การพัฒนารูปแบบการจัดการโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม
คำสำคัญ:
โรคข้อเข่าเสื่อม, ผู้สูงอายุ, การจัดการสุขภาพชุมชนบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ : การวิจัยครั้งนี้มุ่งพัฒนารูปแบบการจัดการโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุอำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม โดยเน้นการเสริมสร้างศักยภาพในการดูแลตนเอง เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
รูปแบบวิจัย : การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ดำเนินการในอำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ระหว่างวันที่ 13 มกราคม ถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2568 กลุ่มตัวอย่างคือประชาชนอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 160 คน คัดกรองด้วยแบบประเมิน Oxford Knee Score และ Modified WOMAC Score การดำเนินการแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1) ศึกษาสถานการณ์และบริบทของผู้สูงอายุในชุมชนผ่านแบบสอบถาม การสัมภาษณ์ และการสนทนากลุ่ม เพื่อสำรวจพฤติกรรม ปัญหา และความต้องการ 2) พัฒนารูปแบบส่งเสริมการจัดการตนเองโดยจัดกิจกรรมกลุ่มแบบมีส่วนร่วมระยะเวลา 4 สัปดาห์ ประกอบด้วยการให้ความรู้การฝึกปฏิบัติ และการสะท้อนประสบการณ์ ดำเนินการโดยพยาบาลเวชปฏิบัติและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 3) ทดลองใช้และประเมินผลโดยเก็บข้อมูลก่อนและหลังเข้าร่วมกิจกรรมด้วยแบบสอบถามด้านความรู้ พฤติกรรมสุขภาพ และการจัดการตนเอง รวมทั้งสัมภาษณ์เชิงลึก และติดตามผลภายหลัง
ผลการศึกษา : ผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 80.62) อายุระหว่าง 60–79 ปี ผลการคัดกรองพบว่าร้อยละ 33.75 มีอาการข้อเข่าเสื่อมระดับเริ่มต้น และร้อยละ 9.37 อยู่ในระดับปานกลาง หลังการใช้รูปแบบการจัดการโรคข้อเข่าเสื่อมที่พัฒนาขึ้นใน 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) การประเมินและคัดกรองอาการข้อเข่าด้วย OKS และ WOMAC (2) การเสริมพลังผู้สูงอายุผ่านการให้ความรู้ การออกกำลังกายเฉพาะข้อเข่า และการปรับพฤติกรรมสุขภาพ (3) การดูแลแบบมีส่วนร่วมของพยาบาลเวชปฏิบัติ อสม. และครอบครัว เพื่อสนับสนุนการติดตามต่อเนื่อง และ (4) ระบบติดตามความก้าวหน้าและประเมินผลซ้ำ ผลลัพธ์หลังดำเนินรูปแบบพบว่า ผู้สูงอายุมีคะแนนความรู้ พฤติกรรมการจัดการตนเอง ความสามารถในการใช้ข้อเข่าและคะแนน OKS/WOMAC ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งมีอาการปวดลดลงและมีความมั่นใจในการดูแลตนเองเพิ่มขึ้น
สรุปผลการศึกษา : คลื่นไฟฟ้าหัวใจที่สามารถกระตุ้นด้วยไฟฟ้า การใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าอัตโนมัติ และการที่มีผู้พบเห็เหตุการณ์ขณะผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น เป็นปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการช่วยฟื้นคืนชีพผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาลโดยเครือข่ายกู้ชีพโรงพยาบาลมหาสารคามอย่างมีนัยสำคัญ
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Global report on ageism. Geneva: WHO; 2021.
Hawker GA. Osteoarthritis is a serious disease. Clin Exp Rheumatol. 2019;37 (Suppl 120):3–6.
Silverwood, V. et al. (2015). Current evidence on risk factors for knee osteoarthritis in older adults: a systematic review and meta-analysis. Osteoarthritis and Cartilage, 23(4), 507–515.
Bannuru RR, Osani MC, Vaysbrot EE, Arden NK, Bennell K, Bierma-Zeinstra SMA, et al. OARSI guidelines for the non-surgical management of knee, hip, and polyarticular osteoarthritis. Osteoarthritis Cartilage. 2019;27(11):1578–1589.
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. รายงานข้อมูลผู้สูงอายุและสุขภาพกลุ่มเปราะบาง ปีงบประมาณ 2565–2567. กรุงเทพฯ: สปสช.; 2565.
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 7 ขอนแก่น. รายงานภาวะสุขภาพผู้สูงอายุในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ปี 2565–2567. ขอนแก่น: สปสช.; 2567.
กรมอนามัย. รายงานการเข้าถึงบริการสุขภาพและภาวะแทรกซ้อนในผู้สูงอายุพื้นที่ชนบท ปี 2566. กรุงเทพฯ: สำนักอนามัยผู้สูงอายุ; 2566.
Lorig KR, Holman H. Self-management education: History, definition, outcomes, and mechanisms. Ann Behav Med. 2003;26(1):1–7. 9. Dineen-Griffin S, Garcia-Cardenas V, Williams K, Benrimoj SI. Helping patients help themselves: a systematic review of self-management support strategies in primary health care practice. PLoS One. 2019;14(8):e0220116.
Hawker GA. Osteoarthritis is a serious disease. Clin Orthop Relat Res. 2019;477(8):1603–1605.
ศศิณัฏฐ์ ศรีโรจน์. ประสิทธิผลของครีมไพล (Zingiber cassumunar Roxb.) เปรียบเทียบกับ diclofenac gel ในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2564;7(2):53–60.
กมลวรรณ จงจิตต์, ชุติวัต หยู่ทองอินทร์, พัชรมน สอนเจริญ. ประสิทธิผลของการใช้สเปรย์สมุนไพรข่า เถาวัลย์เปรียง ขิง และไพล ต่อการบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อของผู้ป่วย โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยสกลนคร หลวงปู่แฟ๊บ สุภัทโท. วารสารมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล. 2567;37(1):68–80.
Kemmis S, McTaggart R. The action research planner. 3rd ed. Geelong: Deakin University Press; 1988.
Oxford University Innovation. The Oxford Knee Score (OKS) [Internet]. Oxford: Oxford University Innovation; 2016 [cited 2024 Oct 20]. Available from: https://innovation.ox.ac.uk/outcome-measures/oxford-knee-score-oks/
Krejcie RV, Morgan DW. Determining sample size for research activities. Educ Psychol Meas. 1970;30(3):607–10.
จารุพร ไชยวงศา และคณะ. ผลของโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพต่อระดับความรุนแรงของข้อเข่าเสื่อม ในผู้สูงอายุที่มีน้ำหนักเกินในชุมชน. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ. 2567;27(2):45–55.
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. บันทึกสุขภาพผู้สูงอายุเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: สำนักอนามัยผู้สูงอายุ; 2567.
Bellamy N, Buchanan WW, Goldsmith CH, Campbell J, Stitt LW. Validation study of WOMAC: a health status instrument for measuring clinically important patient relevant outcomes to antirheumatic drug therapy in patients with osteoarthritis of the hip or knee. J Rheumatol. 1988;15(12):1833–40.
สถาบันเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ชุมชน กรมการแพทย์. แนวทางส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2556.
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. แนวทางการใช้ลูกประคบสมุนไพรอย่างปลอดภัย ในผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2565.
Pa-in P, Wonghongkul T, Panuthai S. Causal model of health literacy in Thai older adults with knee osteoarthritis. Pac Rim Int J Nurs Res. 2023;27(1):45–60.
Noppakhun T, Chiangkhong A. Barriers and facilitators of self-management among older adults with knee osteoarthritis in Thailand. J Behav Sci. 2023;18(3):69–82.
Creer TL. Self-management and the chronic illness experience. Disabil Rehabil. 2008;30(5):27–33.
Leeman J, Calancie L, Kegler MC, Escoffery C, Herrmann A, Tague L, et al. Building community capacity to disseminate and implement evidence-based chronic disease interventions. Prev Chronic Dis. 2022;19:E22.
ดวงพร สุรินทร์, สยัมภู ใสทา. ประสิทธิผลของโปรแกรมการจัดการตนเองด้วยการออกกำลังกายกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าร่วมกับการประคบร้อนในผู้สูงอายุภาวะข้อเข่าเสื่อมเครือข่ายบริการปฐมภูมิ โรงพยาบาลห้างฉัตร จังหวัดลำปาง. วารสารกายภาพบำบัด. 2566;45(2):97–111.
Maziarz L, Miller V, Wagner J, Perry K. Nurse aide turnover in home health care: a scoping review. J Aging Long Term Care. 2024;7(1):23–43.
Tanglakmankhong K, Songsri C, Posri S, Thongphao P, Nilrach W, Fuongtong P. The implementation of a community-based elderly health care model through network participation. J Nurs Public Health Res [Internet]. 2025 Jun 9 [cited 2025 Nov 19];5(2):e271116.
Mercer C, Turnbull V, Saake S, Terman A, Fischer H, Ehrlich-Jones L. Measurement characteristics and clinical utility of the Kohlman Evaluation of Living Skills among older adults. Arch Phys Med Rehabil. 2020;101(2):173–4.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารนี้เป็นลิขสิทธิ์ของโรงพยาบาลมหาสารคาม