เรเวเฟนาซิน: ยารูปแบบสารละลายสูดพ่นชนิดใหม่ สำหรับรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
คำสำคัญ:
เรเวเฟนาซิน, การรักษาแบบต่อเนื่อง, สารละลายสูดพ่น, โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังบทคัดย่อ
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เป็นโรคเรื้อรังที่มีความชุกสูง และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ทั่วโลก การจัดการโรคต้องอาศัยยาขยายหลอดลม และยาอื่น ๆ ตามแนวทาง GOLD guideline 2025 เรเวเฟนาซินเป็น long-acting anti-muscarinic agent ชนิดใหม่ในรูปแบบสารละลายสำหรับสูดพ่นวันละครั้ง ที่ใช้การนำส่งยาผ่านเครื่องพ่นละอองฝอย ทำให้ผู้ป่วยสามารถหายใจเข้าออกตามปกติได้ดีขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้แรงหายใจสูง ซึ่งมักเป็นปัญหาในผู้ป่วยอาการรุนแรง ทำให้เพิ่มความสม่ำเสมอในการใช้ยา และนำส่งยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเหมาะกับผู้ป่วยที่มีเทคนิคการใช้ยาสูดพ่นแบบมือถือที่ไม่ดี ผลการศึกษาวิจัยยืนยันว่า ยานี้สามารถเพิ่มสมรรถภาพปอดได้อย่างมีนัยสำคัญทางคลินิก ลดอัตราการกำเริบของโรค และยังมีความปลอดภัยเมื่อใช้ในระยะยาว ดังนั้น เรเวเฟนาซินจึงเป็นทางเลือกของการรักษาแบบต่อเนื่องสำหรับผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ระดับปานกลางถึงรุนแรง ที่ยังคงมีอาการกำเริบหลังจากได้รับการรักษาด้วยยามาตรฐานแล้ว
เอกสารอ้างอิง
Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease. Global strategy for the diagnosis, management, and prevention of chronic obstructive pulmonary disease (2025 report) [Internet]. Philadelphia: Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease, Inc.; 2025 [cited 2025 Aug 20]. Available from: https://goldcopd.org/2025-gold-report/
สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง พ.ศ. 2565 [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพมหานคร: สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์; 2565 [สืบค้นเมื่อ 20 ส.ค. 2568]. สืบค้นจาก: https://www.tst.or.th/wp-content/uploads/2023/02/แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคปอดอุดกั้น%E2%80%8B.pdf
World Health Organization. Chronic obstructive pulmonary disease (COPD) [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2024. [cited 2025 Sep 15]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/chronic-obstructive-pulmonary-disease-(copd)
ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) กระทรวงสาธารณสุข. อัตราการเกิดการกำเริบเฉียบพลันในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (ผู้ป่วยอายุ 40 ปีขึ้นไป) [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2567 [สืบค้นเมื่อ 20 ส.ค. 2568]. สืบค้นจาก: https://hdc.moph.go.th/center/public/standard-subcatalog/67473ea582306d345ce1bb 44b06ba2e9
Bourdet DL, Yeola S, Hegde SS, Colson PJ, Barnes CN, Borin MT. Revefenacin absorption, metabolism, and excretion in healthy subjects and pharmacological activity of its major metabolite. Drug Metab Dispos. 2020;48:1312–20. doi: 10.1124/dmd.120.000103.
Meda Pharma. Yupelri® [package insert]. Bangkok (Thailand): Meda Pharma; 2023.
Ferguson GT, Feldman G, Pudi KK, Barnes CN, Moran EJ, Haumann B, et al. Improvements in lung function with nebulized revefenacin in the treatment of patients with moderate to very severe COPD: results from two replicate phase III clinical trials. Chronic Obstr Pulm Dis. 2019;6(2):154–65. doi: 10.15326/jcopdf.6.2.2018.0152.
Donohue JF, Kerwin E, Sethi S, Haumann B, Pendyala S, Dean L, et al. Revefenacin, a once-daily, lung-selective, long-acting muscarinic antagonist for nebulized therapy: safety and tolerability results of a 52-week phase 3 trial in moderate to very severe chronic obstructive pulmonary disease. Respir Med. 2019;153:38-43. doi: 10.1016/j.rmed.2019.05.010.
Mahler DA, Ohar JA, Barnes CN, Moran EJ, Pendyala S, Crater GD. Nebulized versus dry powder long-acting muscarinic antagonist bronchodilators in patients with COPD and suboptimal peak inspiratory flow rate. Chronic Obstr Pulm Dis. 2019;6(4):321-31. doi: 10.15326/jcopdf.6.4.2019.0137.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล(ประเทศไทย)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาลเผยแพร่ภายใต้เงื่อนไขของสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ในรูปแบบที่ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา - ห้ามใช้เพื่อการค้า - ห้ามแก้ไขดัดแปลง เวอร์ชั่น 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0) สามารถแจกจ่ายและนำบทความไปใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาได้แต่ต้องระบุการอ้างอิงถึงบทความจากเว็บไซต์วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล ไม่สามารถนำบทความไปใช้เพื่อการพาณิชย์ใด ๆ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล และกรณีมีการนำบทความไปเรียบเรียงใหม่ เปลี่ยนแปลงเนื้อหา หรือเสริมเติมแต่งเนื้อหาของบทความ ท่านไม่สามารถนำบทความที่ปรับแต่งไปเผยแพร่ได้ในทุกกรณี
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้แต่งแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) และบุคลากรในสมาคมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้แต่งแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้แต่งแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้แต่ง ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ

.png)