ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความล้มเหลวในการรักษาภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษชนิดเกรฟส์ด้วยสารกัมมันตรังสีไอโอดีน ในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์จังหวัดอุบลราชธานี

ผู้แต่ง

  • ชนกภรณ์ อนุอัน -

คำสำคัญ:

ต่อมไทรอยด์เป็นพิษชนิดเกรฟส์, ปัจจัยเสี่ยง, การรักษาด้วยสารกัมมันตรังสีไอโอดีน

บทคัดย่อ

หลักการและเหตุผล: ปัจจุบันสารกัมมันตรังสีไอโอดีน (radioactive iodine, RAI, Iodine-131, I-131) ใช้ในการรักษาภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษชนิดเกรฟส์ (Graves’ disease) ในกลุ่มที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยยาต้านไทรอยด์หรือผู้ป่วยที่มีโรคแทรกซ้อนรุนแรงจากตัวโรค แต่อาจพบความล้มเหลวหลังการรักษาได้ ซึ่งจำเป็นต้องรักษาด้วย การให้ RAI ซ้ำ ทำให้ผู้ป่วยยังคงประสบกับผลกระทบจากภาวะไทรอยด์เป็นพิษและความเสี่ยงของปริมาณรังสีสะสม (radiation exposure) เพิ่มมากขึ้น

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาอัตราความสำเร็จและความล้มเหลวของการรักษาภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษชนิด Graves’ disease ด้วยสารกัมมันตรังสีไอโอดีนในครั้งแรกและศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความล้มเหลวในการรักษา เพื่อเลือกการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด

วัสดุและวิธีการ: การศึกษาเชิงพรรณนาแบบย้อนหลังในสถาบันเดียว โดยเก็บข้อมูลย้อนหลังผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัย Graves’ disease และได้รับการรักษาด้วยสารกัมมันตรังสีไอโอดีนครั้งแรกที่แผนกเวชศาสตร์นิวเคลียร์โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ระหว่างเดือนเมษายน พ.ศ. 2565 จนถึงเดือนเมษายน พ.ศ. 2567 การทดสอบความแตกต่างระหว่างโดยใช้ Mann-Whitney U test และ Fisher exact test และการวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความล้มเหลวของการรักษาโดยใช้ Logistic regression analysis

ผลการศึกษา: จำนวนผู้ป่วยรวมทั้งสิ้น 540 ราย เพศหญิงจำนวน 431 ราย (79.81%) ค่ามัธยฐานของอายุ 44 ปี กลุ่มที่ประสบความสำเร็จในการรักษาด้วย RAI จำนวน 304 ราย (56.30%) และกลุ่มที่ล้มเหลวในการรักษา 236 ราย (43.70%) ซึ่งกลุ่มที่ล้มเหลวในการรักษาพบว่ามีปัจจัย คือ ขนาดของต่อมไทรอยด์ก่อนการรักษา ระดับของฮอร์โมนไทรอยด์ก่อนการรักษา (FT3) และปริมาณของ RAI ที่ให้ มากกว่ากลุ่มที่ประสบความสำเร็จในการรักษา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value <0.001) สอดคล้องกับการวิเคราะห์ปัจจัยด้วย Univariate logistic regression (crude OR = 1.01, P-value <0.001, crude OR = 1.05, P-value = 0.002 และ crude OR = 1.11, P-value <0.001 ตามลำดับ) แต่เมื่อวิเคราะห์ปัจจัยด้วย Multivariate logistic regression พบว่ามีเพียงปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความล้มเหลวของการรักษาอย่างมีนัยสำคัญคือขนาดของต่อมไทรอยด์ก่อนรักษา (adjusted OR = 1.02, P-value <0.001) ในขณะที่ปัจจัยอื่นๆ คือ อายุ เพศ ระดับของฮอร์โมนไทรอยด์ก่อนการรักษา (FT3) ปริมาณของ RAI ที่ให้ ชนิดของยาต้านไทรอยด์ที่ใช้และระยะเวลาของใช้ยาต้านไทรอยด์ก่อนการรักษานั้นไม่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

สรุป: พบว่าเกิดอัตราความล้มเหลวในการรักษาคิดเป็น 43.70% โดยมีขนาดของต่อมไทรอยด์ก่อนการรักษาเพียงปัจจัยเดียวที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดความล้มเหลวในการรักษาอย่างมีนัยสำคัญ

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-02-27

รูปแบบการอ้างอิง

อนุอัน ช. (2026). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความล้มเหลวในการรักษาภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษชนิดเกรฟส์ด้วยสารกัมมันตรังสีไอโอดีน ในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์จังหวัดอุบลราชธานี. สรรพสิทธิเวชสาร, 46(1), 15–29. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/sanpasit_medjournal/article/view/273041