Oral Health Care In Primary Care For Patients With Stroke In Lam Narai Subdistrict, Chai Badan District, Lopburi Province
Keywords:
Oral health care, Primary health care, Stroke patientsAbstract
The objectives of this action research were to 1) assess the oral health status of stroke patients, 2) develop a dental service model for stroke patients, and 3) evaluate the dental service model for stroke patients The target group was consisted of 29 stroke patients aged 41-80 years old currently registered with a community medical center in Lam Narai subdistrict, Chai Badan district, Lopburi province. Data were analyzed using descriptive statistics and inferential statistics using independent sample t-test with significant level set at p=0.01.
The results showed that 1) according to the survey of stroke patients aged 41-80 years old residing in Lam Narai sub-district, Chai Badan district, Lopburi province most patients were unable to help themselves (55.17 percent), 44.82 percent had confusions in communication and difficulties in swallowing and 34.48 percent needed assistances brushing their teeth; 2) all patients (100 percent) received dental services based on information obtained from the Oral Health Assessment Tool; and 3) after setting up the home visit system for stroke patients, number of patients receiving dental services significantly improved from an average of 9 patients to an average of 29 patients at p-value = 0.01.
References
Virani SS, Alonso A, Benjamin EJ, et al. Heart Disease and Stroke Statistics-2020 Update: A Report From the American Heart Association. Circulation. 2020;141(9):e139-e596. doi:10.1161/CIR.0000000000000757
กระทรวงสาธารณสุข. อัตราตายของผู้ป่วย โรคหลอดเลือดสมองตีบ/อุดตัน [ออนไลน์]. 2563 [เข้าถึงเมื่อ 2564 ก.พ. 17]. เข้าถึงได้จาก: http://healthkpi.moph.go.th/kpi2/kpilist/view/?id=1430
Prendergast V, Hinkle JL. Oral Care Assessment Tools and Interventions After Stroke. Stroke. 2018;49(4):e153-e156. doi:10.1161/STROKEAHA.117.017045
กองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. การดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง:คู่มือสำหรับครอบครัวและผู้ดูแล. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แก้วเจ้าจอม; 2559.
สิรินทร ฉันศิริกาญจน, ศิริพันธ์ สาสัตย์, สันติ ลาภเบจกุล, อัญญพร สุทัศน์วรวุฒิ, ศุภลักษณ์ เข็มทอง, สมคิด เพื่อนรัมย์. คู่มือการดูแลระยะยาว (Long Term Care) สำหรับทีมหมอครอบครัว. กรุงเทพฯ: ไซเบอร์พริ้นท์ กรุ๊ป; 2559.
นักศึกษาสาขาทันตกรรมผู้สูงอายุ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รุ่นที่ 1. การดูแลสุขภาพช่องปากในผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง [อินเตอร์เน็ต]. 2564 [เข้าถึงเมื่อ 2565 เม.ย 24]. เข้าถึงได้จาก: https://dt.mahidol.ac.th/การดูแลผู้ป่วยติดเตียง/
สายพิณ เกษมกิจวัฒนา, ปิยะภรณ์ ไพรสนธิ์. ญาติผู้ดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง:กลุ่มเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม. วารสารสภาการพยาบาล. 2557; 29(4):22-31.
Chalmers JM, King PL, Spencer AJ, Wright FA, Carter KD. The oral health assessment tool--validity and reliability. Aust Dent J. 2005;50(3):191-199. doi:10.1111/j.1834-7819.2005.tb00360.x
กองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการปฏิบัติงานทันตสาธารณสุข ปี 2564. นนทบุรี: กองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2564.
สายใจ จารุจิตร, ราตรี อร่ามศิลปะ, วรรณศิริ ประจันโน. รูปแบบการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียงตามปัญหาและความต้องการของผู้ดูแล. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี. 2562; 30(1):54-68.
ชิสา ตัณฑะกูล, จันทร์พิมพ์ หินเทาว์, วรรธนะ พิธพรชัยกุล. การพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับผู้สูงอายุติดบ้านหรือติดเตียงในชุมชนบ้านดอนแสลบ จังหวัดกาญจนบุรี. วารสารชุมชนวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. 2565;16(3):193-206.
ประภาพร คำหว่าง. การพัฒนารูปแบบการให้บริการทันตกรรมเชิงรุกแบบบูรณาการสหสาขาวิชาชีพในผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิง ตำบลกลางเวียง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน. น่าน: โรงพยาบาลเวียงสา; 2562.
อติญาณ์ ศรเกษตริน, จินตนา ทองเพชร, อัจฉราวดี ศรียะศักดิ์, วารุณี เกตุอินทร์, จุรีรัตน์ กิจสมพร, จุฬารัตน์ ห้าวหาญ. ถอดบทเรียนการดําเนินงานบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ: แนวปฏิบัติที่ดีเพื่อมุงสู่ความเป็นเลิศดานบริการ. วารสารนานาชาติมหาวิทยาลัยขอนแก่น สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 2564;11(2):25-52.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2023 REGIONAL HEALTH PROMOTION CENTER 9 JOURNAL

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9