การประยุกต์ใช้ทฤษฎีการดูแลตนเองของโอเร็มในการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำและการใส่สายสวนหลอดเลือดสมองเพื่อลากลิ่มเลือด: กรณีศึกษา

Main Article Content

สุภาพร ศรีพนม

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ:โรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (Ischemic stroke) เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความพิการในผู้ใหญ่ที่รอดชีวิตมักประสบภาวะทุพพลภาพ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และเศรษฐกิจ การส่งเสริมดูแลตนเองและป้องกันภาวะแทรกช้อนจึงมีความสำคัญยิ่ง กรณีศึกษานี้ได้นำ ทฤษฎีการดูแลตนเองของโอเร็ม มาใช้เป็นกรอบแนวคิดในการดูแลผู้ป่วยชายอายุ 72 ปี ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันได้รับการรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดและการใส่สายสวนหลอดเลือดสมอง เพื่อลากลิ่มเลือด ผลการพยาบาลพบว่า ผู้ป่วยมีความพร่องในการดูแลตนเองในระยะเฉียบพลัน ระยะหลังเฉียบพลันและระยะฟื้นฟูสภาพ พยาบาลมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วยในด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพทางกาย การปรับพฤติกรรมสุขภาพเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การควบคุมระดับความดันโลหิตและการจัดการโรคที่บ้านป้องกันภาวะแทรกช้อน ภาวะเลือดออกในสมอง ภาวะแทรกช้อนตำแหน่งทำหัตถการ ภาวะปอดอักเสบจากการสำลัก และประสานการดูแลร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ การวางแผนฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างต่อเนื่องและการจัดการดูแลต่อเนื่องหลังจำหน่าย (Intermediate Care: IMC) เพื่อให้ผู้ป่วยผ่านพ้นภาวะวิกฤตอย่างปลอดภัย ฟื้นฟูสมรรภาพได้อย่างเหมาะสมและสามารถกลับบ้านได้ภายใน 8 วัน สรุปทฤษฎีการดูแลตนเองของโอเร็ม ช่วยให้พยาบาลประเมินความต้องการและความสามารถของผู้ป่วยได้อย่างเป็นระบบ กำหนดข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล และวางแผนการพยาบาลที่เหมาะสมในแต่ละระยะของการเจ็บป่วย ตั้งแต่ระยะวิกฤตจนถึงการวางแผนจำหน่ายและฟื้นฟูสมรรถภาพ การบูรณาการการดูแลจากทีมสหสาขาวิชาชีพเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการส่งเสริมให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเอง ปรับพฤติกรรม ป้องกันภาวะแทรกช้อนและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ศรีพนม ส. (2026). การประยุกต์ใช้ทฤษฎีการดูแลตนเองของโอเร็มในการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำและการใส่สายสวนหลอดเลือดสมองเพื่อลากลิ่มเลือด: กรณีศึกษา. วารสารการปฏิบัติการพยาบาลและการผดุงครรภ์ไทย, 13(1), 74–91. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/apnj/article/view/277285
ประเภทบทความ
รายงานกรณีศึกษา

เอกสารอ้างอิง

World Stroke Organization. Annual reports 2019. http://www.world-stroke.org/about-wso/annual-reports.

Treetsuthat W. The outcome of treatment in acute ischemic stroke patients who received intravenous thrombolytic therapy at Singburi Hospital. Singburi Hosp Med J. 2020; 29(2): 13-25.

Division of Medicine Nursing Maharat Nakhonratchasima Hospital. Quality assurance work medicine nursing Maharat Nakhonratchasima; 2022.

Wongsuwan A, Wongsuwan C. Nursing Theory: Application. 3rd ed. Nonthaburi: Praboromarajchanok Institute; 2018.

Trijitwatnakul J. Guideline for the management of stroke patients. Bangkok; 2019.

Yawinchan S, Chamnanchang W. Development of nursing service system for patients with stroke, Nan Hospital. NJPH [Internet]. 2019 [cited 2024 Aug 21]. Available from: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tnaph/article/view/230800

Powers W, Rabinstein A, Ackerson T, et al. Guidelines for the early management of patients with acute ischemic stroke: 2019 update to the 2018 guidelines for the early management of acute ischemic stroke: A guideline for healthcare professionals from the American Heart Association/American Stroke Association. Stroke. 2019; 50(12): e344-e418.

Jitjung W. Development of a program to promote the competency of caregivers of hospital stroke patients. Phetchabun Province. Krirk University; 2018.

Niamngen S. Nursing care for stroke [Internet]. 2022 [cited 2024Aug 2]. Available from: https://sakuna.pdf (msdbangkok.go.th)

Phunoi A. Nursing care of Ischemic stroke patients: A case study [Internet]. 2019 [cited 2024Aug 2]. Available from: https://www.google.com/search?q