ผลของการใช้โปรแกรมส่งเสริมความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยผ่าตัดมดลูกทางหน้าท้องแบบเปิด ในโรงพยาบาลมหาสารคาม
คำสำคัญ:
ผ่าตัดมดลูกทางหน้าท้องแบบเปิด, พฤติกรรมการดูแลตนเอง, โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ : การศึกษาครั้งนี้ เพื่อศึกษาผลของการใช้โปรแกรมส่งเสริมความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยผ่าตัดมดลูกทางหน้าท้องแบบเปิด ในโรงพยาบาลมหาสารคาม
รูปแบบและวิธีวิจัย : การศึกษานี้เป็นวิจัยแบบกึ่งทดลอง 2 กลุ่มเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม วัดผลก่อนและหลังการทดลอง (Quasi experimental, Pretest-posttest research design) โดยการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (purposive sampling) กลุ่มละ 15 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการให้ข้อมูลผู้ป่วยผ่าตัดมดลูกทางหน้าท้องแบบเปิด ประกอบด้วย กิจกรรมการให้ความรู้เกี่ยวกับโรค การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด และการดูแลตนเองภายหลังผ่าตัดที่โรงพยาบาลและที่บ้าน โดยการเยี่ยมผู้ป่วยระยะก่อนผ่าตัดและหลังผ่าตัดโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีความเชื่อด้านสุขภาพ (Health Belief Model) ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการพยาบาลตามปกติ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วย ก่อนและหลังการทดลอง มีค่าความเชื่อมั่น 0.94 วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการเปรียบเทียบใช้สถิติเชิงอนุมาน Independent t-test และ paired t-test
ผลการศึกษา : พบว่าค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยผ่าตัดมดลูกทางหน้าท้องแบบเปิดหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมการดูแลตนเองอยู่ในระดับมากที่สุดเท่ากับ 4.85กลุ่มควบคุมอยู่ในระดับปานกลางเท่ากับ 3.40 ซึ่งแปลผลว่ากลุ่มทดลองมีพฤติกรรมการดูแลตนเองสูงกว่ากลุ่มควบคุม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value <0.001) สรุปได้ว่า โปรแกรมการให้ข้อมูลผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดมดลูกทางหน้าท้องแบบเปิดทำให้ผู้ป่วยมีพฤติกรรมการดูแลตนเองที่ดีขึ้น
สรุปผลการศึกษา : การใช้โปรแกรมส่งเสริมความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยผ่าตัดมดลูกทางหน้าท้องแบบเปิดในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดมดลูกทางหน้าท้องแบบเปิดดีขึ้นมากกว่าการดูแลตามปกติ สามารถนำไปประยุกต์ใช้สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดอื่น ๆ ตั้งแต่ก่อนผ่าตัดระยะผ่าตัด ระยะหลังผ่าตัดและการติดตามการดูแลต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
ปวีณา พังสุวรรณและอุบล แสงอนันต์. แนวทางการดูแลรักษาเนื้องอกมดลูกโดยไม่ผ่าตัดมดลูก. สูติศาสตร์ล้านนา [อินเทอร์เน็ต]. 2560. https://w1.med.cmu.ac.th/obgyn/lecturestopics /topic-review/5630/
ธันยารัตน์ วงศ์วนานุรักษ์, สุรศักดิ์ อังสุวัฒนา. เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก. ใน : ดวงใจ นิ่มวัฒนกุล. การพยาบาลผู้ป่วยเนื้องอกมดลูกที่เข้ารับการผ่าตัดมดลูกและปากมดลูกออกทั้งหมดแบบผ่าตัดเปิดทาง หน้าท้องและผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก: กรณีศึกษา 2 ราย. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2567;5(1):548-562.
ฐิติมา ธารประสิทธิ์. การพยาบาลผู้ป่วยเนื้องอกมดลูกที่เข้ารับการผ่าตัดด้วยวิธีส่องกล้องโพรงมดลูก. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2565;3(3):111-121.
อรวิน วัลลิภากร. เนื้องอกในมดลูก โรคฮิตของสาววัยทำงาน[อินเทอร์เนต] . กรุงเทพ: โรงพยาบาลรามาธิบดี; 2562. https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/
จำเนียร คงประพันธ์, พัชรพรรณ เวียงเก่า และธันยธรณ์ เหมืองอุ่น. ผลของโปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเองอย่างมีแบบแผนหลังผ่าตัดในผู้ป่วยนรีเวชกรรมต่อการฟื้นสภาพของผู้ป่วยหลังผ่าตัดทางหน้าท้อง. วารสารโรงพยาบาลแพร่. 2562;27(1):1-10.
กนกพร อริยภูวงศ์, ศุภพร ไพรอุดม และทานตะวัน สลีวงศ์. ผลของการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจกโรงพยาบาลสุโขทัย. วารสารวิทยาลัย พยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี. 2562;2(3):17-30.
พัชรพรรณ เหมืองหม้อ และหัสยาพร อินทยศ. ผลของโปรแกรมการพยาบาลเพื่อสนับสนุนและให้ความรู้ในการดูแลตนเองของผู้ป่วยผ่าตัดมดลูกทางหน้าท้อง โรงพยาบาลแพร่. วารสารโรงพยาบาลแพร่. 2567;32(1):12-26.
Stretcher, V.J., & Rosenstock, I.M. The Health Belief Model. In: Glanz K., Lewis F.M., Rimer B.K., editors. Health Behavior and Health Education: Theory, Research and Practice. San Francisco: Jossey-Bass; 1997:113-132.
วิจิตรา เสียงล้ำ. ผลการประยุกต์แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองในกลุ่ม ผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจก หอผู้ป่วยตา หู คอ จมูก โรงพยาบาลบึงกาฬ. R2R BKPHO ผลงานวิจัยและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการสาธารณสุข 2567:1-17.[อินเทอร์เนต]. กรุงเทพ:กระทรวงสาธารณสุข; 2567. https://bkpho.moph.go.th/ssjweb/bkresearch/index.php?fn=detail&sid=244.
ปราณี มีหาญพงษ์, สุนีย์รัตน์ บุญศิลป์, ศศิธร รุจนเวช, กรรณิการ์ ฉัตรดอกไม้ไพร. ปัจจัยที่มีผลต่อ การเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้สูงอายุที่ทำผ่าตัดกระดูกสะโพก ในโรงพยาบาลสิงห์บุรี. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2022;19(2):77-87.
จุฬาลักษณ์ วงศ์อ่อน, อารี พันธ์มณี. ผลการใช้โปรแกรมการสอนทางกายภาพบำบัดตามรูปแบบ ความเชื่อด้านสุขภาพของโรเซนสต๊อกต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและการออกกำลังกายของผู้ป่วยปวดหลังผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบเชื่อมต่อกระดูกสันหลัง. วารสารพฤติกรรมศาสตร์. 2558;21(1):23-38.
งานเวชระเบียน โรงพยาบาลมหาสารคาม. รายงานสถิติการผ่าตัดโรงพยาบาลมหาสารคาม. มหาสารคาม;2567.
Polit, D. F., & Beck, C. T. Nursing Research: Generating and Assessing Evidence for Nursing Practice. 10th ed. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins; 2017.
อัญชลี ทวีวรรณคีรี และจีระศักดิ์ ทัพผา. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุ ที่ได้รับการผ่าตัดต้อกระจก. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2568;10(1):365-372.
พัชรพรรณ เหมืองหม้อ, หัสยาพร อินทยศ. วารสารการแพทย์และวิทยาศาสตร์ทางคลินิก โรงพยาบาลแพร่. 2567;32(1):12-26.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารนี้เป็นลิขสิทธิ์ของโรงพยาบาลมหาสารคาม