ผลของโปรแกรมการส่งเสริมพัฒนาการและสร้างวินัยเชิงบวกโดยครอบครัวมีส่วนร่วมสำหรับเด็ก อายุ 2-5 ปี ที่มีพัฒนาการสงสัยล่าช้า อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • สุนันต์ทา พิลุน โรงพยาบาลมหาสารคาม
  • วิศรุดา ตีเมืองซ้าย โรงพยาบาลมหาสารคาม
  • ภัชชนก เดชชวพงษ์ โรงพยาบาลมหาสารคาม
  • วันสุ ทวีคณะโชติ โพธิภรณ์ โรงพยาบาลมหาสารคาม

คำสำคัญ:

เด็ก 2-5 ปี, พัฒนาการ, สร้างวินัยเชิงบวก, ครอบครัว, มีส่วนร่วม

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาเปรียบเทียบพัฒนาการและความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กอายุ 2-5 ปีที่พัฒนาการสงสัยล่าช้า และเปรียบเทียบทักษะการเลี้ยงดูของผู้ปกครองก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรมการส่งเสริมพัฒนาการและการสร้างวินัยเชิงบวกโดยครอบครัวมีส่วนร่วม

รูปแบบและวิธีวิจัย : เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบหนึ่งกลุ่ม วัดผลก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ เด็กอายุ 2-5 ปี ที่มีพัฒนาการสงสัยล่าช้า จำนวน 325 คน ผู้ปกครอง จำนวน 325 คน ระยะเวลาการวิจัยเดือนมกราคม 2566–มกราคม 2567 จัดกิจกรรมตามโปรแกรมการส่งเสริมพัฒนาการและสร้างวินัยเชิงบวกโดยครอบครัวมีส่วนร่วม (Triple-P) ได้แก่ กิจกรรมสร้างสายใย กิจกรรมสร้างวินัย กิจกรรมสร้างเด็กเก่ง 1 กิจกรรมสร้างเด็กเก่ง 2 โดยแต่ละกิจกรรมใช้เวลา 1.30–2 ชั่วโมง จัดห่างกันครั้งละ 2 สัปดาห์รวม 8 สัปดาห์

ผลการศึกษา : เมื่อเปรียบเทียบผลก่อนและหลังได้รับโปรแกรม พบว่า ก่อนเข้าโปรแกรมเด็กมีค่าคะแนนความฉลาดทางอารมณ์อยู่ในระดับปกติ คิดเป็นร้อยละ 59.38 และหลังเข้าร่วมโปรแกรมมีค่าคะแนนความฉลาดทางอารมณ์อยู่ในระดับสูง คิดเป็นร้อยละ 52.61 ผู้ปกครองมีทักษะการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 32.92 เป็นร้อยละ 54.46 และด้านพัฒนาการเด็ก พบว่า เด็กส่วนใหญ่มีพัฒนาการสมวัย คิดเป็นร้อยละ 88.62 และพบพัฒนาการสงสัยล่าช้า คิดเป็นร้อยละ 11.38

สรุปผลการศึกษา : หลังจากการใช้โปรแกรมการส่งเสริมพัฒนาการและการสร้างวินัยเชิงบวกโดยครอบครัวมีส่วนร่วม (Triple-P) พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีพัฒนาการสมวัยและความฉลาดทางอารมณ์เพิ่มขึ้นและผู้ปกครองมีทักษะการเลี้ยงดูเด็กดีขึ้นกว่าก่อนได้รับโปรแกรมฯ

เอกสารอ้างอิง

ปวีณา พังสุวรรณและอุบล แสงอนันต์. แนวทางการดูแลรักษาเนื้องอกมดลูกโดยไม่ผ่าตัดมดลูก. สูติศาสตร์ล้านนา [อินเทอร์เน็ต]. 2560. https://w1.med.cmu.ac.th/obgyn/lecturestopics /topic-review/5630/

ธันยารัตน์ วงศ์วนานุรักษ์, สุรศักดิ์ อังสุวัฒนา. เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก. ใน : ดวงใจ นิ่มวัฒนกุล. การพยาบาลผู้ป่วยเนื้องอกมดลูกที่เข้ารับการผ่าตัดมดลูกและปากมดลูกออกทั้งหมดแบบผ่าตัดเปิดทางหน้าท้องและผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก: กรณีศึกษา 2 ราย. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2567;5(1):548-562.

