ผลของโปรแกรมสุขศึกษาตามทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันตนเองต่อพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

ผู้แต่ง

  • อภิรดี วังคะฮาต คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร
  • พิมพ์ญาดา สุนา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกุตาไก้
  • นัสรินทร์ มะโซ๊ะ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร
  • วิลดาณีย์ สะลีกี คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร
  • นุรลัยลาร์ ตาเละนุ๊ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร
  • นูรอัสมา สะมาแอดาโอะ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร
  • มุสลีมะห์ แลสะอิ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร
  • ปัญจมาพร รัตนหน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร
  • อนันต์ อิฟติคาร คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร

คำสำคัญ:

ผู้สูงอายุ, โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง, พฤติกรรมสุขภาพ, ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรค, การดูแลตนเอง

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น (Pre-experimental research) โดยใช้รูปแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง (One-Group Pretest–Posttest Design) มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของความรู้ ทัศนคติ การรับรู้ความรุนแรงของโรค การรับรู้โอกาสเสี่ยง ความคาดหวังในประสิทธิผลของการตอบสนอง ความคาดหวังในความสามารถของตนเอง และพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุ ก่อนและหลังการเข้าร่วมโปรแกรม กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุอายุ 60–69 ปี จำนวน 50 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงจากผู้รับบริการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกุตาไก้ อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยโปรแกรมสุขศึกษา และแบบสอบถามจำนวน 8 ตอน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมานโดยใช้ Paired Samples t-test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05

ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 64.0) มีอายุเฉลี่ย 65.16 ± 2.46 ปี ภายหลังการดำเนินโปรแกรม กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยตัวแปรตามทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันตนเองและพฤติกรรมสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) ได้แก่ ด้านความรู้ ทัศนคติ การรับรู้ความรุนแรง การรับรู้โอกาสเสี่ยง ความคาดหวังในประสิทธิผลของการตอบสนอง ความคาดหวังในความสามารถตนเอง และพฤติกรรมการดูแลตนเอง สรุปได้ว่า โปรแกรมสุขศึกษาที่ประยุกต์ใช้ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันตนเองสามารถส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพในผู้สูงอายุที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิผล ดังนั้น หน่วยบริการสาธารณสุขสามารถนำโปรแกรมดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชนได้อย่างเหมาะสม

เอกสารอ้างอิง

กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2566). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2565. บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน). https://www.dop.go.th/download/knowledge/th1696238995-2521_0.pdf

กรมควบคุมโรค. (2566). รายงานประจำปี 2566 กองโรคไม่ติดต่อ. กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. https://online.fliphtml5.com/bcbgj/yatm/#p=1

กลุ่มพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุและเครือข่าย สำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย. (2564). คู่มือการดำเนินงานตัวชี้วัด ร้อยละของประชากรสูงอายุที่มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. https://anyflip.com/itgte/rnvl

กัลยา วานิชย์บัญชา. (2561). สถิติสำหรับงานวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 12). หจก.สามลดา.

คณะผู้วิจัยในโครงการการสร้างสรรค์งานวิจัยจากงานประจำ เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพของศูนย์บริการสาธารณสุข กลุ่มที่ 2. (2566). ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพต่อพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงในชมรมผู้สูงอายุ. สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร. https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/422/R2R/กลุ่มที่%202%20ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้.pdf

ชื่นชม สมพล, ทัศนีย์ รวิวรกุล และพัชราพร เกิดมงคล. (2560). ผลของโปรแกรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองสำหรับผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูง. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 31, 57–74. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/phn/article/view/100847

ธัญญรัตน์ ศุภการนรเศรษฐ์, กรรณิกา บุญบวร, ภาภัทร์ศิริ อินทรปฐม และโชติกา เพชรเลิศ. (2567). ผลของโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมการจัดการตนเองที่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดของผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวาน ตำบลท่างิ้ว อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 9(4), 485–492. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/279772

นิพา ศรีช้าง และลวิตรา ก๋าวี. (2564). รายงานการพยากรณ์การพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2560–2564. สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. https://ddc.moph.go.th/uploads/files/5576120250924101343.pdf

นูรีมาน มะสาและ, อรณิชา สอนรัตน์, ถนอมขวัญ เบื้องบน, ธัชกร สุทธิดาจันทร์ และวิชชาดา สิมลา. (2567). ประสิทธิผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางสาธารณสุข, 2(1), 14–25. https://doi.org/10.55164/jphri.v2i1.270616

รัตนาภรณ์ เอี่ยมพรม. (2565). ประสิทธิผลของโปรแกรมเสริมสร้างแรงจูงใจในการป้องกันโรคในผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองในจังหวัดสุโขทัย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร]. NU Intellectual Repository. https://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/handle/123456789/5560

วิเชียร เกตุสิงห์. (2540). สถิติวิเคราะห์สำหรับการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 3). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วีรวัฒน์ ทางธรรม, คุณัสปกรณ์ มัคคัปผลานนท์, ผ่องพรรณ ภะโว และวาสนา พูลผล. (2566). ผลของโปรแกรมเสริมสร้างการป้องกันโรคที่ประยุกต์ใช้ทฤษฎีแรงจูงใจการป้องกันโรคต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคในประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน: กรณีศึกษา. Journal of Roi Kaensarn Academi, 8(7), 211–225. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JRKSA/article/view/264094

สำนักโรคไม่ติดต่อ, กรมควบคุมโรค. (2565). รายงานประจำปี 2565: แนวโน้มพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในประเทศไทย. กระทรวงสาธารณสุข. https://online.fliphtml5.com/hvpvl/evzj/

อำนาจ เมืองแก้ว, อิสระพงศ์ เพลิดเพลิน, จิตรรัตน์ ปองทอง และเกษศิรินทร์ พุทธวงศ์. (2563). การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังด้านการบริโภคอาหารรสเค็ม โดยใช้ชุมชนเป็นฐานในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ปี พ.ศ. 2563. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/crmjournal/article/view/257767/177147

อนันต์ อิฟติคาร. (2561). ผลของโปรแกรมสุขศึกษาโดยการประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จังหวัดสกลนคร. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร, 21(1), 20–34.

American Diabetes Association. (2023). Standards of care in diabetes—2023. Diabetes Care, 46(Suppl. 1), S1–S291.

Bloom, B. S., Engelhart, M. D., Furst, E. J., Hill, W. H., & Krathwohl, D. R. (1956). Taxonomy of educational objectives: The classification of educational goals. Handbook I: Cognitive domain. David McKay.

Ellmers, T. J., Wilson, M. R., Norris, M., & Young, W. R. (2022). Protective or harmful: A qualitative exploration of older people’s perceptions of worries about falling. Age and Ageing, 51(4), 1-10. https://doi.org/10.1093/ageing/afac067

Milne, S., Sheeran, P., & Orbell, S. (2000). Prediction and intervention in health-related behavior: A meta-analytic review of protection motivation theory. Journal of Applied Social Psychology, 30(1), 106–143. https://doi.org/10.1111/j.1559-1816.2000.tb02308.x

Rogers, R. W. (1975). A protection motivation theory of fear appeals and attitude change. The Journal of Psychology, 91(1), 93–114. https://doi.org/10.1080/00223980.1975.9915803

Rogers, R. W. (1983). Cognitive and physiological processes in fear appeals and attitude change: A revised theory of protection motivation. In J. T. Cacioppo & R. E. Petty (Eds.), Social psychophysiology: A sourcebook (pp. 153–176). Guilford Press.

Wang, Z., Wen, Y. F., Sun, Y. F., & Chen, Q. (2021). Empirical Studies of Classified Performance Evaluation System for Universities' Scientific Research Projects Using DEA-Malmquist. Jinan Journal (Philosophy and Social Sciences), 43(6), 121-132. https://jnxb.jnu.edu.cn/skb/CN/Y2021/V43/I6/121

Wu, J., Chen, D., Li, C., & Wang, Y. (2024). Effect of community-based public health service on health-related quality of life among middle-aged and older adults with chronic diseases in China. BMC Public Health, 24(1), Article 2039. https://doi.org/10.1186/s12889-024-19556-w

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-25

รูปแบบการอ้างอิง

วังคะฮาต อ., สุนา พ., มะโซ๊ะ น., สะลีกี ว., ตาเละนุ๊ น., สะมาแอดาโอะ น., แลสะอิ ม., รัตนหน ป., & อิฟติคาร อ. (2026). ผลของโปรแกรมสุขศึกษาตามทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันตนเองต่อพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง. วารสารสังคมวิจัยและพัฒนา, 8(3), 137–160. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/JMARD/article/view/278417