ผลการพัฒนาระบบบริการจ่ายยาผู้ป่วยนอกโดยใช้ระบบอัตโนมัติทางเภสัชกรรมของโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
คำสำคัญ:
ระบบอัตโนมัติทางเภสัชกรรม, ความคลาดเคลื่อนทางยาบทคัดย่อ
ที่มาของปัญหา: เป็นที่ยอมรับว่าระบบอัตโนมัติทางเภสัชกรรมช่วยลดความคลาดเคลื่อนทางยา แต่ระบบอัตโนมัติที่ใช้ในปัจจุบันของโรงพยาบาลยังคงพบความคลาดเคลื่อน ทีมผู้วิจัยได้พัฒนาระบบในกระบวนการจ่ายยาเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยด้านยาเพิ่มขึ้น
วัตถุประสงค์: เพื่อประเมินผลลัพธ์ของการพัฒนาระบบ การจัดยาโดยใช้ระบบอัตโนมัติทางเภสัชกรรม ในมิติของความคลาดเคลื่อนทางยา และระยะเวลาการรอรับยา
วิธีวิจัย: เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลัง จากการพัฒนาระบบ กลุ่มประชากรคือจำนวนใบสั่งยาผู้ป่วยนอกทั้งหมดที่ให้บริการ ช่วงก่อนการพัฒนาระบบคือ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 – 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 และหลังการพัฒนาระบบคือ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2566 – 30 กันยายน พ.ศ. 2567 ระบบที่พัฒนา คือการใช้ barcode/QR code ที่กล่องยาในการยืนยันความถูกต้องของการจัดยา ถ้าข้อมูลถูกต้อง (ชนิด ความแรง รูปแบบยา และจำนวน) ตรงกับข้อมูลยาที่บันทึกไว้ในระบบ ฉลากยาจะถูกพิมพ์ออกมาอัตโนมัติ วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปด้วยสถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย เปรียบเทียบความแตกต่างของสัดส่วนการเกิดความคลาดเคลื่อนทางยาด้วยสถิติ two – proportion Z- test
ผลการวิจัย: หลังพัฒนาระบบ พบว่า ความคลาดเคลื่อน ในขั้นตอนจัดยาลดลงจาก 28.50 เหลือ 18.17 ครั้ง/1,000 ใบสั่งยา ลดลงร้อยละ 36.25 (p-value < 0.001) ในขั้นตอนการตรวจสอบยา ลดลงจาก 4.23 เหลือ 3.37 ครั้ง/1,000 ใบสั่งยา ลดลงร้อยละ 20.21 (p-value < 0.001) ส่วนความคลาดเคลื่อนในขั้นตอนการจ่ายยา ลดลงจาก 0.0760 เหลือ 0.0302 ครั้ง/1,000 ใบสั่งยา ลดลงร้อยละ 60.26 (p-value < 0.01) ระยะเวลารอรับยาเฉลี่ย เพิ่มขึ้นจาก 29.15 นาที เป็น 35.16 นาที
บทสรุป: ระบบที่พัฒนาขึ้นทำให้ความคลาดเคลื่อนทางยาในขั้นตอนการจัดยา การตรวจสอบยา และการจ่ายยา ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ระยะเวลารอคอยเพิ่มขึ้นเนื่องจากจำนวนใบสั่งยาที่มากขึ้น และทรัพยากรด้านการจัดการที่ลดลง
เอกสารอ้างอิง
ปัญญาภรณ์ เกตุคร้าม, กรแก้ว จันทภาษา. ความคิดเห็นของเภสัชกรเกี่ยวกับประโยชน์ของหุ่นยนต์จัดยาอัตโนมัติ. วารสารไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [สืบค้นเมื่อ 10 ส.ค. 2566];17(3):226-34. สืบค้นจาก: https://ejournals.swu.ac.th/index.php/pharm/article/view/14725
สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน). เป้าหมายความปลอดภัยของผู้ป่วยของประเทศไทย พ.ศ. 2561 (Patient safety goals: SIMPLE Thailand 2018) [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน); 2561 [สืบค้นเมื่อ 10 ส.ค. 2566]. สืบค้นจาก: https://www.ha.or.th/TH/Posts/สาระ-องค์ความรู้/details/172#
Sriboonruang P, Rattanamahattana M. Barcode scanning technology to improve pre-dispensing errors. GMSMJ [Internet]. 2023 [cite 2023 Aug 1];3(1):7-12. Available from: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/gmsmj/article/view/260455
Takase T, Masumoto N, Shibatani N, Matsuoka Y, Tanaka F, Hirabatake M, et al. Evaluating the safety and efficiency of robotic dispensing systems. J Pharm Health Care Sci. 2022;8(1):24. doi: 10.1186/s40780-022-00255-w.
เพียงเพ็ญ ชนาเทพาพร. การศึกษาความคลาดเคลื่อนการจัดยาของเครื่องจัดยาอัตโนมัติและตู้อิเล็กทรอนิกส์จัดยาแบบต่าง ๆ ในการบริการจ่ายยา ผู้ป่วยในที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์. วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน. 2563;16(3):39-51. doi: 10.14456/ijps.2020.16.
เพียงเพ็ญ ชนาเทพาพร. ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบการจ่ายยาด้วยเครื่องจัดยาอัตโนมัติและอิเล็กทรอนิกส์จัดมือในผู้ป่วยในที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์. ศรีนครินทร์เวชสาร [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [สืบค้นเมื่อ 17 มิ.ย. 2566];35(3):311-9. สืบค้นจาก: https://thaidj.org/index.php/smnj/article/view/9127
กรมสุขภาพจิต. สรุปผลการประเมินด้านการบริหารจัดการและพัฒนานวัตกรรมในการบริหารจัดการ (innovation base) ของกรมสุขภาพจิตประจำปีงบประมาณ 2562 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข; 2562 [สืบค้นเมื่อ 22 เม.ย. 2566]. สืบค้นจาก: https://doc.dmh.go.th/guest/report/innovation/view.asp?id=17
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล(ประเทศไทย)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความภายในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาลทั้งหมด รวมถึงรูปภาพประกอบ ตาราง เป็นลิขสิทธิ์ของสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) การนำเนื้อหา ข้อความหรือข้อคิดเห็น รูปภาพ ตาราง ของบทความไปจัดพิมพ์เผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการวารสาร (สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย)) อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) อนุญาตให้สามารถนำไฟล์บทความไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ต่อได้ โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอน (Creative Commons License: CC) โดย ต้องแสดงที่มาจากวารสาร – ไม่ใช้เพื่อการค้า – ห้ามแก้ไขดัดแปลง, Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) และบุคลากรในสมาคมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ

.png)