ประสบการณ์และความท้าทายของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยโรคจิตเภท ที่มีการใช้สารเสพติดร่วม ในบริบทพหุวัฒนธรรม

ผู้แต่ง

  • ศุภวรรณ สีแสงแก้ว วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ยะลา คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • วานีตา สาเมาะ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ยะลา คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • นูร์ไอนี คลายนา โรงพยาบาลยะลา

คำสำคัญ:

ประสบการณ์, พยาบาล, จิตเภทที่ใช้สารเสพติดร่วม, พหุวัฒนธรรม

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพแบบพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์และความ     ท้าทายของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยจิตเภทที่ใช้สารเสพติดร่วม ในบริบทหอผู้ป่วยจิตเวช จังหวัดยะลา กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยจิตเภทที่ใช้สารเสพติดร่วมอย่างน้อย 1 ปี จำนวน 7 คน ในหอผู้ป่วยจิตเวช โรงพยาบาลยะลา เก็บข้อมูลด้วยการสนทนากลุ่ม โดยใช้แนวคำถามสัมภาษณ์ กึ่งโครงสร้าง 5 ประเด็น วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศหญิง ร้อยละ 71.43 มีอายุระหว่าง 35-45 ปี ร้อยละ71.43 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 85.71 มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยจิตเวช 2-5 ปี ร้อยละ 57.14 และไม่ได้รับการอบรมเฉพาะทาง ร้อยละ 57.13 ความท้าทายที่สำคัญแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะแรกรับคือ ความยากลำบากในการคัดกรองเพื่อแยกโรคและสืบค้นประวัติการใช้สารเสพติด ระยะอยู่ในความดูแล คือการเผชิญหน้ากับความรุนแรงหน้างานและพฤติกรรมเบี่ยงเบนที่มีความซับซ้อนกว่าผู้ป่วยจิตเภททั่วไป ระยะจำหน่ายคือ ทัศนคติเชิงลบและความวิตกกังวลระดับสูงของครอบครัวและชุมชนต่อมิติความปลอดภัยเมื่อผู้ป่วยกลับคืนสู่สังคม และระยะติดตามผลคือ อุปสรรคเชิงโครงสร้างและสภาพแวดล้อมในชุมชนที่เอื้อต่อการกลับไปใช้สารเสพติดซ้ำ ในบริบทพหุวัฒนธรรม พยาบาลเข้าใจอัตลักษณ์เชิงวัฒนธรรม บูรณาการทุนทางศาสนาเพื่อสร้างการยอมรับและส่งเสริมความร่วมมือในการรักษา 

ข้อเสนอแนะ พยาบาลต้องการแนวปฏิบัติการพยาบาลเฉพาะทาง (CNPG) ที่สอดคล้องกับบริบทวัฒนธรรม ร่วมกับการพัฒนาความเชี่ยวชาญข้ามวัฒนธรรมโดยประสานมิติทางศาสนาและความเชื่อท้องถิ่น   เพื่อลดความขัดแย้งและสร้างความร่วมมือในการรักษา รวมถึงระบบสนับสนุนการดูแลต่อเนื่อง สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้นำศาสนาและชุมชน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วย

เอกสารอ้างอิง

กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2567). เผยสถิติคนไทยป่วยจิตเวชพุ่งเกือบ 3 ล้านคน คาด 1ใน 5 เกี่ยวโยง ปัจจัยยาเสพติด. ศูนย์บริการข้อมูลดิจิทัล สสส.https://dol.thaihealth.or.th/Media/Index/dff4f087-7df0-ee11-8103-00155d1aab6f

พรรนอ กลิ่นกุหลาบ, วิมลพรรณ โชติแสงทอง, อัญชิษฐา นุ่มโต และสมบัติ มากัน. (2563). ประสิทธิผลของการพัฒนามาตรฐานการพยาบาลผู้ติดยาและสารเสพติดผู้ป่วยหนัก. วารสารกรมการแพทย์, 45(2), 191–199. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ JDMS/article/view/245627.

พิชญนันท์ นามวงษ์, และ วิญญู ชะนะกุล. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการกลับมารักษาซ้ำใน 28 วันของผู้ป่วยโรคจิตเภท สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา. วารสารสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา, 12(2), 1–11. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/journalsomdetchaopraya/article/view/188534

มูฮัมหมัด ยะโกะ, พรรณวดี ศรีวิจิตร, และ ซูฮัยละห์ บินมามะ. (2567). อัตลักษณ์ทางภาษาและวัฒนธรรมในพื้นที่พหุวัฒนธรรมชายแดนใต้. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 11(1), 45–58.

ทรงพล โลดทนงค์. (2566). ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนวินิจฉัยเป็นโรคจิตเภทในผู้ที่เป็นโรคจิตจากสารเสพติด บริบทชนบทในจังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย, 68(4), 412–421. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JPAT/issue/view/17661/5104

ทิพย์วิมล ตั้งชูทวีทรัพย์, พุทธิพร พงศ์นันทกุลกิจ, และ สุภาพ ขวัญพูล. (2568). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชใช้สารเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย จังหวัดจันทบุรี. วารสารพยาบาลทหารบก, 26(2), 290–299.

โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์. (2568). รายงานประจำปีสถานการณ์สุขภาพจิตและผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติด เขตสุขภาพที่ 12. กรมสุขภาพจิต.

อังคณา วังทอง, กิตติพัฒน์ ทุติยาสานติ์, ฮาลาวาตี สนิหวี, นครินทร์ สุวรรณแสง, และ สุจิไกร คงกระจ่าง. (2568). การพัฒนารูปแบบการจัดการรายกรณีตามหลักศาสนาอิสลามด้วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดระดับพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงแก่ผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการป่วยทางจิตขั้นรุนแรงและมีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง. วารสารพยาบาล, 74(4), 41–49.

Alharthi, M. A., Al-Raddadi, R. M., & Alfakeh, S. A. (2025). Predictors for readmission risk in schizophrenia:

Insights from a Saudi Arabian cohort. Frontiers in Psychiatry, 16, Article 1593653. https://doi.org/10.3389/fpsyt.2025.1593653

Ayano, G. (2019). Co-occurring medical and substance use disorders in patients with schizophrenia: A systematic review. International Journal of Mental Health, 48(1), 62–76. https://doi.org/10.1080/00207411.2019.1581047

Daliri, D. B., Laari, T. T., Abagye, N., & Afaya, A. (2023). Exploring the experiences of mental health nurses in the management of schizophrenia in the Upper East Region of Ghana: A qualitative study. BMC Nursing, 22, Article 345. https://doi.org/10.1186/s12912-023-01509-3

Genis, B., & Cosar, B. (2020). Duration of hospital stay in alcohol/substance addictions and psychiatric

disorders: A 12-year retrospective analysis. Hospital Practices and Research, 5(1), 3–9. https://doi.org/10.34172/hpr.2020.02

Hariman, K., Cheng, K. M., Lam, J., Leung, S. K., & Lui, S. S. Y. (2020). Clinical risk model to predict 28-day unplanned readmission via the accident and emergency department after discharge from acute psychiatric units for patients with psychotic spectrum disorders. BJPsych Open, 6(1), Article e13. https://doi.org/10.1192/bjo.2019.97

Hunt, G. E., Large, M. M., Cleary, M., Lai, H. M., & Saunders, J. B. (2020). Prevalence of comorbid substance use in schizophrenia spectrum disorders in outpatient and clinical samples, 1990–2017: A systematic review and meta-analysis. Drug and Alcohol Dependence, 212, Article 108061. https://doi.org/10.1016/j.drugalcdep.2020.108061

Kavittha, S., Noorthie, N., & Rosdinom, R. (2022). Substance use and its clinical correlates among patients with schizophrenia. Malaysian Journal of Medicine and Health Sciences, 18(2), 85–92.

Kelkar, P., Vankar, G. K., Mishra, K. K., John, S. A. L., & Ghogare, A. S. (2020). Prevalence of substance abuse in patients with schizophrenia. Journal of Clinical and Diagnostic Research, 14(10), VC01–VC04. https://doi.org/10.7860/JCDR/2020/45318.14115

King, I. M. (1981). A theory for nursing: Systems, concepts, process. John Wiley & Sons.Leininger, M. (2002). Culture care theory: A major contribution to advance transcultural nursing knowledge and practices. Journal of Transcultural Nursing, 13(3), 189-192. https://doi.org/10.1177/104365960201300301

Neyra, A., Parro-Torres, C., Ros-Cucurull, E., Carrera, I., Echarri, E., & Torrens, M. (2024). Management of schizophrenia and comorbid substance use disorders: Expert review and guidance. Annals of General Psychiatry, 23(1), Article 40.

https://doi.org/10.1186/s12991-024-00519-7

World Health Organization. (2025). Schizophrenia. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/schizophrenia.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-25

รูปแบบการอ้างอิง

สีแสงแก้ว ศ., สาเมาะ ว., & คลายนา น. (2026). ประสบการณ์และความท้าทายของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยโรคจิตเภท ที่มีการใช้สารเสพติดร่วม ในบริบทพหุวัฒนธรรม. วารสารศาสตร์สุขภาพและการศึกษา, 6(2), e281951. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/JHSP/article/view/281951

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย