ประสิทธิผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ ณ โรงพยาบาลระดับตติยภูมิแห่งหนึ่ง ในจังหวัดสมุทรสาคร

ผู้แต่ง

  • อนงค์รักษ์ พิมภาวะ กลุ่มวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน จังหวัดนครปฐม
  • รัตนา ช้อนทอง กลุ่มวิชาการพยาบาลพื้นฐานและบริหารการพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน จังหวัดนครปฐม
  • นงนุช ศิริรัตน์ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

DOI:

https://doi.org/10.60099/jtnmc.v39i02.267449

คำสำคัญ:

เบาหวานชนิดที่ 2 , โปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพ , พฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ , น้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด

บทคัดย่อ

บทนำ เบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มีอุบัติการณ์เพิ่มมากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร การสร้างเสริมสุขภาพผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ เป็นแนวทางหนึ่งในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างต่อเนื่อง 

วัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพต่อพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ และระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือดของผู้เป็นเบาหวาน 

การออกแบบวิจัย การวิจัยนี้เป็นแบบกึ่งทดลองชนิดสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง ประยุกต์ทฤษฎี การสร้างเสริมสุขภาพของเพนเดอร์เป็นกรอบแนวคิดของการศึกษา 

วิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 60 ราย มีระดับน้ำตาล เฉลี่ยสะสมในเลือดมากกว่า 7% ในรอบ 3 เดือน ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลตติยภูมิแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาครระหว่าง เดือนตุลาคม - ธันวาคม พ.ศ. 2563 เลือกแบบเฉพาะเจาะจงตามเกณฑ์คัดเข้า ดังนี้ 1) อาศัยอยู่ในเขตตำบลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร 2) มีสติสัมปชัญญะ สื่อสารโดยอ่านและเขียนภาษาไทยได้ดี 3) มีหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ และสามารถใช้สมาร์ทโฟนได้ และ 4) ยินดีเข้าร่วมการวิจัย กำหนดขนาดตัวอย่างโดยอ้างอิงจากเครซี่และมอร์แกน จัดตัวอย่าง แบบเจาะจงเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 30 ราย เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย โปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพ 12 สัปดาห์ เป็นโปรแกรมรายกลุ่ม มีค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ .85 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบบันทึกข้อมูลและแบบสอบถามพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ ผ่านการตรวจสอบ ความเที่ยงในผู้ที่มีลักษณะคล้ายกลุ่มตัวอย่าง ได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เท่ากับ .85 เก็บรวบรวมข้อมูลใน เดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 กลุ่มควบคุมได้รับการดูแลแบบปกติ กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการ สร้างเสริมสุขภาพแบบกลุ่ม 12 สัปดาห์และการดูแลแบบปกติ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยาย ได้แก่ การแจกแจง ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน มัธยฐานและสถิติอ้างอิงได้แก่ การทดสอบไคสแควร์ การทดสอบทีคู่ การทดสอบทีอิสระ การทดสอบแมน-วิทนีย์ ยู และการทดสอบวิลคอกซัน 

ผลการวิจัย ตัวอย่างกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองมีลักษณะส่วนบุคคลไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ยกเว้นระยะเวลาการเป็นเบาหวานโดยกลุ่มควบคุมมีค่ามัธยฐานเท่ากับ 3 ปีในขณะที่กลุ่มทดลองมีค่ามัธยฐานเท่ากับ 5 ปี ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม กลุ่มทดลองมีพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพโดยรวมและรายด้าน ได้แก่ ด้านอาหารและ โภชนาการ ด้านการออกกำลังกาย ด้านการจัดการความเครียด และด้านการรับประทานยา มากกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = -4.705, -4.794, -4.556, -3.625, -4.580, p < .001) แต่ไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = -0.573, -0.834, -0.243, -1.939, p > .05) ยกเว้นด้านการรับประทานยาที่พบว่ามี คะแนนมากกว่ากลุ่มควบคุม (Median = 4.00) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = -2.441, p = .015) ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม กลุ่มทดลองมีระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือดน้อยกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = -3.259, p = .001) แต่ไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม (Median = 7.25) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = -1.761, p > .05) 

ข้อเสนอแนะ บุคลากรทีมสุขภาพของโรงพยาบาลระดับตติยภูมิที่มีบริบทใกล้เคียงกับการศึกษาครั้งนี้ สามารถประยุกต์ใช้โปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพร่วมกับการดูแลตามปกติในการติดตามและสนับสนุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

Karuranga S, Malanda B, Saeedi P, Salpea P, editors. IDF Diabetes atlas ninth edition 2019. International Diabetes Federation; 2019. Available from: https://diabetesatlas.org/upload/resources/material/20200302_133351_IDFATLAS9e-final-web.pdf

Office of Noncommunicable Diseases, Department of Disease Control. Campaign issues for diabetes day 2018. [Internet]. 2018 [Retrieved 2023 May 22]. Available from: https://search.app/m55KTxKpsQGQvans9 (inThai)

