ปัจจัยด้านการยศาสตร์และอาการผิดปกติของระบบโครงร่างกระดูกและกล้ามเนื้อในกลุ่มคนงานจักสานในอำเภอเมือง จังหวัดพะเยา
คำสำคัญ:
การยศาสตร์, คนงานจักสาน, ความผิดปกติของระบบโครงร่างกระดูกและกล้ามเนื้อบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยทางการยศาสตร์ และอาการผิดปกติของระบบโครงร่างกระดูกและกล้ามเนื้อในกลุ่มคนงานจักสาน อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา จำนวน 60 คน โดยเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านแบบสัมภาษณ์ฉบับภาษาไทย สำหรับเก็บข้อมูลทั่วไป และแบบสอบถามมาตรฐานวิเคราะห์อาการผิดปกติของระบบโครงร่างกระดูกและกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ดำเนินการประเมินท่าทางรยางค์ส่วนบนด้วย Rapid Upper Limb Assessment (RULA) และตรวจวัดความเข้มของแสงสว่างในพื้นที่ปฏิบัติงาน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอาการผิดปกติของระบบโครงร่างกระดูกและกล้ามเนื้อในช่วง 12 เดือน และ 7 วันที่ผ่านมา ด้วยสถิติไคสแควร์ ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับอาการผิดปกติของระบบโครงร่างกระดูกและกล้ามเนื้ออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ได้แก่ สถานภาพสมรส ยารักษาโรคประจำตัว ระยะเวลาการทำงาน และประสบการณ์ทำงาน โดยอวัยวะที่มีอาการผิดปกติมากที่สุดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา คือ แขนส่วนบน และในช่วง 7 วันที่ผ่านมา คือ หลังส่วนล่าง การประเมินท่าทางรยางค์ส่วนบนด้วย Rapid Upper Limb Assessment (RULA) พบว่า อยู่ในระดับความเสี่ยงที่ 4 ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงโดยเร่งด่วน นอกจากนี้การตรวจวัดความเข้มของแสงสว่างในพื้นที่ปฏิบัติงานพบว่า ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ร้อยละ 61.67 ดังนั้นควรมีคำแนะนำในการปฏิบัติตัวเพื่อลดความเสี่ยงของอาการผิดปกติในระบบโครงร่างกระดูกและกล้ามเนื้อในกลุ่มคนงานจักสาน เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสมและปลอดภัย
เอกสารอ้างอิง
ชลิตา ช่ออบเชย, สุนิสา ชายเกลี้ยง และพรนภา ศุกรเวทศิริ. (2565). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระดับความเสี่ยงต่ออาการผิดปกติทางระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อในทันตบุคลากร. วารสารวิจัย มข. (ฉบับบัณฑิตศึกษา), 22(4), 224-258. [สืบค้นเมื่อ 15 มิถุนายน 2567]; แหล่งข้อมูล: https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/gskku/article/download/245136/168046
ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง. (2561, 21 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 135 ตอนพิเศษ 39 ง. หน้า 15.
เปร่งนภา กาญจนสิงห์. (2547). พฤติกรรมสุขภาพของสตรี: กรณีศึกษากลุ่มทำงานจักสาน ตำบลหนองแก๋ว อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่. สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ภทรพล โพธิ์ม่วงพันธ์, พิมพ์พรรณ ฉัตรชินรัตน์ และวิชาญ แสงสุขวาว. (2565). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระดับความเมื่อยล้าจากการทำงานของกลุ่มหัตถกรรมจักสานไม้ไผ่บ้านดอนกลอง ตำบลหนองเรือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร. วารสารวิชาการเฉลิมกาญจนา, 9(1), 31-39. [สืบค้นเมื่อ 15 มิถุนายน 2567]; แหล่งข้อมูล: https://so19.tci-thaijo.org/index.php/cnujournal/article/view/194
มาโนช ริทินโย, อมรศักดิ์ มาใหญ่ และภรณี หลาวทอง. (2563). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความผิดปกติทางระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อจากการทำงานของกลุ่มอาชีพทอผ้าไหม จังหวัดชัยภูมิ. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 39(4), 438-445. [สืบค้นเมื่อ 1 มีนาคม 2568]; แหล่งข้อมูล: https://li01.tci-thaijo.org/index.php/scimsujournal/article/view/216465
วิบูลย์ ลี้สุวรรณ. (2532). เครื่องจักสานในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: โอเอส พริ้นติ้งเฮาส์.
สมาคมการยศาสตร์ไทย. (2561). แบบประเมินท่าทางร่างกายในการทำงานซ้ำๆ RULA (Rapid Upper Limb Assessment) [ออนไลน์]. [สืบค้นเมื่อ 15 มิถุนายน 2567]; แหล่งข้อมูล: https://shorturl.asia/klFoh
สิทธิพล หมุ่ยมาศ, วรรณา วรรณศรี และกัญญนัทธ์ แสงศรี. (2564). การประเมินความเสี่ยงด้านการยศาสตร์และความเมื่อยล้าจากการทำงานของกลุ่มอาชีพจักสานหวดนึ่งข้าวบ้านยางเครือ ตำบลบึงแก อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร. วารสารวิชาการเฉลิมกาญจนา, 8(1), 67-75. [สืบค้นเมื่อ 15 มิถุนายน 2567]; แหล่งข้อมูล: https://cnu.ac.th/journal/JournalPDF/8_1_07.pdf
อารยา วุฒิกุล, ชวพรพรรณ จันทร์ประสิทธิ์ และธานี แก้วธรรมานุกูล. (2563). ปัจจัยด้านการยศาสตร์และอาการผิดปกติในระบบโครงร่างกล้ามเนื้อ ในแรงงานหัตถกรรมไม้ไผ่. พยาบาลสาร, 47(2), 37-49. [สืบค้นเมื่อ 14 มิถุนายน 2567]; แหล่งข้อมูล: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/cmunursing/article/download/241793/164583
Hassan, H. I., Kaka, B., Sharaye, K. O., et al. (2023). Musculoskeletal disorders and their associated factors among individuals with diabetes mellitus in northwest Nigeria. Reumatologia, 61(6), 439-447. [cited 2025 March 1]; Available from: https://doi.org/10.5114/reum/178237
Hossain, M. D., Aftab, A., AI Iman, M. H., et al. (2018). Prevalence of work related musculoskeletal disorders (WMSDs) and ergonomic risk assessment among readymade garment workers of Bangladesh: A cross-sectional study. PLoS One, 13(7), e0200122. [cited 2024 September 7]; Available from: https://doi.org/10.1371/journal.pone.0200122
Kamijantono, H., Sebayang, M. M., & Lesmana, A. (2024). Risk factors and ergonomic influence on Musculoskeletal Disorders in the work environment. Journal La Medihealtico, 5(3), 660-670. [cited 2025 April 2]; Available from: https://doi.org/10.37899/journallamedihealtico.v5i3.1413
Kuorinka, I., Jonsson, B., Kilbom, A., et al. (1987). Standardised Nordic questionnaires for the analysis of musculoskeletal symptoms. Applied Ergonomics, 18(3), 233-237. [cited 2024 September 4]; Available from: https://doi.org/10.1016/0003-6870(87)90010-x
McAtamney, L., & Corlett, E. N. (1993). RULA: a survey method for the investigation of work-related upper limb disorders. Applied Ergonomics, 24(2), 91-99. [cited 2024 November 7]; Available from: https://doi.org/10.1016/0003-6870(93)90080-s
Mishra, S., & Sarkar, K. (2021). Work-related musculoskeletal disorders and associated risk factors among urban metropolitan hairdressers in India. Journal of Occupational Health, 63(1), e12200. [cited 2025 April 2]; Available from: https://doi.org/10.1002/1348-9585.12200
Soares, C. O., Pereira, B. F., Gomes, M. V. P., Marcondes, L. P., de Campos Gomes, F., & de Melo-Neto, J. S. (2020). Preventive factors against work-related musculoskeletal disorders: narrative review. Revista Brasileira de Medicina do Trabalho, 17(3), 415-430. [cited 2025 April 2]; Available from: https://doi.org/10.5327/Z1679443520190360

