การพัฒนาชุดกิจกรรมการป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร
Main Article Content
Abstract
The Development of a Series of Activities to Prevent Premature Pregnancy
This mixed method of qualitative and quantitative research was aimed to develop a series of activities to prevent premature pregnancy by adopting the theory of planned behavior. Five key informants (experts) were in-depth interviewed to examine a series of activities held for the target group. Content analysis was performed to verify the in-depth interview. Forty students aged between 15-19 years old were included in the study. Focus group (ten samples) was adopted from this group for evaluating a series of activities. Results showed that this series of activities should be adjusted according to experts’ opinions. “Laek Nam” (Water exchange) program was modified in the aspect of attitude by adding “Chalor Di Kwa Mai?” (Slow down a bit?) program. Role play was added in “Chai Khao Chai Rao” (Put yourself in someone else’s shoes) program. A scenario of unwanted pregnancy was set for participants to evaluate their feelings both as pregnant women and as surrounding people. Time for dressing up in maternity clothes was also extended. Finally, “Note Haeng Khwam Mungman” (Note of Earnestness) program was modified in the aspect of perceived behavioral control. Regarding the evaluation from the focus group, they stated that this series of activities provided them with a good attitude, careful consideration, thought of their peers and family, and perception towards self-control and intention not to be prematurely pregnant. Involving organizations can adopt this series of activities in order to prevent premature pregnancy.
การวิจัยแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมการป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร โดยผู้วิจัยสร้างชุดกิจกรรมตามกรอบทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน และนำไปใช้สัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึกมาวิเคราะห์เชิงเนื้อหาเพื่อนำไปปรับชุดกิจกรรม จากนั้นนำชุดกิจกรรมที่ปรับปรุงแล้ว ไปจัดกิจกรรมกับกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุระหว่าง 15-19 ปี จำนวน 40 คน และประเมินชุดกิจกรรมโดยสนทนากลุ่มกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 10 คน ผลการวิจัยพบว่าผู้เชี่ยวชาญมีการปรับแก้ด้านทัศนคติต่อพฤติกรรมของกิจกรรมแลกน้ำคือเพิ่มกิจกรรมชะลอดีกว่าไหม ปรับรายละเอียดของกิจกรรมด้านการคล้อยตามอิทธิพลของคนรอบข้างคือกิจกรรมใจเขาใจเราสมมติว่าหากตนท้องหรือทำผู้หญิงท้อง คนรอบข้างจะรู้สึกอย่างไร และแบ่งกลุ่มสวมบทบาทของคนรอบข้าง เพิ่มเวลาในการใส่ชุดคลุมท้อง และด้านการรับรู้หรือเชื่อว่าตนสามารถควบคุมตนเองได้ในกิจกรรมโน้ตแห่งความมุ่งมั่น และการประเมินชุดกิจกรรมด้วยการสนทนากลุ่ม กลุ่มตัวอย่างสะท้อนผลว่าเกิดทัศนคติที่ดี คำนึงถึงคนรอบข้าง รับรู้ความสามารถในการควบคุมตนเอง และความตั้งใจที่จะไม่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำชุดกิจกรรมไปใช้เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร
Article Details
References
สมพร วัฒนนุกุลเกียรติ และคณะ. การศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น (แม่วัยใส). ศูนย์ประสานงานองค์การอนามัยโลกด้านการวิจัยและฝึกอบรมด้านเพศภาวะและสุขภาพสตรี มหาวิทยาลัยขอนแก่น. สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, 2554.
2. สุวรรณี คำมั่น, ชุตินาฏ วงศ์สุบรรณ. แม่วัยใส ความท้าทายการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น. กรุงเทพฯ: ไทยพับลิก้า; 2556.
3. ศรีพ็ญ ตันติเวสส, ทรงยศ พิลาสันต์, อินทิรา ยมาภัย,ยศ ตีระวัฒนานนท์, ชลัญธร โยธาสมุทร, อภิญญา มัตเดช และณัฐจรัส เองมหัสสกุล. สถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นในประเทศไทย. โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ; 2556.
4. ศรุตยา รองเลื่อน, ภัทรวลัย ตลึงจิตร และสมประสงค์ ศิริบริรักษ์. การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในวัยรุ่น: การสำรวจปัญหาและความต้องการการสนับสนุนในการรักษาพยาบาล. วารสารพยาบาลศิริราช. 2555; 5(1),14-28.
5. ปฏิญญา เอี่ยมสำอางค์, รุ่งรัตน์ ศรีสุริยเวศน์ และพรนภา หอมสินธุ์. ปัจจัยเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ซ้ำที่ไม่ตั้งใจของวัยรุ่น. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา. 2556. 8(1):55-67.
6. Morin P, Tribble D, Wals PD, Payette H. Concept analysis of pregnancy planning drawn from women of childbearing age. Health Promotion Practice 2001;2:212-21.
7. ฤดี ปุงบางกะดี่ และเอมพร รตินธร. ปัจจัยและผลกระทบจากการตั้งครรภ์ซ้ำของสตรีวัยรุ่นไทย: กรณีศึกษา
ในกรุงเทพมหานคร. วารสารพยาบาลศาสตร์. 2557;32(2):23-31.
8. มาลีวัล เลิศสาครศิริ. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของสตรีวัยรุ่น
ตามการรับรู้ของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเซนต์หลุยส์. วารสารพยาบาลทหารบก. 2557. 15(1):90-98.
9. เพชรน้อย สิงห์ช่างชัย, ปราโมทย์ ทองสุข และปาณิศา หมวดเอียด. การวิเคราะห์อภิมานเกี่ยวกับโปรแกรมเพศศึกษาสำหรับเยาวชนในประเทศไทย. วารสารสภาการพยาบาล. 2554;26(4):5-12
10. Ajzen. The Theory of Planned Behavior. Organizational Behavior and Human Decision Processes1988; 50: 179-211.
11. ศักดิพันธ์ ตันวิมลรัตน์. เทคนิคและวิธีการจัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์. วิทยาบริการ. 2546;14:40-55.
12. กมลมาลย์ แสงธำรง, จรินทร์ โฮ่สกุล, สุขใจ ดวงประเสริฐ, สุรีย์ อรรถกร, ดลนภา บูรณธัญญ์, วิเนตร์ พวงสอาด และคณะ. คู่มือการจัดกระบวนการเรียนรู้เพศศึกษาสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่2. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: เออร์เจนท์ แทค; 2551.
13. กองอนามัยการเจริญพันธุ์กรรมอนามัยสาธารณสุข. คู่มือการอบรมค่ายแกนนำมุมเพื่อนใจวัยรุ่น. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกกรุงเทพมหานคร; 2548.
14. มาลีวัล เลิศสาครศิริ. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของสตรีวัยรุ่น ตามการรับรู้ของนักศึกษาชั้นปีที่1 วิทยาลัยเซนต์หลุยส์. พยาบาลทหารบก. 2557; 15: 30-23.
15. ชัชพล เกียรติขจรธาดา. 500 ล้านปีของความรัก วิทยาศาสตร์ของอารมณ์ ความรัก ความเกลียดชัง. พิมพ์ครั้งที่ 3 . กรุงเทพฯ: สายธุรกิจ; 2556.
16. พอเพ็ญ ไกรนรา, เมธิณี เกตวาธิมาตร และมัณฑนา มณีโชติ. ผลของโปรแกรมป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมโดยแกนนำนักศึกษาพยาบาลต่อความรู้ ทัศนคติและความตั้งใจในการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมของวัยรุ่นตอนต้น. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา. 2566; 19(2): 20-30.
ผล
17. Denison JA, Tsui S, Bratt J, Torpey K, Weaver MA, Kabaso M. Do peer educators
make a difference? An evaluation of a youthled HIV prevention model in Zambian Schools. Health Education Research. 2012; 27(2): 237-247.
18. ศิริพร จิรวัฒน์กุล. เพศศึกษา: เสียงสะท้อนจากวัยรุ่นไทย. วารสารพยาบาศาสตร์และสุขภาพ. 2555; 35(4), 1-11.
19. Kolb DA. Experiential learning: Experience as the source of learning and development. New
Jersey: Prentice Hall; 1984.