ผลของโปรแกรมการพยาบาลแบบระบบสนับสนุนต่อความรู้และพฤติกรรมของมารดาครรภ์แรกในการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนดที่บ้าน

ผู้แต่ง

  • จารุวรรณ สนองญาติ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • ขวัญฤทัย ธรรมกิจไพโรจน์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • เนติยา แจ่มทิม วิทยาลัยพยาบาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • ลักขณา ศิรถิรกุล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • เมทณี ระดาบุตร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นนทบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก

DOI:

https://doi.org/10.60099/jtnmc.v41i02.275903

คำสำคัญ:

การพยาบาลแบบระบบสนับสนุน, ความรู้ , พฤติกรรมการดูแล , ทารกคลอดก่อนกำหนด , มารดาครรภ์แรก

บทคัดย่อ

บทนำ การดูแลทารกคลอดก่อนกำหนดที่บ้านเป็นภารกิจที่ชับช้อน เนื่องจากทารกมีความเปราะบางในหลายระบบ แม้พ้นระยะวิกฤตจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ยังคงมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การดูแลที่บ้าน มารดาครรภ์แรกมักมีความรู้พื้นฐาน แต่ยังขาดประสบการณ์ ความมั่นใจ และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการดูแล จึงสะท้อนช่องว่างของรูปแบบการสนับสนุนที่เป็นระบบ ผู้วิจัยจึงพัฒนาโปรแกรมการพยาบาลระบบสนับสนุน (Supportive Educative Nursing Program: SENP) ตามทฤษฎีของโอเร็ม เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะของมารดาให้สามารถดูแลทารกได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน 

วัตถุประสงค์ของการวิจัย การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความรู้ และพฤติกรรมการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนดของมารดาครรภ์แรกของกลุ่มทดลองระหว่างก่อน และหลังได้รับโปรแกรมฯ และ 2) เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความรู้และพฤติกรรมการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนดของมารดาครรภ์แรกระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม 

การออกแบบการวิจัย การวิจัยนี้เป็นแบบกึ่งทดลอง ชนิดสองกลุ่มวัดก่อน-หลังการทดลอง 

วิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่างคือ มารดาครรภ์แรกที่ดูแลทารกคลอดก่อนกำหนดที่บ้าน อย่างน้อย 4 วันต่อสัปดาห์ โดยทารกต้องไม่มีความพิการแต่กำเนิด และเคยเข้ารับการรักษาในหน่วยทารกแรกเกิดของโรงพยาบาลรัฐในเขตสุขภาพที่ 5 หลังได้รับการจำหน่ายกลับบ้าน กลุ่มตัวอย่าง ทั้งหมดจำนวน 76 คน แบ่งเป็น กลุ่มทดลอง 38 คน และ กลุ่มควบคุม 38 คน โดยใช้การสุ่มอย่างง่าย (simple random sampling) จากนั้นจับคู่ตามเกณฑ์สำคัญของทารกเข้ากลุ่มทดดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรม ESNS ตามแนวคิดโอเร็ม โปรแกรมการพยาบาลระบบสนับสนุน (SENP) ดำเนินการ 4 ระยะ ดังนี้ 1) การประเมินโดยวิเคราะห์ความต้องการในการดูแลทารกรายบุคคล 2) เสริมสร้างความรู้และสนับสนุนโดยการฝึกทักษะการปฏิบัติ ร่วมกับการใช้สื่อเรียนรู้ด้วยตนเองและการให้คำปรึกษาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ "โตสมวัย ใส่ใจลูกน้อย" 3) การทบทวนและฝึกปฏิบัติ โดยเน้นการฝึกช้ำเพื่อสร้างความมั่นใจในการดูแล และ 4) การติดตามผลโดยการเยี่ยมบ้านและ ประเมินผลลัพธ์เพื่อประคับประคองด้านจิตใจและปรับปรุงแนวทางการดูแลให้เหมาะสม ส่วนกลุ่มควบคุม ได้รับการดูแลตามปกติ เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย 1) แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป 2) แบบประเมินความรู้ เกี่ยวกับการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด และ 3) แบบประเมินพฤติกรรมการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ การดูแลทั่วไป การส่งเสริมพัฒนาการ การดูแลตามปัญหาสุขภาพ และ การป้องกันโรค การตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาของโปรแกรม แบบประเมินความรู้และแบบประเมินพฤติกรรมได้ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา เท่ากับ 1.00, .86 และ .82 ตามลำดับ การตรวจสอบความเชื่อมั่น พบว่าแบบประเมินความรู้มีค่า Kuder-Richardson (KR-20) เท่ากับ.82 และแบบประเมินพฤติกรรม มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ .78 โปรแกรม SENP ใช้เวลาทั้งสิ้น 12 สัปดาห์ โดยแบ่งออกเป็น 4 ระยะ สัปดาห์ที่ 1 เป็นการประเมินความต้องการและให้ความรู้เบื้องต้นและสาธิต การใช้คู่มือจากนั้นในสัปดาห์ที่ 2-3 ผู้วิจัยมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะและสนับสนุนการเรียนรู้ผ่านสื่ออออนไลน์ และการให้คำปรึกษาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ "โตสมวัย ใส่ใจลูกน้อย" สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ต่อมาใน สัปดาห์ที่ 4-5 การทบทวนและฝึกปฏิบัติช้าเพื่อสร้างความมั่นใจในการดูแลบุตรที่บ้าน เข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 ติดตามผลผ่านการเยี่ยมบ้านและประคับประคองด้านจิตใจอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในสัปดาห์ที่ 12 จึงทำการประเมินผลหลังการทดลลอง ทั้งด้านความรู้และพฤติกรรมการดูแลทารกของมารดา กลุ่มควบคุม ได้รับการสอนเรื่องการเข้าเต้าให้นมบุตร การกระตุ้นพัฒนาการ และได้รับคู่มือการดูแลเด็ก (Developmental Assessment For Intervention Manual, DAIM) วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความรู้และพฤติกรรมระหว่างก่อนและหลังได้รับโปรแกรม โดยใช้สถิติทดสอบที่แบบคู่ และเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความรู้และพฤติกรรมภายหลังได้รับโปรแกรม ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมโดยใช้สถิติทดสอบที่แบบอิสระ

ผลการศึกษา คะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนดของกลุ่มทดลอง ภายหลังได้รับโปรแกรม (M = 23.50, SD = 3.02) สูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรม (M = 8.79, SD= 2.68) และสูงกว่ากลุ่มควบคุม (M = 15.50, SD = 2.82) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 12.698, p< .001; t = 10.850, p <.001 ตามลำดับ) คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนดของกลุ่มทดลอง ภายหลังได้รับโปรแกรม (M = 98.00, SD = 10.84) สูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรม (M = 32.08, SD = 14.32) และสูงกว่ากลุ่มควบคุม (M= 32.50, SD = 4.28) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 7.128, p<.001; t= 13.581, p<.001 ตามลำดับ)

ข้อเสนอแนะ พยาบาลสามารถประยุกต์ใช้โปรแกรมในการสนับสนุนการดูแลทารกคลอด ก่อนกำหนดที่บ้าน โดยเสริมจากรูปแบบปกติที่มีอยู่ การวิจัยครั้งต่อไปควรออกแบบให้มีการควบคุม ยิ่งขึ้นเพื่อยืนยันประสิทธิผลของโปรแกรม และมีการติดตามผลในระยะยาว

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

Office of the National Economic and Social Development Council. National strategy 2018–2037 [Internet]. Bangkok: NESDC; 2018 [cited 2024 Mar 16]. Available from: https://www.nesdc.go.th/wordpress/wp-content/uploads/2025/06/NATIONAL-STRATEGY-2018-2037-ENG.pdf

World Health Organization. Preterm birth [Internet]. Geneva: WHO; 2023 [cited 2024 Mar 16]. Available from: https://www.who.int/news-room/factsheets/detail/preterm-birth

Blencowe H, Cousens S, Chou D, Oestergaard M, Say L, Moller AB, et al. Born too soon: the global epidemiology of 15 million preterm births. Reprod Health. 2013;10(Suppl 1):S2. https://doi.org/10.1186/1742-4755-10-S1-S2 PMID: 24625129 DOI: https://doi.org/10.1186/1742-4755-10-S1-S2

Department of Health, Ministry of Public Health. Maternal and child health statistics Thailand 2021 [Internet]. Nonthaburi: DOH; 2022 [cited 2024 Mar 16]. Available from: https://spd.moph.go.th/wp-content/uploads/2022/11/Hstatistic64.pdf (in Thai)

Health Data Center. Maternal and Child Health Data. HDC Service, Ministry of Public Health, Thailand [Internet]. Nonthaburi: Ministry of Public Health; 2021 [cited 2024 Mar 16]. Available from: https://hdc.moph.go.th/brm (in Thai)

Konukbay D, Vural M, Yildiz D. Parental stress and nurse-parent support in the neonatal intensive care unit: a cross-sectional study. BMC Nurs. 2024; 23(1):1–10. https://doi.org/10.1186/s12912-024-02458-y PMID: 39533261 DOI: https://doi.org/10.1186/s12912-024-02458-y

Department of Health. Developmental Surveillance and Promotion Manual (DSPM) [Internet]. Nonthaburi: Ministry of Public Health; 2022 [cited 2024 Mar 16]. Available from: https://thaichilddevelopment.com (in Thai)

World Health Organization. WHO recommendations on postnatal care of the mother and newborn [Internet]. Geneva: WHO; 2022 [cited 2024 Mar 16]. Available from: https://www.who.int/publications/i/item/9789240045989.