American Diabetes Association. Diagnosis and classification of diabetes mellitus. Diabetes Care. 2011;34 Suppl 1(Suppl 1):S62-9. https://doi.org/10.2337/dc11-S062. PMID: 21193628

Akeplakorn W. Thai national health examination survey, NHES V [Internet]. National Health Examination Survey Office, Health System Research Institute; [Retrieved 2023 May 22]. Available from: http://www.thaiheart.org/images/column_1387023976/NHES5_EGATMeeting13Dec13.pdf (in Thai)

Banphaeo General Hospital. Annual Report 2019 [Internet]. Banphaeo General Hospital; 2019 [Retrieved 2023 May 22]. Available from: https://www.bphosp.or.th/pdf/Annual2562-1.pdf (inThai)

Anongrak P, Orapan B, Sakul C. The relationship among self-efficacy, self-health management, and health hromotion behaviors of diabetic patients at a secondary level hospital in Samut Sakorn province Journal of Nursing Division 2019; 46(2): 25-39. Available from: http://library.christian.ac.th/lrc%20on%20emis/thai_content/nursing%20division/46-2-2562.pdf (inThai)

Lorig KR, Holman H. Self-management education: history, definition, outcomes, and mechanisms. Ann Behav Med. 2003;26(1):1-7. https://doi.org/10.1207/S15324796ABM2601_01

Pender NL, Murdaugh CL, Parsons MA. Health promotion in nursing practice. 6th edition. Boston: Pearson Education Inc; 2011.

Aiemvijit S. Effect of health promotion program on behavior controlling blood sugar level among patients with diabetes mellitus in Klongudom Sub-district, Mueang, Chachoengsao Province [Internet]. 2018 [Retrieved 2023 May 22]. 9 p. Available from: http://www.govesite.com/uploads/201507231353166t5LR59/20180615105056_1_rPBm10U.pdf (in Thai)

Thanawattananan A. The outcomes of health promotion program for diabetic retinopathy patients [master thesis on the internet]. Nakhon Pathom: Christian University; 2014 [Retrieved 2023 May 22]. 125 p. Available from: http://library.christian.ac.th/thesis/document/T035805.pdf (in Thai)

Suwunsusiri J, Junpen R. The result of a health promotion program for diabetes patients without insulin at damnoensaduak hospital. Hua Hin Sook Jai Klai Kangwon Journal. 2019;4(1):49-60. Available from: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/hhsk/article/view/176241/130239 (in Thai)

Krejcie RV, Morgan DW. Determining sample size for research activities. Educ Psychol Meas. 1970; 30(3): 607-10. Available from: https://doi.org/10.1177/001316447003000308

Thanyanom J. Factors affecting self-care of diabetic patients, Wiang Yom subdistrict, Mueang District, Lamphun Province [master thesis on the internet]. Chiang Mai: Chiang Mai University; 2006. Available from: http://cmuir.cmu.ac.th/handle/6653943832/27856 (in Thai)

Siangdung S. Self-care behaviors of patients with uncontrolled DM. Journal of the Southern College of Nursing and Public Health Network. 2017;4(1): 191-202. Available from: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/scnet/article/view/74875/60400 (in Thai)

Saidaeng K. Behavioral modification process on diabetic patients at healthy center of Mae Lai Community, Mueang District, Phrae Province [master thesis on the internet]. Chiang Mai: Chiang Mai University; 2011. Available from: http://cmuir.cmu.ac.th/handle/6653943832/26053 (in Thai)

Hayeepachi N, Pouyfung P. Effective factor associated with controlling blood sugar among diabetes mellitus type 2 patients on follow-up at Medical Division, Chiang Rai Municipality. Journal of Nursing, Public Health, and Education. 2019;20(3):83-94. Available from: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnpy/article/view/203692/157209 (in Thai)

Choi SE. Diet-specific family support and glucose control among Korean immigrants with type 2 diabetes. Diabetes Educ. 2009;35(6):978-85. https://doi.org/10.1177/0145721709349220 PMID: 19934457

Miller TA, Dimatteo MR. Importance of family/social support and impact on adherence to diabetic therapy. Diabetes Metab Syndr Obes. 2013;6:421-6. https://doi.org/10.2147/DMSO.S36368 PMID: 24232691

Mondesir FL, White K, Liese AD, McLain AC. Gender, illness-related diabetes social support, and glycemic control among middle-aged and older adults. J Gerontol B Psychol Sci Soc Sci. 2016;71(6):1081-8. https://doi.org/10.1093/geronb/gbv061 PMID: 26307487

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-06-24

รูปแบบการอ้างอิง

1.
พิมภาวะ อ, ช้อนทอง ร, ศิริรัตน์ น. ประสิทธิผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ ณ โรงพยาบาลระดับตติยภูมิแห่งหนึ่ง ในจังหวัดสมุทรสาคร. J Thai Nurse Midwife Counc [อินเทอร์เน็ต]. 24 มิถุนายน 2024 [อ้างถึง 2 มีนาคม 2026];39(02):286-97. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TJONC/article/view/267449

ฉบับ

ประเภทบทความ

Research Articles