ฐิติมา ธารประสิทธิ์. การพยาบาลผู้ป่วยเนื้องอกมดลูกที่เข้ารับการผ่าตัดด้วยวิธีส่องกล้องโพรงมดลูก. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2565;3(3):111-121.

อรวิน วัลลิภากร. เนื้องอกในมดลูก โรคฮิตของสาววัยทำงาน[อินเทอร์เนต] . กรุงเทพ: โรงพยาบาลรามาธิบดี; 2562. https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/

จำเนียร คงประพันธ์, พัชรพรรณ เวียงเก่า และธันยธรณ์ เหมืองอุ่น. ผลของโปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเองอย่างมีแบบแผนหลังผ่าตัดในผู้ป่วยนรีเวชกรรมต่อการฟื้นสภาพของผู้ป่วยหลังผ่าตัดทางหน้าท้อง. วารสารโรงพยาบาลแพร่. 2562;27(1):1-10.

กนกพร อริยภูวงศ์, ศุภพร ไพรอุดม และทานตะวัน สลีวงศ์. ผลของการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจกโรงพยาบาลสุโขทัย. วารสารวิทยาลัย พยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี. 2562;2(3):17-30.

พัชรพรรณ เหมืองหม้อ และหัสยาพร อินทยศ. ผลของโปรแกรมการพยาบาลเพื่อสนับสนุนและให้ความรู้ในการดูแลตนเองของผู้ป่วยผ่าตัดมดลูกทางหน้าท้อง โรงพยาบาลแพร่. วารสารโรงพยาบาลแพร่. 2567;32(1):12-26.

Stretcher, V.J., & Rosenstock, I.M. The Health Belief Model. In: Glanz K., Lewis F.M., Rimer B.K., editors. Health Behavior and Health Education: Theory, Research and Practice. San Francisco: Jossey-Bass; 1997:113-132.

วิจิตรา เสียงล้ำ. ผลการประยุกต์แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองในกลุ่มผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจก หอผู้ป่วยตา หู คอ จมูก โรงพยาบาลบึงกาฬ. R2R BKPHO ผลงานวิจัยและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการสาธารณสุข 2567:1-17.[อินเทอร์เนต]. กรุงเทพ:กระทรวงสาธารณสุข; 2567. https://bkpho.moph.go.th/ssjweb/bkresearch/index.php?fn=detail&sid=244.

ปราณี มีหาญพงษ์, สุนีย์รัตน์ บุญศิลป์, ศศิธร รุจนเวช, กรรณิการ์ ฉัตรดอกไม้ไพร. ปัจจัยที่มีผลต่อ การเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้สูงอายุที่ทำผ่าตัดกระดูกสะโพก ในโรงพยาบาลสิงห์บุรี. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2022;19(2):77-87.

จุฬาลักษณ์ วงศ์อ่อน, อารี พันธ์มณี. ผลการใช้โปรแกรมการสอนทางกายภาพบำบัดตามรูปแบบ ความเชื่อด้านสุขภาพของโรเซนสต๊อกต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและการออกกำลังกายของผู้ป่วยปวดหลังผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบเชื่อมต่อกระดูกสันหลัง. วารสารพฤติกรรมศาสตร์. 2558;21(1):23-38.

งานเวชระเบียน โรงพยาบาลมหาสารคาม. รายงานสถิติการผ่าตัดโรงพยาบาลมหาสารคาม. มหาสารคาม;2567.

Polit, D. F., & Beck, C. T. Nursing Research: Generating and Assessing Evidence for Nursing Practice. 10th ed. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins; 2017.

อัญชลี ทวีวรรณคีรี และจีระศักดิ์ ทัพผา. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุ ที่ได้รับการผ่าตัดต้อกระจก. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2568;10(1):365-372.

พัชรพรรณ เหมืองหม้อ, หัสยาพร อินทยศ. วารสารการแพทย์และวิทยาศาสตร์ทางคลินิก โรงพยาบาลแพร่. 2567;32(1):12-26.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-30

รูปแบบการอ้างอิง

พิลุน ส., ตีเมืองซ้าย ว., เดชชวพงษ์ ภ., & โพธิภรณ์ ว. ท. . (2025). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมพัฒนาการและสร้างวินัยเชิงบวกโดยครอบครัวมีส่วนร่วมสำหรับเด็ก อายุ 2-5 ปี ที่มีพัฒนาการสงสัยล่าช้า อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 22(3), 315–335. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/MKHJ/article/view/277835

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย