การพัฒนาการประเมินการใช้ยาในการส่งเสริมและกำกับการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม แผนกผู้ป่วยใน ณ โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง
คำสำคัญ:
การประเมินการใช้ยา, เภสัชกร, การส่งเสริมการใช้ยา, ยาต้านจุลชีพบทคัดย่อ
ความเป็นมา: กระบวนการส่งเสริมและกำกับการใช้ยาอย่างเหมาะสม เป็นหนึ่งในกระบวนการเพื่อควบคุมกำกับการใช้ยาต้านจุลชีพในโรงพยาบาล
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของการพัฒนาการประเมินการใช้ยาในการส่งเสริมการใช้ยาอย่างเหมาะสม และศึกษาบทบาทเภสัชกรในการประเมินการใช้ยา
วิธีวิจัย: การศึกษาวิจัยรูปแบบไปข้างหน้าแบบแทรกแซง เพื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่ 1 ก่อนมีแนวทางการประเมินการใช้ยาต้านจุลชีพ และกลุ่มที่ 2 หลังมีแนวทางการประเมินการใช้ยาต้านจุลชีพ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2567 ถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568 โดยวิเคราะห์ความเหมาะสมในการสั่งใช้ยาต้านจุลชีพ และบทบาทเภสัชกร
ผลการวิจัย: ผู้ป่วยจำนวน 162 ราย แบ่งเป็นกลุ่มที่ 1 จำนวน 82 ราย และกลุ่มที่ 2 จำนวน 80 ราย ข้อมูลทั่วไปไม่มีความแตกต่างกันระหว่าง 2 กลุ่ม เมื่อพิจารณายาต้านจุลชีพกลุ่มควบคุม ตามกระบวนการส่งเสริมและกำกับการใช้ยาอย่างเหมาะสม พบว่าจำนวนผู้ป่วยที่รับยาต้านจุลชีพกลุ่มควบคุม ไม่มีความแตกต่างกันระหว่าง 2 กลุ่ม แต่พบความเหมาะสมในการสั่งใช้ยาในผู้ป่วยกลุ่มที่ 2 มากกว่ากลุ่มที่ 1 ร้อยละ 93.8 เทียบกับร้อยละ 82.9 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value=0.032) ปริมาณยาโดยเฉลี่ย (DDD/1000 วันนอน) ของ ceftazidime ในกลุ่มที่ 2 ลดลงแตกต่างกับกลุ่มที่ 1 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value=0.002) อย่างไรก็ตาม พบปัญหาการใช้ยาในผู้ป่วยกลุ่มที่ 2 จำนวน 5 ครั้ง เภสัชกรได้ปรึกษาปัญหาการใช้ยากับแพทย์ และได้รับการแก้ไขทุกราย (ร้อยละ 100)
สรุปผล: ผลของพัฒนาการประเมินการใช้ยาต้านจุลชีพกลุ่มควบคุม มีการสั่งใช้ยาเหมาะสมเพิ่มขึ้น และปริมาณการใช้ยาต่อวันลดลง โดยเภสัชกรมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการใช้ยาอย่างเหมาะสม เพื่อควบคุมกำกับการใช้ยาต้านจุลชีพ
เอกสารอ้างอิง
วิษณุ ธรรมลิขิตกุล. คู่มือการควบคุมและป้องกันแบคทีเรียดื้อยาโรงพยาบาล [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส); 2558 [สืบค้นเมื่อ 20 ส.ค. 2568]. สืบค้นจาก: https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/4276?locale-attribute=th
Dik JW, Poelman R, Friedrich AW, Panday PN, Lo-Ten-Foe JR, van Assen S, et al. An integrated stewardship model: antimicrobial, infection prevention and diagnostic (AID). Future Microbiol. 2016;11(1):93-102. doi: 10.2217/fmb.15.99.
Barlam TF, Cosgrove SE, Abbo LM, MacDougall C, Schuetz AN, Septimus EJ, et al. Implementing an antibiotic stewardship program: guidelines by the Infectious Diseases Society of America and the Society for Healthcare Epidemiology of America. Clin Infect Dis. 2016;62(10):e51-77. doi: 10.1093/cid/ciw118.
Rattanaumpawan P. Outcome measures in antimicrobial stewardship. Proceedings of the 5th Annual National Antimicrobial Stewardship Conference; 2026 Mar 12-14; Faculty of Medicine Siriraj Hospital. Bangkok: Siriraj Press; 2026. p. 45-50.
วิชัย สันติมาลีวรกุล, ปานรดา นวลโสภาภณ. การทบทวนการวัดผลลัพธ์การดำเนินงานของระบบสนับสนุนการใช้ยาต้านจุลชีพสมเหตุผล. วารสารเภสัชกรรมไทย [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [สืบค้นเมื่อ 20 ส.ค. 2568];12(2):412-20. สืบค้นจาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/TJPP/article/view/174329
Dellit TH, Owens RC, McGowan JE Jr, Gerding DN, Weinstein RA, Burke JP, et al. Infectious Diseases Society of America and the Society for Healthcare Epidemiology of America guidelines for developing an institutional program to enhance antimicrobial stewardship. Clin Infect Dis. 2007;44(2):159-77. doi: 10.1086/510393.
มรกต อนันต์วัฒนกิจ, แสง อุษยาพร, ธีรพงษ์ ตัณฑวิเชียร, ชาญกิจ พุฒิเลอพงศ์, ธิติมา เพ็งสุภาพ. ผลของการมีส่วนร่วมในโปรแกรมการเปลี่ยนแปลง และชี้นำในการใช้ยาต้านจุลชีพต่อความเหมาะสมในการสั่งใช้ยาต้านจุลชีพ. ไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ [อินเทอร์เน็ต]. 2558 [สืบค้นเมื่อ 20 ส.ค. 2568];10(1):1-9. สืบค้นจาก: https://ejournals.swu.ac.th/index.php/pharm/article/view/5245
วีราภรณ์ ธารณามัย. การประเมินการใช้ยาต้านจุลชีพกลุ่มเซฟาโลสปอรินส์รุ่นที่ 3 และ 4 ชนิดฉีดของผู้ป่วยใน โรงพยาบาลสมุทรปราการ [วิทยานิพนธ์ปริญญาเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพมหานคร: คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2543. doi: 10.58837/CHULA.THE.2000.627.
Jantarathaneewat K, Apisarnthanarak A, Limvorapitak W, Weber DJ, Montakantikul P. Pharmacist-driven antibiotic stewardship program in febrile neutropenic patients: a single site prospective study in Thailand. Antibiotics (Basel). 2021;10(4):456. doi: 10.3390/antibiotics10040456.
Lemeshow S, Hosmer DW, Klar J, Lwanga SK. Adequacy of sample size in health studies [Internet]. Chichester: John Wiley & Sons; 1990 [cited 2025 Jul 20]. Available from: https://www.researchgate.net/profile/Joshua-Ofoeda/post/How_could_I_justify_the_sample_size_of_my_quantitative_research_when_the_participants_are_too_narrow_and_specific/attachment/601055e607ac370001025bea/AS%3A984285263708162%401611683302389/download/Adequacy+of+Sample+Size.pdf
Shah N, Joshi A, Ganguly B. Impact of antibiotic stewardship program on prescribing pattern of antimicrobials in patients of medical intensive care unit. J Clin Diagn Res. 2017;11(7):FC11-5. doi: 10.7860/JCDR/2017/27171.10237.
จารี ลิ้มพันธ์, ธนัฏชา สองเมือง. ผลของการมีเภสัชกรร่วมในโปรแกรมการเปลี่ยนแปลงและชี้นำการใช้ยาต้านจุลชีพกลุ่ม carbapenems ต่อความเหมาะสมในการสั่งใช้ยา. วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [สืบค้นเมื่อ 20 ส.ค. 2568];19(2):1-15. สืบค้นจาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/IJPS/article/view/255418
Cantudo-Cuenca MR, Jimenez-Morales A, Martinez-de la Plata JE. Pharmacist-led antimicrobial stewardship programme in a small hospital without infectious diseases physicians. Sci Rep. 2022;12(1):9501. doi: 10.1038/s41598-022-13246-6.
Dubrovskaya Y, Scipione MR, Siegfried J, Jen SP, Pham V, Papadopoulos J, et al. Multilayer model of pharmacy participation in the antimicrobial stewardship program at a large academic medical center. Hosp Pharm. 2017;52(9):628-34. doi: 10.1177/0018578717726993.
Uda A, Ebisawa K, Sakon H, Kusuki M, Izuta R, Yahata M, et al. Sustained improvements in antimicrobial therapy and clinical outcomes following a pharmacist-led antimicrobial stewardship intervention: uncontrolled before-after study. J Clin Med. 2022;11(3):566. doi: 10.3390/jcm11030566.
Dighriri IM, Alnomci BA, Aljahdali MM, Althagafi HS, Almatrafi RM, Altwairqi WG, et al. The role of clinical pharmacists in antimicrobial stewardship programs (ASPs): a systematic review. Cureus. 2023;15(12):e50151. doi: 10.7759/cureus.50151.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล(ประเทศไทย)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาลเผยแพร่ภายใต้เงื่อนไขของสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ในรูปแบบที่ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา - ห้ามใช้เพื่อการค้า - ห้ามแก้ไขดัดแปลง เวอร์ชั่น 4.0 (CC BY-NC-ND 4.0) สามารถแจกจ่ายและนำบทความไปใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาได้แต่ต้องระบุการอ้างอิงถึงบทความจากเว็บไซต์วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล ไม่สามารถนำบทความไปใช้เพื่อการพาณิชย์ใด ๆ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการวารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล และกรณีมีการนำบทความไปเรียบเรียงใหม่ เปลี่ยนแปลงเนื้อหา หรือเสริมเติมแต่งเนื้อหาของบทความ ท่านไม่สามารถนำบทความที่ปรับแต่งไปเผยแพร่ได้ในทุกกรณี
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้แต่งแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) และบุคลากรในสมาคมฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้แต่งแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้แต่งแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้แต่ง ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ

.png)