ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความผิดปกติของระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อในนักศึกษา หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทันตสาธารณสุข วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร ชั้นปีที่ 4 สถาบันพระบรมราชชนก
คำสำคัญ:
การออกกำลังกาย, ความผิดปกติของระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อ, ดัชนีมวลกาย, นักศึกษาทันตสาธารณสุขวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร, สภาพแวดล้อมในการทำงานบทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา แบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional descriptive study) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความผิดปกติของระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อในนักศึกษาหลักสูตรสาธารณสุข ศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทันตสาธารณสุข วิทยาลัย การสาธารณสุขสิรินธร ชั้นปีที่ 4 สถาบันพระบรมราชชนก กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 93 คน จากวิทยาลัยทั้งหมด 7 แห่ง เครื่องมือวิจัยใช้แบบสอบถาม ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป ข้อมูลด้านการทำงานทางทันตกรรม ข้อมูลด้านความเครียด และข้อมูลเกี่ยวกับความผิดปกติ ของระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อ ผ่านการตรวจสอบความน่าเชื่อถือและคุณภาพเครื่องมือ (try out) และค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เป็น 0.892 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ เชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การทดสอบไคสแควร์ และการทดสอบของฟิชเชอร์
การศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 92.5 มีความผิดปกติของระบบโครงร่างและกล้ามเนื้ออย่างน้อย 1 ตำแหน่งในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน โดยพบมากที่สุดบริเวณคอ ร้อยละ 79.6 รองลงมาพบที่ไหล่ ร้อยละ 75.3 และหลังส่วนบน ร้อยละ 74.2 โดยเพศมีความสัมพันธ์ กับบริเวณข้อมือและมือ ดัชนีมวลกายมีความสัมพันธ์ กับบริเวณข้อมือและมือ เข่า ข้อเท้าและเท้า ดัชนีการออกกำลังกายมีความสัมพันธ์กับบริเวณหลังส่วนบน สภาพแวดล้อมในการทำงานทางทันตกรรมมีความสัมพันธ์กับบริเวณข้อศอก ข้อมือ และมือ เข่า ข้อเท้าและเท้า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value <0.05) ในการศึกษาครั้งนี้พบว่าปัจจัยที่ไม่พบความสัมพันธ์กับความผิดปกติของระบบโครงร่าง และกล้ามเนื้อ ได้แก่ ท่าทางและพฤติกรรมในการทำงาน ทางทันตกรรม และความเครียด
ข้อเสนอแนะควรส่งเสริมให้นักศึกษาสาขาวิชา ทันตสาธารณสุขมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสม นอกจากนี้นักศึกษาควรควบคุมดัชนีมวลกาย และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความผิดปกติของระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อ
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Musculoskeletal health: key facts [Internet]. Geneva: WHO; 2022 Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/musculoskeletal-conditions
นิธิมา เสริมสุธีอนุวัฒน์, พรชัย สิทธิศรัณย์กุล. อาการผิดปกติทางระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อของทันตแพทย์. วิทยาสารทันตแพทยศาสตร์. 2559; 67(2): 72-80.
ศิริวรรณ สืบนุการณ์. การยศาสตร์กับวิชาชีพทันตแพทย์. ใน: ศิริวรรณ สืบนุการณ์, บรรณาธิการ. การพัฒนาทักษะทางทันตกรรมตามหลักการยศาสตร์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2557: 1-5.
Mariño R, Horn R, Seat M, Hong K, Hen S. Occupational health problems among Cambodian dentists: a cross-sectional study. Epidemiologia. 2024; 5(3): 592-604.
Moodley R, Naidoo S, van Wyk J. The prevalence of occupational health-related problems in dentistry: a review of the literature. J Occup Health. 2018; 60(2): 111-25.
Rada RE, Johnson-Leong C. Stress, burnout, anxiety and depression among dentists. J Am Dent Assoc. 2004; 135(6): 788-94.
ศุภณัฐ วีระอาชากุล, วิลาวัลย์ วีระอาชากุล. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเกิดกลุ่มอาการผิดปกติ ทางระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อในนักศึกษาทันตแพทย์ชั้นปีที่ 3-6 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. วารสารประสาทวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. 2565; 17(1): 1-12.
เสมอจิต พิธพรชัยกุล, วรรธนะ พิธพรชัยกุล, ธนวิชญ์ ปานศรี, ณิชนันทน์ อยู่ยงชื่น, สโรชา ธูปหอม, ศศลักษณ์ กุกุดเรือ. ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเกิดอาการผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและโครงร่างจากการทำงานในนักศึกษาทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2566; 10(3): 8-19
Hulkkonen S, Shiri R, Auvinen J, Miettunen J, Karppinen J, Ryhänen J. Risk factors of hospitalization for carpal tunnel syndrome among the general working population. Scand J Work Environ Health. 2020; 46(1): 43-49.
Lietz J, Kozak A, Nienhaus A, Ulusoy N. Occupational musculoskeletal disorders and ergonomic risk factors in dental professionals: A systematic review and meta-analysis. Int J Environ Res Public Health. 2018; 15(3): 502.
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. รู้ ตัวเลข รู้ ความเสี่ยงสุขภาพ [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; ม.ป.ป. เข้าถึงได้จาก:https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1064820201022081932.pdf
Kuorinka B, Jonsson A, Kilbom H, Vinterberg F, Biering-Sørensen G, Andersson G, et al. Standardised Nordic questionnaires for the analysis of musculoskeletal symptoms. Appl Ergon. 1987; 18(3): 233-7.
สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง. แบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพ เวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle assessment) [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; ม.ป.ป. เข้าถึงได้จาก: https://mwi.anamai.moph.go.th/th/hrd/download/?did=212989&id=103705&reload=
กรมสุขภาพจิต. แบบสอบถามสวนปรุง (SPST-20) [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; ม.ป.ป. เข้าถึงได้จาก: https://kkhos.moph.go.th/kkhos/data_office/SPST20.pdf
Johnston S, Ammann E, Scamuffa R, Samuels J, Stokes F, Fegelman E, et al. Association of body mass index and osteoarthritis with healthcare expenditures and utilization. Obes Sci Pract. 2020; 6(2): 139-51.
Shiri R, Pourmemari MH, Falah-Hassani K, Viikari-Juntura E. The effect of excess body mass on the risk of carpal tunnel syndrome: a meta-analysis of 58 studies. Obes Rev. 2015; 16(12): 1094-104.
นิอัสมา สือนิ, อัฎฮียะห์ อัฮมัดมูซา, ขวัญจิต พงศ์รัตนามาน. ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่ออาการปวดคอ ไหล่ หลังของทันตบุคลากรในสถานบริการสุขภาพของรัฐ จังหวัดยะลา. วารสารทันตาภิบาล. 2563; 31(2): 23-25.
สุนิสา ชายเกลี้ยง, รัชติญา นิธิธรรมธาดา. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการปวดคอ ไหล่ หลัง ของทันตบุคลากรในโรงพยาบาลของรัฐ จังหวัดขอนแก่น. วารสารสาธารณสุขไทย. 2559; 46(1): 1-15.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารทันตาภิบาล

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารทันตาภิบาล