การศึกษาประสบการณ์การมีอาการของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย ที่ได้รับการล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง

ผู้แต่ง

  • ปฏิวัติ คดีโลก นิสิตหลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ชนกพร จิตปัญญา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • อารีย์วรรณ อ่วมตานี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คำสำคัญ:

ประสบการณ์การมีอาการ, ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย, การล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง

บทคัดย่อ

            การวิจัยเชิงสำรวจครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์การมีอาการของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่องใน 4 มิติ คือ มิติการเกิดอาการ มิติความถี่ มิติความรุนแรง และมิติความทุกข์ทรมาน กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่องที่มารับบริการ ณ หน่วยบริการล้างไตผ่านทางช่องท้องในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกรุงเทพมหานคร 2 แห่ง จำนวน 178 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามอาการในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหาเท่ากับ .97 และค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคใน 4 มิติ เท่ากับ .77, .83, .84, และ .86 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา

          ผลการวิจัยประสบการณ์การมีอาการใน 4 มิติของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า 1) จำนวนอาการที่เกิดขึ้นน้อยที่สุด เท่ากับ 3 อาการ และมากที่สุด เท่ากับ 29 อาการ จำนวนอาการเฉลี่ยที่เกิดขึ้น เท่ากับ 12.08 อาการ ค่ามัธยฐานของจำนวนอาการที่เกิดขึ้น เท่ากับ 11 อาการ และค่าฐานนิยมของจำนวนอาการที่เกิดขึ้น เท่ากับ 8 อาการ 2) อาการผิวแห้ง เป็นอาการที่มีมิติการเกิดอาการมากที่สุด (ร้อยละ 78.10) และเป็นอาการที่มีมิติความถี่มากที่สุด       (gif.latex?\bar{X}±SD = 7.65±2.83) และ 3) อาการคัน เป็นอาการที่มีมิติความรุนแรงและมิติความทุกข์ทรมานมากที่สุด (gif.latex?\bar{X}±SD = 5.04±2.76, 4.75±2.60 ตามลำดับ) ผลการวิจัยครั้งนี้ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ตระหนักถึงการประเมินอาการในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่องให้ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ เพื่อดูแลจัดการอาการเหล่านั้นอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วย

เอกสารอ้างอิง

1. ประเสริฐ ธนกิจจารุ. สถานการณ์ปัจจุบันของโรคไตเรื้อรังในประเทศไทย. วารสารกรมการแพทย์ 2558;4(5):5-18.

2. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. Thailand Renal Replacement Therapy Year 2014 [อินเตอร์เน็ต]. 2557 [เข้าถึงเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2559]. เข้าถึงได้จาก: https://www.nephrothai.org/images/10-11-2016/1.TRT-report-2014-_3-11-59_-final_.pdf

3. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. คู่มือบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2559: การบริหารงบบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง. กรุงเทพฯ: ธนาเพรส; 2558.

4. ศุภชัย ฐิติอาชากุล. การล้างไตทางช่องท้อง (Peritoneal dialysis: practical and update). กรุงเทพฯ: บุ๊คเน็ท; 2544.

5. Agarwal R. Developing a self-administered CKD symptom assessment instrument. NDT 2010;25(1):160-6.

6. Lee SJ, Jeon J. Relationship between symptom clusters and quality of life in patients at stages 2 to 4 chronic kidney disease in Korea. ANR 2015;28(4):13-9.

7. ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล, เกรียง ตั้งสง่า. Overview of chronic renal failure. ใน: สมชาย เอี่ยมอ่อง, บรรณาธิการ. Nephrology. กรุงเทพฯ: เท็กซ์ แอนด์ เจอร์นัล พับลิเคชั่น; 2543. หน้า 1223-64.

8. Lenz ER, Pugh LC, Milligan RA, Gift A, Suppe F. The middle-range theory of unpleasant symptoms: an update. ANS 1997;19(3):14-27.

9. Barrett BJ, Vavasour HM, Major A, Parfrey PS. Clinical and psychological correlates of somatic symptoms in patients on dialysis. Nephron 1990;55(1):10-5.

10. Manenti L, Tansinda P, Vaglio A. Uraemic pruritus: clinical characteristics, pathophysiology and treatment. Drugs 2009;69(3):251-63.

11. Benz RL, Pressman MR, Hovick ET, Peterson DD. Potential novel predictors of mortality in end-stage renal disease patients with sleep disorders. AJKD 2000;35(6):1052-60.

12. Dodd M, Janson S, Facione N, Faucett J, Froelicher ES, Humphreys J, et al. Advancing the science of symptom management. JAN 2001;33(5):668-76.

13. สว่างวรรณ พิทยานฤมาน. การศึกษาเปรียบเทียบกลุ่มอาการของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายในภาคใต้ ประเทศไทย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.

14. ศิริอร สินธุ, รสสุคนธ์ วาริทสกุล, อรวมน ศรียุกตศุทธ. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุที่รับการรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้อง. J Nurs Sci 2011;29(Suppl 2):84-92.

15. ดวงรัตน์ มนไธสง. ประสบการณ์การมีอาการอ่อนล้า กลวิธีการจัดการกับอาการ และคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยที่ได้รับการล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล; 2553.

16. จันทร์อาภา ธนธรรมสถิตย์, นัยนา พิพัฒน์วณิชชา, พรชัย จูลเมตต์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะท้องผูกในผู้สูงอายุโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ 2559;34(4):28-36.

17. รัศมี บัณณสิทธิ์รัตน์. ภาวะวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และปัจจัยทางจิตสังคมในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในแผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.

18. ร่มรัตน์ หลีสุข. ผลของการให้ข้อมูลด้านสุขภาพร่วมกับการนวดกดจุดสะท้อนต่ออาการนอนไม่หลับอาการเหนื่อยล้า และภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.

19. กัลยา บุญจันทร์. การติดตามตนเอง การประเมินตนเองเกี่ยวกับภาวะน้ำเกิน และอาการของภาวะน้ำเกินในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2558.

20. Almutary H, Bonner A, Douglas C. Which patients with chronic kidney disease have the greater symptom burden? a comparative study of advanced CKD stage and dialysis modality. JORC 2016;42(2):73-82.

21. Ngamjarus C, Chongsuvivatwong V, McNeil E. n4Studies: Sample size calculation for an epide-miological study on a smart device. SMJ 2016;68(3):160-70.

22. Daniel WW. Biostatistics: a foundation for analysis in the health sciences. 6th ed. New York: John Wiley&Sons; 1995.

23. อรุณ จิรวัฒน์กุล. สถิติทางวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: ออฟเซ็ทครีเอชั่น; 2553.

24. Choovichian V, Choovichian P, Nakakes A. Prevalence of cutaneous manifestations and pruritus of end-stage renal disease in patients on hemodialysis or continuous ambulatory peritoneal dialysis (CAPD) at Phramongkutklao hospital. Thai Journal of Dermatology 2010;26(3):141-81.

25. Boonsiri M, Prompongsa S, Bunyaratavej M. Dermatology life quality index in Thai dialysis patients with cutaneous manifestations: a cross-sectional study and review. Vajira Med J 2015;59(1):11-20.

26. Thomas EA, Pawar B, Thomas A. A prospective study of cutaneous abnormalities in patients with chronic kidney disease. Indian J Nephrol 2012;22(2):116-20.

27. ธนิต จิรนันท์ธวัช, สมชาย เอี่ยมอ่อง, วิวัฒน์ ก่อกิจ. การเปลี่ยนแปลงของระบบผิวหนังในผู้ป่วย Dialysis. ใน: เกรียง ตั้งสง่า, สมชาย เอี่ยมอ่อง, บรรณาธิการ. Hemodialysis. เท็กซ์ แอนด์ เจอร์นัลพับลิเคชั่น; 2542. หน้า 853-4.

28. วิวัฒน์ ก่อกิจ. Cutaneous changes related to chronic renal failure. ใน: สมชาย เอี่ยมอ่อง, ขจร ตีรณธนากุล, ปวีณา สุสัณฐิตพงษ์, เกื้อเกียรติ ประดิษฐ์พรศิลป์, ณัฐชัย ศรีสวัสดิ์, เกรียง ตั้งสง่า, บรรณาธิการ. Textbook of Hemodialysis. นครปฐม: เอ ไอ พริ้นติ้ง; 2553. หน้า 1630-1.

29. เจริญ ชุณหกาญจน์. Pruritus. ใน: กาญจนา จันทร์สูง,ประณิธิ หงสประภาส, บรรณาธิการ. อาการวิทยาทางอายุรศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 3. ขอนแก่น: โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา; 2558. หน้า 355-9.

30. Berger TG, Steinhoff M. Pruritus and renal failure. SCMS 2011;30(2):99-100.

31. Hricik DE. Other manifestations of uremia. In: Hricik DE, Miller RT, Sedor JR, editors. Nephrology secrets. Philadelphia: Hanley and Belfus; 2003. p.166-7.

32. Wang H, Yosipovitch G. New insights into the pathophysiology and treatment of chronic itch in patients with end-stage renal disease, chronic liver disease, and lymphoma. Int J Dermatol 2010;49(1):1-11.

33. Li J, Guo Q, Lin J, Yi C, Yang X, Yu X. Prevalence and associated factors of uraemic pruritus in continuous ambulatory peritoneal dialysis patients. Intern Med 2015;54(22):2827-33.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-12-31

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย