อัตราการกลับเป็นซ้ำของต้อเนื้อหลังผ่าตัดโดยวิธีวางเยื่อหุ้มรกเปรียบเทียบกับวิธีวางเยื่อหุ้มรกและสารมัยโตมัยซินซี ที่โรงพยาบาลบ้านโป่ง
คำสำคัญ:
ต้อเนื้อ, การวางเยื่อหุ้มรก, สารมัยโตมัยซินซี, การกลับมาเป็นซ้ำ, ภาวะแทรกซ้อนบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบอัตราการเกิดเป็นซ้ำของต้อเนื้อของการผ่าตัดแบบใช้เยื่อหุ้มรก (amniotic membrane transplantation: AMT) กับการผ่าตัดแบบใช้เยื่อหุ้มรกร่วมกับสารมัยโตมัยซินซี (mitomycin C: MMC) เพื่อศึกษาภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการผ่าตัด และหาแนวทางในการรักษาต้อเนื้อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
วิธีการศึกษา: การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบย้อนหลัง (retrospective descriptive study) กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยต้อเนื้อที่โรงพยาบาลบ้านโป่งที่ได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดแบบใช้เยื่อหุ้มรก (pterygium excision with AMT) กับการผ่าตัดแบบใช้เยื่อหุ้มรกร่วมกับสารมัยโตมัยซินซี (pterygium excision with AMT with MMC) เป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2566 ถึง 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 จำนวน 55 ราย โดยเป็นกลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดแบบใช้เยื่อหุ้มรก 30 ราย และการผ่าตัดแบบใช้เยื่อหุ้มรกร่วมกับสารมัยโตมัยซินซี 25 ราย โดยเปรียบเทียบอัตราการกลับเป็นซ้ำที่ 1, 3, และ 6 เดือน และภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น โดยสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย สถิติพรรณนา การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และสถิติอ้างอิง Fisher’s exact test
ผลการศึกษา: ทั้งสองกลุ่มมีข้อมูลทั่วไปที่คล้ายคลึงกัน พบว่าที่ 1, 3, และ 6 เดือน อัตราการกลับเป็นซ้ำของการผ่าตัดต้อเนื้อแบบใช้เยื่อหุ้มรก (pterygium excision with AMT) และการผ่าตัดต้อเนื้อแบบใช้เยื่อหุ้มรกร่วมกับสารมัยโตมัยซินซี (pterygium excision with AMT with MMC) ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value > .99; p-value = .112; และ p-value = .092 ตามลำดับ) ภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดพบภาวะกระจกตาบาง 2 ราย ในกลุ่มผ่าตัดต้อเนื้อโดยใช้เยื่อหุ้มรก ที่ 1 เดือน และหายเมื่อติดตามที่ 3 และ 6 เดือน ซึ่งภาวะแทรกซ้อนของทั้งสองกลุ่มไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value = .495)
สรุป: อัตราการกลับเป็นซ้ำของการผ่าตัดต้อเนื้อแบบใช้เยื่อหุ้มรก (pterygium excision with AMT) และการผ่าตัดต้อเนื้อแบบใช้เยื่อหุ้มรกร่วมกับสารมัยโตมัยซินซี (pterygium excision with AMT with MMC) ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ภาวะแทรกซ้อนของทั้งสองกลุ่มไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ การใช้สารมัยโตมัยซินซี ไม่พบภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น ลูกตาขาวทะลุ หรือติดเชื้อในลูกตา
เอกสารอ้างอิง
Hilgers JH. Pterygium: its incidence, heredity and etiology. Am J Ophthalmol. 1960;50:635–44. doi: 10.1016/0002-9394(60)90245-2.
Liu L, Wu J, Geng J, Yuan Z, Huang D. Geographical prevalence and risk factors for pterygium: a systematic review and meta-analysis. BMJ Open. 2013;3(11):e003787. doi: 10.1136/bmjopen-2013-003787.
Pyo EY, Mun GH, Yoon KC. The prevalence and risk factors for pterygium in South Korea: the Korea National Health and Nutrition Examination Survey 2009–2010. Epidemiol Health. 2016;38:e2016015. doi:10.4178/epih.e2016015.
Chaidaroon W, Vichakutakul W. Prevalence and associated factors for pterygium at a tertiary referral center in Northern Thailand. Thai J Ophthalmol. 2016;30(2):95–100.
สุพรรณ ศรีธรรมมา. โรคต้อเนื้อพบมากในวัยกลางคน. วารสารกรมการแพทย์. 2558;21(2):7–8.
Tan DT, Chee SP, Dear KB, Lim AS. Effect of pterygium morphology on pterygium recurrence in a controlled trial comparing conjunctival autografting with bare sclera excision. Arch Ophthalmol. 1997;115(10):1235–40. doi: 10.1001/archopht.1997.0110016 0405001.
ประกิต คล้ายสุบรรณ, ศิริรัตน์ โพธิ์ศรีทอง. ผลการใช้งานยาหยอดตามัยโตมัยซิน ซี ระดับความเข้มข้นต่ำในการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำภายหลังการลอกต้อเนื้อในโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร. 2557;17(1):26–35.
Song YW, Yu AH, Cai XJ. Effectiveness of amniotic membrane transplantation combined with mitomycin C in the treatment of pterygium: a meta-analysis. Int J Ophthalmol. 2010;3(4):352–5. doi: 10.3980/j.issn.2222-3959.2010.04.18
Martins TGDS, Costa ALFDA, Alves MR, Chammas R, Schor P. Mitomycin C in pterygium treatment. Int J Ophthalmol. 2016;9(3):465–8. doi: 10.18240/ijo.2016.03.25
Bernard R. Fundamentals of biostatistics. 5th ed. Pacific Grove, CA: Duxbury; 2000.
El-Shahed AF, El-Shahed FS, Yousef WA, El-Shahed RF. A comparative study between amniotic membrane transplantation and topical mitomycin-C in recurrent pterygium management. Delta J Ophthalmol. 2024;25(2):82–7. doi:10.4103/djo.djo68_23.
Ittipanichpong P. Pterygium surgery with superior conjunctival autograft in Sawanpracharak Hospital. Sawanpracharak Med J. 2012;9(1):15–24.
Jampel HD. Effect of brief exposure to mitomycin C on viability and proliferation of cultured human Tenon’s capsule fibroblasts. Ophthalmology. 1992;99(9):1471–6. doi:10.1016/s0161-6420(92)31781–6.
Lee HJ, Kim YJ. Comparison of surgical methods and the use of mitomycin-C for the treatment of recurrent pterygium. Invest Ophthalmol Vis Sci. 2016;57(12):3539.
Razmjoo H, Kashfi SA, Mirmohammadkhani M, Pourazizi M. Recurrence rate and clinical outcome of amniotic membrane transplantation combined with mitomycin C in pterygium surgery: two-year follow-up. J Res Pharm Pract. 2020;9(1):10–5. doi: 10.4103/jrpp.JRPP_19_127.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์บทความเป็นของผู้เขียนบทความ แต่หากผลงานของท่านได้รับการพิจารณาตีพิมพ์ลงวารสารแพทย์เขต 4-5 จะคงไว้ซึ่งสิทธิ์ในการตีพิมพ์ครั้งแรกด้วยเหตุที่บทความจะปรากฎในวารสารที่เข้าถึงได้ จึงอนุญาตให้นำบทความในวารสารไปใช้ประโยชน์ได้ในเชิงวิชาการโดยจำเป็นต้องมีการอ้างอิงถึงชื่อวารสารอย่างถูกต้อง แต่ไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์
