ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ของประชาชนในอำเภอสอง จังหวัดแพร่
คำสำคัญ:
ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน, พฤติกรรมการป้องกัน, ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ปัจจัยส่วนบุคคล แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรม และความรอบรู้ด้านสุขภาพ 2) พฤติกรรมการป้องกันฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน และ 3) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนของประชาชนในอำเภอสอง จังหวัดแพร่ ศึกษาในประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป 40,146 คน คำนวณขนาดตัวอย่างด้วยโปรแกรม G*power 3.1.9.7 ได้กลุ่มตัวอย่าง 250 คน เลือกตัวอย่างโดยวิธีการสุ่มแบบสองขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม มีค่าความตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ 0.95 และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.94 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์สถิติถดถอยเชิงเส้นแบบพหุ
ผลการศึกษา พบว่า 1) กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 58.40 อายุเฉลี่ย 48.86 ปี การศึกษาระดับ ม.ปลาย/ปวช. ร้อยละ 33.20 รายได้เฉลี่ย 6,883.60 บาท/เดือน และไม่มีโรคประจำตัว ร้อยละ 69.60 มีแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพระดับปานกลาง ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมระดับสูง และความรอบรู้ด้านสุขภาพระดับเพียงพอ 2) พฤติกรรมการป้องกันฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนระดับสูง และ 3) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ เพศ รายได้ ระดับการศึกษา ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรม และความรอบรู้ด้านสุขภาพ ส่วนอายุ โรคประจำตัว และแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพไม่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน โดยสามารถร่วมกันอธิบายความแปรผันของพฤติกรรมการป้องกันฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนได้ ร้อยละ 40.37
เอกสารอ้างอิง
กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กรมอนามัย. รายงานสรุปสถานการณ์และผลการดำเนินงานด้าน การแพทย์และสาธารณสุข กรณี หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กปี 2567: กระทรวงสาธารณสุข; 2567.
สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 2. รายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม (ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567: กรมควบคุมมลพิษ; 2567.
กรมควบคุมโรค. คู่มือเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยที่คุกคามสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2564.
Pfleger E, Drexler H, Lutz R. Health Literacy and Environmental Risks Focusing Air Pollution: Results from a Cross-Sectional Study in Germany. Int J Environ Res Public Health. 2024 Mar 19;21(3):366. doi: 10.3390/ijerph21030366.
กองยุทธศาสตร์และแผน กระทรวงสาธารณสุข. ระบบแสดงผลข้อมูลสุขภาพ [อินเทอร์เน็ต]. สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2566 [เข้าถึงเมื่อ 2568 ตุลาคม 25]. เข้าถึงได้จาก: https://www.hiso.or.th/healthoutcome
อัจฉรา นาคะลักษณ์, เอมอัชฌา วัฒนบุรานนท์, รจฤดี โชติกาวินทร์, เสาวนีย์ ทองนพคุณ. ความรอบรู้ด้านฝุ่น PM2.5 และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ของผู้สูงอายุในเขตพื้นที่อุตสาหกรรม เทศบาลนครแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี. วารสารสุขศึกษา. 2568;48(1):1-16.
หัทยา มาลัยเจริญ, ธานินทร์ สุธีประเสริฐ, ธนิฏฐา ทองนาค, วัชรินทร์ โกมลมาลัย. ศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) ของประชาชนตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี. วารสารศาสตร์สาธารณสุขและนวัตกรรม. 2565;2(3):82-97.
อภิชา น้อมศิริ, วิศรี วายุรกุล, อลิสสา รัตนตะวัน. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรด้านความเชื่อของบุคคลกับพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการได้รับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ของผู้สูงอายุในเขตพื้นที่เสี่ยง. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2567;9(6):307–17.
อัญชลี งามจันทราทิพย์, วิญญ์ทัญญูู บุญทัน, กมลทิพย์ ขลังธรรมเนียม. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการสัมผัสฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนหรือน้อยกว่า ของผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล. 2568;31(1):84–100.
Champion VL, Skinner CS. The health belief model. In: Glanz K, Barbara KR, Viswanath K, editors. Health behavior and health education. 4th ed. Hoboken, NJ: Jossey-Bass; 2008. 45-65.
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. แนวคิดหลักการขององค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ: สำนักงาน โครงการขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 เพื่อความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชน. นนทบุรี: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2560.
อัชฌาณัฐ วังโสม, วิลาวัลย์ อุดมการเกษตร, เขมศ์ณริณี รื่นฤดีภิรมณ์. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนของผู้สูงอายุ จังหวัดปทุมธานี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี. 2568;8(1):1-17.
Likert R. A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology. 1932;22(140):55.
กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ. แบบประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับประชาชนไทย อายุ 15 ปีขึ้นไป [อินเทอร์เน็ต]. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข: 2569 [เข้าถึงเมื่อ 2569 พฤษภาคม 25]. เข้าถึงได้จาก: https://borc.anamai.moph.go.th/th/news-anamai-2
ปราณี มีหาญพงษ์, กรรณิการ์ ฉัตรดอกไม้ไพร. การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวิจัยทางการพยาบาล. วารสารพยาบาลทหารบก. 2561;19(1):9-15.
พรรณี ปานขวัญ. แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ. พยาบาลกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพแนวคิด ทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: บริษัทรักงานพิมพ์ 2017 จำกัด; 2567. 39-56.
Nutbeam D. Health literacy as a public health goal: A challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promot Int. 2000;15(3):259-67. doi: 10.1093/heapro/15.3.259.
ภัทราภรณ์ เกตุแก้ว, เอมอัชฌา วัฒนบุรานนท์, ดนัย บวรเกียรติกุล, พิมพ์นภัส ภูมิกิตติพิชญ์. ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพและปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ปกครองกับพฤติกรรมการป้องกันฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนในเด็กปฐมวัย. วารสารสุขศึกษา. 2569;49(1):70-88.
จตุพร ผาสุกถ้อย. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองPM2.5 ของประชาชน อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา [อินเทอร์เน็ต]. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 2568 พฤศจิกายน 7]. เข้าถึงได้จาก: https://ayo.moph.go.th/main/index.php?mod=MultiForms&id=2aa0221e1b882110ef5554b77f26c4f
องอาจ มณีใหม่, ศิริวรรณ ถนอมนิ่ม, ณัฎฐา สรรหาธรรม, กัญญ์วรา อบอุ่น. พฤติกรรมป้องกันตนเองในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 (โควิด-19): การประยุกต์แบบแผนความเชื่อทางสุขภาพในประเทศไทย. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2566;32(4):682-91.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9