การศึกษาเปรียบเทียบความทุกข์ทรมานจากอาการ ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และคุณภาพชีวิตของสตรีที่เป็นมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่หลังสิ้นสุดการรักษาด้วยรังสีรักษาร่วมกับยาเคมีบำบัดจนถึงระยะเวลารอดชีวิตมากกว่า 5 ปี

ผู้แต่ง

  • จารุวรรณ สีหะวงษ์ โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  • ธิราภรณ์ จันทร์ดา โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  • บัวหลวง สำแดงฤทธิ์ โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

DOI:

https://doi.org/10.60099/jtnmc.v41i03.278154

คำสำคัญ:

ความทุกข์ทรมานจากอาการ, ความวิตกกังวล, ภาวะซึมเศร้า, คุณภาพชีวิต, ผู้รอดชีวิตจากมะเร็งปากมดลูก

บทคัดย่อ

บทนำ มะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่พบบ่อยในสตรีไทย แม้การรักษาจะช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิต แต่ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยยังคงเผชิญกับผลข้างเคียงทั้งในระยะเฉียบพลันและระยะยาว โดยเผชิญกับความทุกข์ทรมานจากอาการ เช่น ภาวะช่องคลอดตีบแคบและแห้ง การเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระอันเนื่องมาจากเนื้อเยื่อถูกทำลายด้วยรังสี ซึ่งคุกคามสรีรวิทยาของร่างกาย และยังส่งผลกระทบต่อเนื่องทางจิตใจ ก่อให้เกิดความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า จากภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไป และการสูญเสียหน้าที่ทางเพศ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว การติดตามและศึกษาผลกระทบหลังสิ้นสุดกระบวนการรักษาในระยะเวลาที่แตกต่างกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการฟื้นฟูแบบองค์รวม เพื่อให้พยาบาลเข้าใจวิถีการเปลี่ยนแปลงและธรรมชาติของอาการในแต่ละระยะรอดชีวิต และนำไปสู่การกำหนดกลยุทธ์การฟื้นตัวที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางได้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งเสริมให้สตรีผู้รอดชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

วัตถุประสงค์การวิจัย การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความทุกข์ทรมานจากอาการ ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และคุณภาพชีวิตของสตรีที่เป็นมะเร็งปากมดลูกภายหลังสิ้นสุดการรักษาด้วยรังสีรักษาร่วมกับยาเคมีบำบัด ในช่วงระยะเวลาหลังการรักษาที่แตกต่างกัน 3 ช่วง (ภายหลังสิ้นสุดการรักษาด้วยรังสีรักษาร่วมกับยาเคมีบำบัด 0 ถึง 1 ปี หลังสิ้นสุดการรักษามากกว่า 1 ถึง 5 ปี และหลังสิ้นสุดการรักษามากกว่า 5 ปีขึ้นไป)

การออกแบบการวิจัย การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาแบบบรรยายเชิงเปรียบเทียบ ใช้กรอบแนวคิดคุณภาพชีวิตจากการทบทวนวรรณกรรม ร่วมกับแบบวัดคุณภาพชีวิตเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก (Functional Assessment of Cancer Therapy–Cervix: FACT–Cx) โดยคุณภาพชีวิตหมายถึงการรับรู้ของบุคคลต่อความผาสุกที่ไม่ถูกกระทบจากโรคหรือการรักษา ครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ ร่างกาย ครอบครัวและสังคม อารมณ์ การปฏิบัติกิจกรรม และด้านเฉพาะมะเร็งปากมดลูก ผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัดร่วมกับรังสีรักษามักมีอาการข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อน ซึ่งรุนแรงขึ้นเมื่อการรักษายาวนาน และผู้ป่วย แต่ละรายมีการรับรู้และตอบสนองต่ออาการแตกต่างกัน การประเมินคุณภาพชีวิตทั้ง 5 ด้านจะช่วยให้ทีมสุขภาพมีข้อมูลสำหรับการพยาบาลและการจัดการอาการ โดยผลกระทบจากโรคและการรักษาสามารถส่งผลต่อความผาสุกทั้งด้านร่างกาย สังคม อารมณ์ และการดำเนินชีวิต การติดตามคุณภาพชีวิตจะเป็นข้อมูลพื้นฐานในการส่งเสริมให้ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้

วิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่าง คือสตรีที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกที่ได้รับการรักษาด้วยรังสีรักษาร่วมกับยาเคมีบำบัดครบตามแผนการรักษาแล้ว และเข้ารับการติดตามอาการตามนัดหมายทางการแพทย์ ณ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ จำนวน 150 คน เลือกแบบเฉพาะเจาะจง ตามเกณฑ์คัดเข้า แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 3 กลุ่ม ตามระยะเวลาของการรอดชีวิต กลุ่มละ 50 คน ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 ผู้ป่วยที่สิ้นสุดกระบวนการรักษาภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยที่สิ้นสุดกระบวนการรักษามากกว่า 1 ปี ถึง 5 ปี และกลุ่มที่ 3 ผู้ป่วยที่สิ้นสุดกระบวนการรักษามากกว่า 5 ปีขึ้นไป การกำหนดขนาดตัวอย่างใช้โปรแกรม G*Power โดยกำหนดขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.19 ระดับนัยสำคัญ (α) เท่ากับ .05 และอำนาจในการทดสอบ (power) เท่ากับ .80 เพื่อรองรับการสูญหายของกลุ่มตัวอย่าง (dropout) ผู้วิจัยได้เพิ่มจำนวนกลุ่มตัวอย่างขึ้นอีกร้อยละ 5 ได้ขนาดตัวอย่างเท่ากับ 50 คนต่อกลุ่ม รวม 150 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินอาการจากโรคและการรักษา แบบสอบถามอาการวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า และแบบวัดคุณภาพชีวิตเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก เก็บรวบรวมข้อมูลในระหว่างเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2566 ถึง เดือนตุลาคม พ.ศ. 2567 ที่หน่วยตรวจผู้ป่วยนอกภายหลังผู้ป่วยได้รับการตรวจจากแพทย์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และการทดสอบ Kruskal–Wallis

ผลการศึกษา กลุ่มตัวอย่างมีอายุเฉลี่ย 54.5 ปี (SD 10.75) ส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรสคู่ (ร้อยละ 64.7) ใช้สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า (ร้อยละ 64.0) เป็นมะเร็งมดลูกระยะที่ 2 และ 3 ร้อยละ 41.3 เท่ากัน กลุ่มตัวอย่างมีความทุกข์ทรมานจากอาการ ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า คุณภาพชีวิตโดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (χ² = 75.932, p < .001; χ² = 48.558, p < .001; χ² = 37.546, p < .001; χ² = 75.932, p < .001 ตามลำดับ) เมื่อเปรียบเทียบรายคู่พบว่า ความทุกข์ทรมานจากอาการ ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า คุณภาพชีวิตโดยรวมของทุกกลุ่มมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ยกเว้นภาวะซึมเศร้าของกลุ่มที่ 1 และ 3 ซึ่งพบว่าไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ข้อเสนอแนะ ผลการศึกษานี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนพัฒนาแนวทางการพยาบาลเพื่อจัดการกับอาการและลดความทุกข์ทรมานจากอาการ ลดความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า รวมถึงช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกภายหลังการรักษา พยาบาลควรมีการประเมินอาการ การรับรู้อาการ ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าอย่างสม่ำเสมอในแต่ละช่วงเวลาหลังการรักษา เพื่อให้สามารถให้การดูแลที่เหมาะสม ทันช่วงที และเฉพาะเจาะจงตามความต้องการของผู้ป่วยในแต่ละระยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Global cervical cancer elimination forum: advancing the call to action [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2024 [cited 2025 Nov 22]. Available from: https://www.who.int/initiatives/cervical-cancer-eliminationinitiative/cervical-cancer-forum?utm_source=-chatgpt.com

International Agency for Research on Cancer. Thailand fact sheet. GLOBOCAN 2022 [Internet]. Lyon: International Agency for Research on Cancer; 2024 [cited 2025 Nov 22]. Available from: https://gco.iarc.who.int/media/globocan/factsheets/populations/764-thailand-fact-sheet.pdf

National Comprehensive Cancer Network (NCCN). NCCN Guidelines for Patients: Cervical Cancer. 2022 [cited 2025 Sep 21]. Available from: https://www.nccn.org/patients/guidelines/content/PDF/cervical-patient-guideline.pdf

National Cancer Institute of Thailand. Guidelines for screening, diagnosis, and treatment of cervical cancer. Bangkok: National Cancer Institute; 2024. (in Thai)

Huang H, Feng Y-L, Wan T, Zhang Y-N, Cao X-P, Huang Y-W, et al. Effectiveness of sequential chemoradiation vs concurrent chemoradiation or radiation alone in adjuvant treatment after hysterectomy for cervical cancer: the STARS phase 3 randomized clinical trial. JAMA Oncol. 2021;7:361-9. https://doi.org/10.1001/jamaoncol.2020.7168 PMID: 33443541

Motala F, Pillay P, Govender K. Concurrent chemo-radiation induced renal and haematological toxicities in patients with invasive cervical cancer undergoing treatment. South African Journal of Obstetrics and Gynaecology 2022;28:22-5. Available from: https://doi.org/10.7196/SAJOG.2022.v28i1.2030

Fang H, Tan Y, Sun Y, Wang W. Effectiveness of nursing care for cervical cancer patients undergoing chemotherapy: Systematic review and meta-analysis. African Journal of Reproductive Health 2024;28: 46-51. https://doi.org/10.29063/ajrh2024/v28i12.5

