ผลของโปรแกรมการเตรียมความพร้อมก่อนการฝึกปฏิบัติบนหอผู้ป่วยต่อความเครียดของนักศึกษาพยาบาล
DOI:
https://doi.org/10.60099/jtnmc.v41i01.274869คำสำคัญ:
การเตรียมความพร้อม , ความเครียด , รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลเด็กวัยรุ่น , นักศึกษาพยาบาลบทคัดย่อ
บทนำ การจัดการเรียนรู้ในคลินิกเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดการเรียนรู้ในหลักสูตร พยาบาลศาตรบัณฑิตที่มุ่งให้นักศึกษามีสมรรถนะในการให้บริการสุขภาพแบบองค์รวมแก่ประชาชน ภาวะความเครียดในการฝึกปฏิบัติเกิดจากการที่นักศึกษาพยาบาลเผชิญกับความคาดหวัง ความรับผิดชอบ และสถานการณ์ใหม่ที่อาจยังไม่คุ้นเคย ซึ่งสามารถอธิบายได้ตามทฤษฎีความเครียดของลาชารัสและ โฟล์คแมน ที่กล่าวว่า ความเครียดเป็นผลลัพธ์ของการประเมินปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับสิ่งแวดล้อม โดยเมื่อบุคคลรับรู้ว่าสถานการณ์นั้นเกินกว่าทรัพยากรที่ตนมีในการจัดการ จะเกิดภาวะความเครียด การเตรียมความพร้อมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และจิตใจ จึงเป็นการเพิ่มทรัพยากรเพื่อปรับดุล และ ลดความเครียดที่เกิดขึ้น เป็นแนวทางในการพัฒนาวิชาชีพพยาบาลให้มีประสิทธิภาพในอนาคต
วัตถุประสงค์ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบคะแนนความเครียดของนักศึกษาพยาบาลก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรมการเตรียมความพร้อมก่อนการฝึกปฏิบัติบนหอผู้ป่วย
การออกแบบการวิจัย การศึกษานี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลองชนิดกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง ประยุกต์ใช้ทฤษฎีความเครียดของลาชารัสและโฟล์คแมนในการพัฒนาโปรแกรมการเตรียมความพร้อมก่อนการฝึกปฏิบัติบนหอผู้ป่วย โดยความเครียดเป็นความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และสิ่งแวดล้อมที่บุคคลจะประเมินว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น มีผลกระทบต่อสวัสดิภาพของตนเอง และต้องใช้ทรัพยากร หรือความสามารถของตนเองที่มีอยู่ในการปรับตัวอย่างเต็มที่ หรือเกินกำลัง เพื่อจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า สถานการณ์ที่นักศึกษาพยาบาลฝึกปฏิบัติบนหอผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นที่มีลักษณะเฉพาะในครั้งแรก ต้องใช้ทักษะพิเศษในการสื่อสารกับเด็กในวัยต่าง ๆ และต้องมีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครอบครัวของเด็ก ตลอดจนความไม่คุ้นเคยกับบุคลากร และสภาพแวดล้อมในหอผู้ป่วย งานที่ได้รับมอบหมายขณะฝึกปฏิบัติและอาจารย์ผู้ผู้สอนภาคปฏิบัติสิ่งต่างๆ เหล่านี้ นักศึกษาแต่ละคนประเมินตัดสินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแตกต่างกันไป อีกทั้งมีการเลือกใช้วิธีการเผชิญความเครียดแตกต่างกันตามศักยภาพของทรัพยากรและข้อจำกัดของนักศึกษาแต่ละคน โปรแกรมการเตรียมความพร้อมก่อนการฝึกปฏิบัติบนหอผู้ป่วย ถือว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญเพื่อลดความเครียด สำหรับนักศึกษาพยาบาล ชั้นปีที่ 2 ในรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น ประกอบด้วย 3 กิจกรรม ในระยะเวลา 4 วัน รวมเวลา 30 ชั่วโมง ดังนี้ กิจกรรมที่ 1) การปฐมนิเทศรายวิชา และการสรุปสาระสำคัญ การพยาบาลเด็กและวัยรุ่น เพื่อให้นักศึกษามีความเข้าใจรายละเอียดการฝึกปฏิบัติ และแนวคิด หลักการ การพยาบาลเด็กและวัยรุ่น กิจกรรมที่ 2) การปฐมนิเทศการฝึกปฏิบัติจากพยาบาลประจำหอผู้ป่วย เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจบริบท ลักษณะงาน และแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยในแต่ละแผนก และ กิจกรรมที่ 3) การเตรียมความพร้อมการปฏิบัติการพยาบาล 4 ทักษะ ประกอบด้วย 1) การประเมินการเจริญเติบโตและพัฒนาการ 2) การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค 3) การพ่นยา ดูดเสมหะการให้ออกชิเจน และ 4) การให้ยากิน ยาฉีด และยาพ่น เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในทักษะด้านการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น
วิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ สถาบันการศึกษาพยาบาลแห่งหนึ่ง จำนวน 98 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง โดยมีเกณฑ์การคัดเข้า ดังนี้ 1) นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ลงทะเบียนในรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น ภาคปลาย ปีการศึกษา 2567 2) อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ทั้งเพศชายและเพศหญิง 3) สื่อสารด้วยการพูด อ่าน เขียนภาษาไทยได้ และ 4) ยินดีเข้าร่วมการวิจัย เครื่องมือการวิจัยได้แก่ 1) โปรแกรมการเตรียมความพร้อมก่อมก่อนการฝึกปฏิบัติบนหอผู้ป่วย ได้รับการพิจารณาความตรงเชิงเนื้อหา จากผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน มีดัชนีความตรงตามเนื้อหา เท่ากับ.89 2) แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป 3) แบบวัดความเครียดของสวนปรุง แบบสอบถามต้นฉบับ มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ .70 เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือนมกราคม ถึงมีนาคม พ.ศ. 2568 หลังได้รับโปรแกรมการเตรียมความพร้อม เป็นเวลา 4 วัน นักศึกษาขึ้นฝึกปฏิบัติบนหอผู้ป่วยเด็ก 2 แห่ง และคลินิกสุขภาพเด็กดี แหล่งฝึกละ 1 สัปดาห์ ตามตารางหมุนเวียน เมื่อสิ้นสุดการฝึกปฏิบัติ ครบถ้วนแล้ว นักศึกษาทำแบบวัดความเครียดหลังการทดลอง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การทดสอบทีแบบคู่