Neyestani A, Saeidi R, Salari M, Karbandi S. The effect of implementing a discharge program on quality of life of mothers with premature infants. J Evid Based Care. 2017;7(1):60-71. Available from: https://doaj.org/article/d0448813315c4cb1a0b3eb0123a4c924

Chupinijrobkob P. Effects of supportive-educative nursing system program on knowledge and caring behaviors among mothers of premature infants. TUH Journal online. 2022 [cited 2024 Mar 16];7(1), 18-32. Available from: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TUHJ/article/view/250613/175218 (in Thai)

Fan J, Wang J, Zhang X, He R, He S, Yang M, et al. A home-based, post-discharge early intervention program promotes motor development and physical growth in the early preterm infants: a prospective, randomized controlled trial. BMC Pediatr. 2021 Apr 7;21(1):162. https://doi.org/10.1186/s12887-021-02627-x PMID: 33827496 DOI: https://doi.org/10.1186/s12887-021-02627-x

Bureau of Policy and Strategy, Ministry of Public Health. Low birth weight rate report [Internet]. Bangkok: MOPH; 2020 [cited 2024 Mar 16]. Available from: https://dashboard.anamai.moph.go.th/dashboard/lbw/

Orem DE. Nursing: concepts of practice. 6th ed. St Louis: Mosby; 2001.

Knowles MS. The modern practice of adult education: from pedagogy to andragogy. New York: Cambridge Books; 1980.

Faul F, Erdfelder E, Lang AG, Buchner A. G*Power 3: a flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behav Res Methods. 2007;39(2):175–91. https://doi.org/10.3758/bf03193146 PMID: 17695343 DOI: https://doi.org/10.3758/BF03193146

Samsudin S, Chui PL, Kamar ABA, Abdullah KL. Maternal kangaroo care education program in the neonatal intensive care unit improved mothers’ perceptions, knowledge, perceived barriers and stress related to premature infants. Nurs Open. 2023;10(1): 349–57. https://doi.org/10.1002/nop2.1311 PMID: 36514142 DOI: https://doi.org/10.1002/nop2.1311

Chen Y, Zhang J, Bai J. Effect of an educational intervention on parental readiness for premature infant discharge from the neonatal intensive care units. J Adv Nurs. 2016;72(1):135–46. https://doi.org/10.1111/jan.12817 DOI: https://doi.org/10.1111/jan.12817

Jang EH, Ju HO. Effects of an infant care education program for mothers of late-preterm infants on parenting confidence, breastfeeding rates, and infants’ growth and readmission rates. Child Health Nurs Res. 2020;26(1):11-22. https://doi.org/10.4094/chnr.2020.26.1.11 DOI: https://doi.org/10.4094/chnr.2020.26.1.11

Saehoong S, Pookboonmee R, Daramas T, Phumonsakul S. Early breastfeeding education with telephone support for mothers of preterm infants. Pac Rim Int J Nurs Res [Internet]. 2024 [cited 2024 Dec 16];28(3):583-598. https://doi.org/10.60099/prijnr.2024.268608 DOI: https://doi.org/10.60099/prijnr.2024.268608

Fan J, He R, He S, Yang M, Tao X, Zhou M, Gao X, Yu W, Wang J. Effectiveness of a homebased, postdischarge early intervention program for very preterm infants in reducing parental stress: a randomized controlled trial. BMC Public Health. 2024;24:2476. https://doi.org/10.1186/s12889-024-19969-7 DOI: https://doi.org/10.1186/s12889-024-19969-7

Sanongyard J, Siratirakul L, Jaemtim N, Maungchang Y, Hemtanon P. Effects of supportive and educative nursing system program on growth and development knowledge and caring behaviors among mothers of premature infants. J Boromarajonani Coll Nurs Suphanburi [Internet]. 2023 [cited 2024 Mar 16];6(1):42–57. Available from: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/SNC/article/view/263751/179825 (in Thai)

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-09

รูปแบบการอ้างอิง

1.
สนองญาติ จ, ธรรมกิจไพโรจน์ ข, แจ่มทิม เ, ศิรถิรกุล ล, ระดาบุตร เ. ผลของโปรแกรมการพยาบาลแบบระบบสนับสนุนต่อความรู้และพฤติกรรมของมารดาครรภ์แรกในการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนดที่บ้าน. J Thai Nurse Midwife Counc [อินเทอร์เน็ต]. 9 เมษายน 2026 [อ้างถึง 31 สิงหาคม 2026];41(02):316-31. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TJONC/article/view/275903

ฉบับ

ประเภทบทความ

Research Articles