Stuopelytė R, Žukienė G, Breivienė R, Rudaitis V, Bartkevičienė D. Quality of life in cervical cancer survivors treated with concurrent chemoradiotherapy. Medicina 2023;59:777. https://doi.org/10.3390/medicina59040777 PMID: 37109735

Khulpateea BR, Paulson A, Carlson M, Miller DS, Lea J. Stage IVA cervical cancer: outcomes of disease related complications and treatment. Int J Gynecol Cancer. 2021;31:518-23. https://doi.org/10.1136/ijgc-2019-000386 PMID: 32920534

Rahman Z, Singh U, Qureshi S, Srivastav K, Nishchal A. Assessment of quality of life in treated patients of cancer cervix. Journal of mid-life health 2017;8: 183-8.

Juabmee J, Sumdaengrit B, Junda T. Symptom experiences and quality of life in patients with cervical cancer after completion of treatment. Journal of Health and Nursing Research 2021;37:203-15. Available from: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnbangkok/article/view/251396

Liu M, Guo J, Sun H, Liu G. The effect of psychological nursing on the short-and long-term negative emotions and quality of life of cervical cancer patients undergoing postoperative chemotherapy. Am J Transl Res. 2021;13:7952. PMID: 34377275

Zhao M, Luo L, Zhang C-h, Zhang J-p, Yuan J-y, Gu R-y, et al. Healthy-related quality of life in patients with cervical cancer in Southwest China: a cross-sectional study. BMC Health Serv Res. 2021;21:841. https://doi.org/10.1186/s12913-021-06723-7 PMID: 34412641

Cella DF. Quality of life: concepts and definition. J Pain Symptom Manage.1994;9:186-92. https://doi.org/10.1016/0885-3924(94)90129-5 PMID: 8014530

Sumdaengrit B, Hanucharurnkul S, Dodd MJ, Wilailak S, Vorapongsathorn T, Pongthavornkamol K. Symptom experience and self-care among Thai women with cervical cancer. Pacific Rim International Journal of Nursing Research 2010;14:203-18. Available from: https://www.academia.edu/108399874/Symptom_Experience_and_Self_care_among_Thai_Women_with_Cervical_Cancer

Nilchaikovit T, Lotrakul M, Phisansuthideth U. Development of Thai version of hospital anxiety and depression scale in cancer patients. J Psychiatr Assoc Thai 1996;4:18-30. Available from: https://www.researchgate.net/publication/285837589_Development_of_Thai_version_of_hospital_anxiety_and_depression_scale_in_cancer_patients

Li J, Liu G, Luo J, Yan S, Ye P, Wang J, et al. Cervical cancer prognosis and related risk factors for patients with cervical cancer: a long-term retrospective cohort study. Sci Rep. 2022;12:13994. https://doi.org/10.1038/s41598-022-17733-8 PMID: 35978078

Steen R, Dahl AA, Hess SL, Kiserud CE. A study of chronic fatigue in Norwegian cervical cancer survivors. Gynecol Oncol. 2017;146(3):630-5. https://doi.org/10.1016/j.ygyno.2017.05.028 PMID: 28552254

Wang Y, Lo T-T, Wang L, Hsu S-T, Hwang S-F, Lu C-H, et al. Long-term efficacy and toxicity of intensity-modulated radiotherapy in bulky cervical cancer. International Journal of Environmental Research and Public Health 2023;20:1161. https://doi.org/10.3390/ijerph20021161 PMID: 36673916

Pfaendler KS, Wenzel L, Mechanic MB, Penner KR. Cervical cancer survivorship: long-term quality of life and social support. Clin Ther. 2015;37:39-48 https://doi.org/10.1016/j.clinthera.2014.11.013. PMID: 25592090

Sumdaengrit B, Jengprasert K, Sriintravanit N. Evaluating the Quality of Life and Social Support in Patients with Cervical Cancer after Treatment. Trends in Telemedicine & E-health 2018;1. https://doi.org/10.31031/TTEH.2018.01.000506

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-22

รูปแบบการอ้างอิง

1.
สีหะวงษ์ จ, จันทร์ดา ธ, สำแดงฤทธิ์ บ. การศึกษาเปรียบเทียบความทุกข์ทรมานจากอาการ ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และคุณภาพชีวิตของสตรีที่เป็นมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่หลังสิ้นสุดการรักษาด้วยรังสีรักษาร่วมกับยาเคมีบำบัดจนถึงระยะเวลารอดชีวิตมากกว่า 5 ปี. J Thai Nurse Midwife Counc [อินเทอร์เน็ต]. 22 กรกฎาคม 2026 [อ้างถึง 17 กันยายน 2026];41(03):474-90. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TJONC/article/view/278154

ฉบับ

ประเภทบทความ

Research Articles