ผลการวิจัย กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 91.83) อายุเฉลี่ย 20.28 ปี (SD = 1.00) มีเกรดเฉลี่ยสะสมอยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 58.16) หลังเข้าร่วมโปรแกรม นักศึกษามีคะแนนเฉลี่ยความเครียด (M = 37.85, SD. = 7.51) ต่ำกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม (M = 58.64, SD = 12.27) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 28.560.p<.001)
ข้อเสนอแนะ การจัดการเรียนรู้ภาคปฏิบัติในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต สามารถนำโปรแกรมการเตรียมความพร้อมก่อนการฝึกปฏิบัติบนหอผู้ป่วย สำหรับนักศึกษาพยาบาลไปประยุกต์ใช้ ในกระบวนการเตรียมความพร้อม เพื่อลดความเครียดของนักศึกษาพยาบาลก่อนการฝึกปฏิบัติบนหอผู้ป่วย เพื่อให้นักศึกษามีสมรรถนะในการฝึกปฏิบัติการพยาบาลสอดคล้องกับผลลัพธ์เรียนรู้ของรายวิชา หลักสูตร และเป็นแนวทางการพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติการพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามมาตราฐานวิชาชีพในอนาคต
Downloads
เอกสารอ้างอิง
Nursing Council of Thailand. Guidelines for curriculum approval of nursing and midwifery professional education programs, professional level B.E. 2568. Nonthaburi: The Council; 2668. Available from: https://www.tnmc.or.th/tnmc/public/images/userfiles/files/0(1).pdf (inThai)
Boromarajonani College of Nursing, Nopparat Vajira. Bachelor of Nursing Science Program (Revised Curriculum B.E. 2565). Bangkok: The College; 2023. (in Thai)
Boromarajonani College of Nursing, Nopparat Vajira. Self-assessment report according to ASEAN University Network Quality Assurance (AUN-QA) criteria for academic year 2023. Bangkok: The College; 2024. (in Thai)
Boromarajonani College of Nursing, Nopparat Vajira. Clinical practice manual for pediatric and adolescent nursing 1, academic year 2024. Bangkok: The College; 2024. (in Thai)
Boromarajonani College of Nursing, Nopparat Vajira. Practical training evaluation report for academic year 2566. Bangkok: The College; 2023. (in Thai)
Lazarus RS, Folkman S. Stress, appraisal, and coping. New York: Springer; 1984.
Konlan KD, Damiran D, Lee TW. Clinical readiness for practice of nursing students: a concept analysis. Int J Environ Res Public Health. 2024;21(12):1-14. https://doi.org/10.3390/ijerph21121610
Srisatidnarakul B. Effect size, power analysis, and appropriate sample size calculation using G*Power. Bangkok: Chulalongkorn University; 2020. (in Thai)
Mahattanirandrkul S, Phumpaisanchai W, Tapanya P. The construction of Suan Prung Stress Test for Thai population. Suan Prung Journal. 1998;13(3):1-20. Available from: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/APPJ/article/view/90246 (in Thai)
Pomthong K, Kanungpiarn T, Pradubthong O, Sanpaung S. The effect of blended learning program of principles and nursing techniques for promoting readiness on knowledge, principle practice skills and nursing techniques of student nurses. Journal of Nursing, Siam University. 2023;24(47):20-30. Available from: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nursingsiamjournal/article/view/264569/180705 (in Thai)
Sari HY, Öztornaci BÖ, Akgül EA, Karakul A, Doğan Z, Doğan P. The results of simulation training in pediatric nursing students’ education. J Pediatr Res. 2018;5(4):194–200. https://doi.org/10.4274/jpr.97769
Lee RL, Wang JJ. Effectiveness of an adolescent healthcare training programme for enhancing paediatric nurses’ competencies. J Clin Nurs. 2016; 25(21-22):3300-10. https://doi.org/10.1111/jocn.13395 PMID: 27219863
Gũlnar E, Aşik E, Özveren H. The effect of a stress management program on first-year nursing students’ clinical stress: A randomized controlled experimental study. Nurse Educ Today. 136:106131;2024. https://doi.org/10.1016/j.nedt.2024.106131 PMID: 38368735
Toqan D, Ayed A, Malak MZ, Hammad BM, ALBashtawy M, Hayek M, et al. Sources of stress and coping behaviors among nursing students throughout their first clinical training. SAGE Open Nurs. 2023;16(9): 23779608231207274. https://doi.org/10.1177/23779608231207274 PMID: 37854791
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสภาการพยาบาล

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.



