากรท่านอื่น ๆ ในวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว


