ผลของโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อการเพิ่มการรับรู้สมรรถนะแห่งตน พฤติกรรมการป้องกันภาวะโลหิตจางและระดับฮีมาโตคริตในหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ในแผนกฝากครรภ์ โรงพยาบาลมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • เพ็ญศรี เฉยฉิว โรงพยาบาลมหาสารคาม
  • บุญมี ภูด่านงัว คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

คำสำคัญ:

สมรรถนะแห่งตน, ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก, หญิงตั้งครรภ์

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อการเพิ่มการรับรู้สมรรถนะแห่งตน พฤติกรรมป้องกันภาวะโลหิตจาง และระดับฮีมาโตคริตของหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์และพบภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

รูปแบบวิจัย : การวิจัยกึ่งทดลอง คำนวณขนาดตัวอย่างเพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของการรับรู้สมรรถนะแห่งตน พฤติกรรมป้องกันภาวะโลหิตจาง และระดับฮีมาโตคริต โดยออกแบบเป็นการทดลองแบบสองกลุ่มอิสระ กลุ่มละ 38 คน กลุ่มตัวอย่างได้จากการคัดกรองหญิงตั้งครรภ์ที่พบภาวะโลหิตจางในแผนกฝากครรภ์และยินยอมเป็นอาสาสมัคร ทำการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนเป็นเวลา 12 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการให้สุขศึกษาตามปกติ ผลการทดลองเปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังด้วยแบบสอบถามการรับรู้สมรรถนะแห่งตน พฤติกรรมป้องกันโลหิตจาง และระดับฮีมาโตคริต โดยใช้สถิติ Paired t-test สำหรับการเปรียบเทียบภายในกลุ่ม และ Independent t-test สำหรับการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05

ผลการศึกษา : เมื่อเปรียบเทียบก่อน-หลังการทดลอง พบว่ากลุ่มทดลองมีการเพิ่มขึ้นของค่าเฉลี่ยการรับรู้สมรรถนะแห่งตน พฤติกรรมป้องกันภาวะโลหิตจาง และระดับฮีมาโตคริตในระยะหลังการทดลองมากขึ้น   และค่าเฉลี่ยระยะหลังทดลองในกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.01) โดยเฉพาะการบริโภคอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง การเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยการดูดซึมธาตุเหล็ก การหลีกเลี่ยงอาหารที่ขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก และการรับประทานยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก ส่วนในกลุ่มควบคุมไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05)

สรุปผลการศึกษา : โปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนสามารถส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนและเพิ่มพฤติกรรมป้องกันโลหิตจาง และส่งผลให้ระดับฮีมาโตคริตเพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ และควรนำไปเป็นทางเลือกในการส่งเสริมสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์เพื่อลดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก และควรติดตามผลระยะยาว หรือเปรียบเทียบกับวิธีทางเลือกอื่น ๆ เพื่อศึกษาความมีประสิทธิภาพในระยะยาวต่อไป

เอกสารอ้างอิง

WHO. Anemia [Internet]. 2023 [cited 2023 Oct 12]. Available from: https://www.who.int/health-topics/anaemia#tab=tab_1

Sharma, J.B. and Shankar, M. Anemia in Pregnancy. JIMSA. 2010;23:253–60.

Khezri, R., Salarilak, S. & Jahanian, S. The association between maternal anemia during pregnancy and preterm birth. Clin Nutr ESPEN. 2023;56:13–7.

Stevens, G. A. et al. Global, regional, and national trends in haemoglobin concentration and prevalence of total and severe anaemia in children and pregnant and non-pregnant women for 1995–2011: A systematic analysis of population-representative data. Lancet Glob Health. 2013;1:e16-25.

IHME. The Lancet: New study reveals global anemia cases remain persistently high among women and children. Anemia rates decline for men [Internet]. 2023 [cited 2023 Oct 12]. Available from: https://www.healthdata.org/news-events/newsroom/news-releases/lancet-new-study-reveals-global-anemia-cases-remainpersistently#:~:text=One%2Dfourth%20of%20the%20global,million%20cases%20over%20three%20decades.

Institute for Health Metrics and Evaluation HDN, The World Bank. The global burden of disease (GBD) compare [Internet]. 2013 [cited 2022 Oct 10]. Available from: http:// vizhub.healthdata.org/gbd-compare/

WHO. Global Health Observatory. Prevalence of anaemia in pregnant women aged 15–49 [Internet]. 2023 [cited 2024 May 12]. Available from: https://www.who.int/data/gho/indicator-metadata-registry/imr-details/4552

Zimmerman, M.B.,& Hurrell, R.F. Nutritional iron deficiency. Lancet. 2007;370:511–20.

สำนักโภชนาการ. ตัวชี้วัดภาวะโลหิตจาง: ข้อมูลเฝ้าระวังภาวะโลหิตจาง [Internet]. 2566 [cited 2026 Oct 17]. Available from: https://lookerstudio.google.com/u/0/ reporting/4e2fb058-36e0-4755-9e63-6a60998c63e6/page/p_br1e8cplxc

ระบบสารสนเทศสนับสนุนด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. ภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ ระดับเขตสุขภาพ [Internet]. 2566. Available from: http://dashboard.anamai.moph.go.th/dashboard/anemia?year=2022

นภาพรรณ วิริยะอุตสาหกรรม (บรรณาธิการ). คู่มือแนวทางการควบคุมและป้องกันโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก. นนทบุรี: สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2564.

Bandura, A. Self-efficacy: Toward a Unifying Theory of Behavioral Change. Psychol Rev. 1977;84(2):191–215.

Donhoh S. Source of self efficacy and their implication on sciences teacher education. Eur J Educ Stud. 2023;10(9):1–13.

Sanghvi TG, Nguyen PH, Kim S. Comprehensive Approach for Improving Adherence to Prenatal Iron and Folic Acid Supplements Based on Intervention Studies in Bangladesh, Burkina Faso, Ethiopia, and India. Food Nutr Bull. 2023;44(3):183–94.

Surdirman J, Rodianah R, Anijani QK, Wangi K et al. Increasing Knowledge, Self-efficacy and Hemoglobin Levels in Pre-Conception Women through Nutrition Assistance Program. AL-Sihah Public Health Sci J. 2023;15(1):33–43.

ปภาวี ไชยรักษ์. ปัจจัยทำนายการรับประทานวิตามินเสริมธาตุเหล็กและโฟลิกก่อนตั้งครรภ์ในกลุ่มหญิงวัยเจริญพันธุ์ไทย. นนทบุรี: สำนักอนามัยการเจริญพันธ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2564.

พิมลพรรณ ต่างวิวัฒน์. คู๋มือการฝากครรภ์สำหรับบุคลากรสาธารณสุข. นนทบุรี: สำนักส่งเสริมอนามัย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2565.

งานฝากครรภ์ แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลมหาสารคาม. รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีงานฝากครรภ์ แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลมหาสารคาม ปีงบประมาณ 2564-2566. มหาสารคาม: เอกสารอัดสำเนา; 2566.

ศูนย์อนามัยที่ 7 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. ผลการดำเนินงานปี 2565 และโครงการปี 2566 การส่งเสริมสุขภาพมารดา Cluster แม่และเด็ก ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น [Internet]. 2566 [cited 2026 Sep 2]. Available from: http://hpci.anamai.moph.go.th>kpr>report66

ธีราภรณ์ บุณยประภาพันธ์, ศิริวรรณ แสงอินทร์, สุพิศ ศิริอรุณรัตน์. ผลของโปรแกรมการสนับสนุนและให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและระดับฮีมาโตคริตในหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. 2561;26(4):40–50.

Bandura, A. Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychol Rev. 1997;84(2):191–215.

Bandura, A. Self-efficacy: toward a unifying theory of behavioral change. Psychol Rev. 1977;84(2):191–215.

Gist, M. E., & Mitchell, T. R. Self-efficacy: A theoretical analysis of its determinants and malleability. Acad Manage Rev. 1992;17(2):183–211.

aL Hashmi I, Al Omari, O. Self efficacy in relation to adherence to healthy behavior among pregnancy women: A concept analysis. Cent Eur J Nurs Midwifery. 2022;13(2):664–74.

มาเรียม สัจโภชน์, นุสรา มาลาศรี และจตุพร ตันตะโนกิจ. ผลของโปรแกรมส่งเสริมภาวะโภชนาการต่อพฤติกรรมสุขภาพและ ความเข้มข้นของเลือดในหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจาง. วารสารสภาการพยาบาล. 2567;39(4):507–18.

Yeh PT, Rhee DK, Tuncalp O, Roger L. Self-management of iron and folic acid supplementation during prepregnancy, pregnancy and postnatal periods: A systematic review. BMJ Glob Health. 2021;6(e005531):1–8.

Buchanan, K. L. Increasing folic acid Self-efficacy in college-age women of childbearing age. Abilene: Christian University; 2024.

ศรัณยา ลาโมะ, สุนันทา ยังวนิชเศรษฐและเบญญาภา ธิติมาพงษ์. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมภาวะโภชนาการต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหาร และยาเสริมธาตุเหล็ก และความเข้มข้นของเลือดในหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น ที่มีภาวะโลหิตจาง. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. 2564;31(1):224–36.

Shafagat R, Kamalifard M, Mirghafourvand M. The Effect of Counseling on Hemoglobin, Hematocrit and Weight Gain in Teenage Pregnant Women: A Randomized Clinical Trial. Int J Pediatr. 2018;6(10):8347–60.

Saragih, ID. Adherence to iron and folic acid supplementation intake among pregnant women: A systematic review and meta-analysis. Midwifery. 2022;104:103185.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-30

รูปแบบการอ้างอิง

เฉยฉิว เ., & ภูด่านงัว บ. . (2025). ผลของโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อการเพิ่มการรับรู้สมรรถนะแห่งตน พฤติกรรมการป้องกันภาวะโลหิตจางและระดับฮีมาโตคริตในหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ในแผนกฝากครรภ์ โรงพยาบาลมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 22(3), 16–33. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/MKHJ/article/view/274476

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย