ภาวะสุขภาพและความพร้อมของชุมชนต่อการจัดการอาชีวอนามัยของแรงงานสูงอายุ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

Main Article Content

จำนงค์ ธนะภพ

Abstract

Health Status and Community Readiness towards Occupational Health Management of Aging Labors, Thasala District, Nakhon Si Thammarat Province


This evaluative research aimed to assess health status of aging labors in 4 aspects which were physical, mental, social, and spiritual health and to evaluate community readiness for occupational health management of aging labors using Community Readiness Model: CRM in 6 dimensions namely community efforts, perceived the community efforts, leadership, attitudes toward the readiness, knowledge about the readiness, and resources related to the community readiness. The study samples were 32 government officers, 6 employers, and 440 aging labors. Data was collected using a structured interviewing questionnaire and was analyzed by descriptive statistics.  


                Results of the study shown that the health status of aging labors was at a good level of physical (99.1%), mental (96.6%), social (93.2%), and spiritual (97.1%). Although the aging labor samples had a good relationship with their family members, 68.6% of them indicated the need for supports.  Regarding the community readiness, it was found that the average score of community readiness for occupational health management was 2.30.  This score was categorized in the 2nd level or denial/resistance level that only some part of the community members recognized and concerned about the little problem in relation to the aging labors that might occur in the community.


Therefore, in order to make the community be ready to improve the occupational health of the aging labors, the related community government agencies should formulate the community occupational health policies clearly and transfers them into action.


การวิจัยประเมินผลครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสภาวะสุขภาพของแรงงานผู้สูงอายุ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ และประเมินความพร้อมของชุมชนในการจัดการด้านอาชีวอนามัยของแรงงานสูงอายุ โดยใช้รูปแบบความพร้อมของชุมชน (Community Readiness Model : CRM) ใน 6 มิติ ได้แก่ ด้านความพยายาม ด้านการรับรู้ของความพยายาม ด้านผู้นำ ด้านทัศนคติ ด้านความรู้ และด้านทรัพยากร กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย บุคลากรภาครัฐ นายจ้าง และแรงงานผู้สูงอายุ จำนวน 32, 6 และ 440 คน ตามลำดับ รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา


ผลการศึกษาพบว่า ภาวะสุขภาพของแรงงานผู้สูงอายุอยู่ในระดับดี ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ร้อยละ 99.1, 96.6 และ 97.1 ตามลำดับ สำหรับภาวะทางสังคมพบว่า แรงงานผู้สูงอายุ ร้อยละ 93.2 มีความสัมพันธ์ในครอบครัวระดับดี และ ร้อยละ 68.6 ต้องการความช่วยเหลือจากสังคม ด้านความพร้อมของชุมชนต่อการจัดการด้านอาชีวอนามัยในแรงงานสูงอายุ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.30 จัดอยู่ในระดับ 2 ปฏิเสธ/ต่อต้าน โดยสมาชิกในชุมชนบางส่วนรับรู้และตระหนักถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในชุมชนเพียงเล็กน้อย


ดังนั้นเพื่อให้ชุมชนมีความพร้อมในการพัฒนาด้านอาชีวอนามัยสำหรับแรงงานสูงอายุ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องควรกำหนดนโยบายด้านอาชีวอนามัยที่ชัดเจนและมีการถ่ายทอดแผนการปฏิบัติงานสู่ชุมชน

Article Details

How to Cite
ธนะภพ จ. (2018). ภาวะสุขภาพและความพร้อมของชุมชนต่อการจัดการอาชีวอนามัยของแรงงานสูงอายุ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช. The Public Health Journal of Burapha University, 13(2), 126–140. retrieved from https://he02.tci-thaijo.org/index.php/phjbuu/article/view/116775
Section
นิพนธ์ต้นฉบับ (Original Articles)

References

1. สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน. ผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการแรงงานผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2556 แผนปฏิบัติการด้านแรงงานผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2557. [ออนไลน์]. [เข้าถึงเมื่อ 28 ตุลาคม 2559]. เข้าถึงได้จาก: https://www.mol.go.th/images/Plan_old_2557.pdf
2. มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ.2558. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิสชิ่ง จำกัด (มหาชน); 2558.
3. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. แผนปฏิบัติการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559. [ออนไลน์]. [เข้าถึงเมื่อ 4 เมษายน 2559]. เข้าถึงได้จาก: https://www.m-society.go.th
4. สำนักงานสถิติสังคม สำนักงานสถิติแห่งชาติ. รายงานผลเบื้องต้นการสำรวจประชากรในประเทศไทย พ.ศ. 2557. กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ; 2557.
5. เกรียงศักดิ์ ซื่อเลื่อม, สมชาย วิริภิรมย์กูล, ปราณี สุทธิสุคนธ์, จำรูญ มีขนอน. คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุไทย. วารสารควบคุมโรค 2554;37:222-8.
6. สุพัตรา ศรีวณิชชากร และคณะ. รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยบูรณาการเพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ; 2556.
7. เกรียงศักดิ์ ธรรมอภิพล, กุศล สุนทรธาดา, เสาวภา พรสิริพงษ์, วิราพรรณ วิโรจน์รัตน์, พัตธนี วินิจจะกูล, วราพร ศรีสุพรรณ และคณะ. การวิจัยปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมในการพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข 2557;8:120-31.
8. ศิมาลักษณ์ ดิถีสวัสดิ์เวทย์, พิไลลักษณ์ พลพิลา, พิเชษฐ โฉมเฉลา, จรรยารักษ์ เยทส์, โสภาพรรณ จิรนิรัติศัย, ฟาอีซะ โตะโยะ และคณะ. การพัฒนาการจัดการอาชีวอนามัยในหน่วยบริการระดับปฐมภูมิสำหรับแรงงานนอกระบบ. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 ขอนแก่น 2556;20:79-92.
9. วิวัฒน์ เอกบูรณะวัฒน์. แรงงานสูงอายุ. [ออนไลน์]. [เข้าถึงเมื่อ 15 ตุลาคม 2558]. เข้าถึงได้จาก www.summacheeva.org/index_article_elder.htm
10. Plested BA, Edwards RW, Jumper-Thurman P. Community Readiness: A handbook for successful change. Fort Collins: Tri-Ethnic Center for Prevention Research; 2006.
11. Stanley LR. Community Readiness for Community Change. 2nd ed. Fort Collins: Tri-Ethnic Center for Prevention Research; 2014.
12. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550. [ออนไลน์]. [เข้าถึงเมื่อ 10 มกราคม 2559]. เข้าถึงได้จาก https://www.tmc.or.th/psb_doc/psb6.pdf
13. สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร. โครงการต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวในชุมชน ของศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ: สำนักอนามัย; 2558.
14. สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์กุล, วนิดา พุ่มไพศาลชัย, พิมพ์มาศ ตาปัญญา. รายงานการวิจัยเรื่องการสร้างแบบวัดความเครียดสวนปรุง. [ออนไลน์]. [เข้าถึงเมื่อ 15 ตุลาคม 2558]. เข้าถึงได้จาก https://www.themindthailand.com/files/
15. สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1-12 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. การจัดบริการสวัสดิการสังคมสำหรับผู้สูงอายุในระดับตำบลอย่างมีส่วนร่วม. กรุงเทพฯ: กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ; 2555.
16. ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. ผู้สูงอายุไทยกับการทำงาน. [ออนไลน์]. [เข้าถึงเมื่อ 15 ตุลาคม 2558]. เข้าถึงได้จาก https://www.nidapoll.nida.ac.th
17. กิตติมาพร โลกาวิทย์. ภาวะสุขภาพและพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ ของผู้สูงอายุในชุมชนจังหวัดปทุมธานี. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี 2556;5:194-211.
18. พิมพิสุทธิ์ บัวแก้ว, รติพร ถึงฝั่ง. การดูแลสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุไทย. วารสารสมาคมนักวิจัย 2559;21:94-109.
19. ชลกร ศิรวรรธนะ, ทิพย์วัลย์ สุรินยา. การยอมรับตนเอง สัมพันธภาพในครอบครัว การมีส่วนร่วมในชุมชน กับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในเคหะชุมชนดินแดง กรุงเทพมหานคร. สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ 2556;39: 80-94.
20. พรทิพย์ สุขอดิศัย, จันทร์ชลี มาพุทธ, และรุ่งฟ้า กิติญาณุสันต์. วิถีชีวิตและแนวทางการมีสุขภาวะของผู้สูงอายุในภาคตะวันออก. วารสารการศึกษาและการพัฒนาสังคม 2557;10:90-102.
21. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่สิบเอ็ด พ.ศ. 2555-2559. [ออนไลน์]. [เข้าถึงเมื่อ 20 ตุลาคม 2560]. เข้าถึงได้จาก https://www.nesdb.go.th/download/article/article_20160323112431.pdf
22. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครศรีธรรมราช. แผนยุทธศาสตร์ผู้สูงอายุจังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ.2558 - 2560. [ออนไลน์]. [เข้าถึงเมื่อ 4 มีนาคม 2559]. เข้าถึงได้จาก https://www.nakhonsithammarat.m-society.go.th/data.html
23. พนมวัลณ์ แก้วหีด, ศศิธร ธนะภพ, และยุทธนา สุทธิธนากร. การบริหารโครงการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ตำบลท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา 2559;11: 2-11.