การพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยหลังรับยาระงับความรู้สึกในห้องพักฟื้น โรงพยาบาลสะเดา จังหวัดสงขลา
คำสำคัญ:
การพัฒนาแนวทาง, ยาระงับความรู้สึก, การเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดบทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและความต้องการของวิสัญญีพยาบาล พัฒนาแนวทาง และศึกษาประสิทธิผลของแนวทางการดูแลผู้ป่วยหลังได้รับยาระงับความรู้สึกในห้องพักฟื้น โรงพยาบาลสะเดา จังหวัดสงขลา ดำเนินการ 3 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ศึกษาปัญหาและความต้องการด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพร่วมกับการวิเคราะห์เอกสาร (2) พัฒนาแนวทางจากผลการศึกษาและการทบทวนวรรณกรรม ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ผ่านการประชาพิจารณ์และทดลองใช้โดยวิสัญญีพยาบาล 27 คน และ (3) ศึกษาประสิทธิผลด้วยการวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มควบคุมวัดก่อนและหลัง กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยวิสัญญีพยาบาล 3 คน และผู้ป่วย 2 กลุ่ม กลุ่มละ 27 คน โดยกลุ่มควบคุมเป็นข้อมูลย้อนหลังปี 2567 และกลุ่มทดลองเป็นผู้ป่วยปี 2568 เครื่องมือ ได้แก่ แนวทางการดูแล แบบประเมินผลลัพธ์ และแบบประเมินความพึงพอใจ ซึ่งมีค่า CVI และ IOC เท่ากับ 1 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ Independent-samples t-test
ผลการวิจัยพบว่า (1) ปัญหาสำคัญ ได้แก่ การขาดแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน การสื่อสารข้อมูลผู้ป่วยที่ไม่มีประสิทธิภาพ และสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิต่ำในห้องผ่าตัด (2) ได้แนวทางการดูแลผู้ป่วยหลังรับยาระงับความรู้สึกในห้องพักฟื้น ประกอบด้วย การประเมินสัญญาณชีพและอาการ การประเมินระดับความรู้สึกตัวและความปวด การเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน การตรวจสอบอุปกรณ์ การวางแผนจำหน่าย และการติดตามบันทึกข้อมูล และ (3) หลังใช้แนวทาง วิสัญญีพยาบาลมีความรู้และการปฏิบัติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) มีความพึงพอใจระดับมากที่สุด (M = 4.99, SD = 0.04) ผู้ป่วยมีความพึงพอใจระดับมากที่สุด คะแนนความปวดลดลง (p < .001) และอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (p < .05) โดยเฉพาะภาวะความดันโลหิตต่ำ หนาวสั่น และคลื่นไส้อาเจียน ส่งผลให้ไม่พบภาวะแทรกซ้อนภายใน 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัดในกลุ่มทดลอง
แนวทางการดูแลผู้ป่วยหลังรับยาระงับความรู้สึกในห้องพักฟื้น ช่วยยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยหลังได้รับยาระงับความรู้สึกในห้องพักฟื้น เพิ่มคุณภาพการปฏิบัติงานของวิสัญญีพยาบาล และส่งเสริมความปลอดภัยของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิผล
เอกสารอ้างอิง
กรรณิการ์ วามานนท์. (2561). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดและระงับความรู้สึกในห้องพักฟื้นในเวลาราชการ ของกลุ่มงานการพยาบาลวิสัญญี โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดินจังหวัดสกลนคร. วารสารการพยาบาล สุขภาพ และการศึกษา, 1(3), 17-25.
ชุติมา ภูวดล. (2562). การพยาบาลผู้ป่วยหลังการให้ยาสลบในห้องพักฟื้น. วารสารพยาบาลศาสตร์, 37(3), 45–56.
ดวงแก้ว พรรณพราว, และนงเยาว์ มีเทียน. (2563). การพัฒนาแบบบันทึกการดูแลผู้รับบริการหลังได้รับยาระงับความรู้สึกในห้องพักฟื้น โรงพยาบาลมหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 17(2), 85-93.
เสาวภา ไพศาลพันธุ์. (2560). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยหลังได้รับยาระงับความรู้สึกในห้องพักฟื้นกลุ่มงานการพยาบาลวิสัญญี โรงพยาบาลชัยภูมิ. วารสารวิชาการแพทย์, 37(2), 49-58.
แสงจันทร์ วรรณศรี. (2561). การพัฒนาระบบบริการการดูแลผู้ป่วยหลังรับยาระงับความรู้สึกในห้องพักฟื้น. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์, 27(1), 24-32.
เสาวนิตย์ กมลวิทย์, และปิ่นอนงค์ รัตนปทุมวงศ์. (2557). การพัฒนาแนวปฏิบัติทางคลินิกด้านการจัดการความปวดในผู้ป่วยหลังผ่าตัด โรงพยาบาลระนอง. วารสารกองการพยาบาล, 41(2), 23-40.
สุธาทิพย์ แสงขาว. (2562). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยหลังได้รับยาระงับความรู้สึกใน PACU. วารสารวิชาการพยาบาล, 21(2), 22-32.
ศรัญญา จุฬารี. (2560). การพัฒนาแนวปฏิบัติทางการพยาบาลเพื่อลดความปวดหลังผ่าตัดในห้องพักฟื้น.วิสัญญีสาร ราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทย, 43(3), 173-182.
อรฉัตร จันทร์กระจ่าง. (2562). การพัฒนาแนวปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยระยะหลังผ่าตัดในห้องพักฟื้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี. วารสารศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี, 13(25), 148-163.
American Society of Anesthesiologists. (2024). Standards for postanesthesia care.asahq.org
Chyun, D. A., et al. (2021). Postanesthesia care: Evidence-based practice. Journal of PeriAnesthesia Nursing, 36(2), 113–120. doi.org
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครศรีธรรมราช

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครศรีธรรมราช
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครศรีธรรมราช และบุคคลากรท่านอื่น ๆ ในวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว


