สถานการณ์มารดาตาย ปี 2563-2567 ในเขตสุขภาพที่ 7

ผู้แต่ง

  • กรแก้ว ถิรพงษ์สวัสดิ์ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
  • อธิษฐาน สารินทร์ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
  • ธนิศรา นามบุญเรือง โรงพยาบาลมหาสารคาม
  • จันทรัสม์ บุญลอด ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

คำสำคัญ:

การตายมารดา, เขตสุขภาพที่ 7, รูปแบบ 3 ล่าช้า, ภาวะตกเลือดหลังคลอด, ระบบบริการสุขภาพ

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาสถานการณ์การตายของมารดา สาเหตุการตาย และความล่าช้า 3 ประการ (3-Delays) ที่เกี่ยวข้องกับการตายของมารดาในเขตสุขภาพที่ 7

รูปแบบและวิธีวิจัย : การวิจัยเชิงพรรณนาแบบศึกษาข้อมูลย้อนหลัง (Retrospective Descriptive Study) จากแบบรายงานการตายของมารดา (Confidential Enquiry: CE) และบันทึกการประชุมคณะกรรมการอนามัยแม่และเด็ก เขตสุขภาพที่ 7 ศึกษามารดาที่เสียชีวิตระหว่างตั้งครรภ์ ระยะคลอด และภายใน 42 วันหลังคลอด จำนวน 31 ราย ระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2562 ถึงกันยายน พ.ศ. 2567 (ปีงบประมาณ 2563 - 2567) เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแบบบันทึกข้อมูลทั่วไป แบบบันทึกสาเหตุการตาย และแบบวิเคราะห์ความล่าช้า 3 ประการ ซึ่งพัฒนาจากแบบรายงานมาตรฐานของกรมอนามัย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และอัตราส่วนการตายมารดา

ผลการศึกษา : ในช่วงเวลาศึกษาพบการเกิดมีชีพจำนวน 134,228 ราย อัตราส่วนการตายมารดาในปีงบประมาณ 2563–2567 เท่ากับ 26.30, 34.32, 19.80, 13.73 และ 21.07 ต่อการเกิดมีชีพแสนคน ตามลำดับ สาเหตุการตายทางตรงที่พบบ่อยที่สุดคือ ภาวะตกเลือดหลังคลอด (ร้อยละ 25.81) รองลงมาคือ ภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด และ ภาวะความดันโลหิตสูงร่วมกับการตั้งครรภ์ (ร้อยละ 12.90 เท่ากัน)
ส่วนสาเหตุการตายทางอ้อมที่พบบ่อยที่สุดคือ ปอดอักเสบจากโรคติดเชื้อโควิด-19 (ร้อยละ 9.68) การวิเคราะห์ 3-Delays Model พบว่าความล่าช้าในการได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม (3-Delays) มีสัดส่วนสูงที่สุดในทุกปีของการศึกษา และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 46.00 ในปี 2563 เป็นร้อยละ 68.00 ในปี 2567

สรุปผลการศึกษา : อัตราส่วนการตายมารดาในเขตสุขภาพที่ 7 ยังคงสูงกว่าเป้าหมายระดับประเทศ โดยการตายส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุที่สามารถป้องกันได้ และสัมพันธ์กับความล่าช้าในการได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม (Delay-3) ผลการศึกษาสนับสนุนความจำเป็นในการพัฒนาระบบบริการสูติกรรมฉุกเฉินการทบทวนการตายมารดาเชิงระบบ และการยกระดับคุณภาพการดูแลในทุกระดับของเครือข่ายบริการ

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Trends in maternal mortality 2000 to 2017: estimates by WHO, UNICEF, UNFPA, World Bank Group and the United Nations Population Division [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2019 [cited 2024 Mar 4]. Available from: https://apps.who.int/iris/handle/10665/327595.

World Health Organization. Trends in maternal mortality 2000 to 2020: estimates by WHO, UNICEF, UNFPA, World Bank Group and UNDESA/Population Division [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2023 [cited 2024 Mar 24]. Available from: https://data.unicef.org/resources/trends-in-maternal-mortality-2000-to-2020.

กองตรวจราชการ กระทรวงสาธารณสุข. แผนการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 2567 ต.ค. 15]. เข้าถึงได้จาก: https://ops.moph.go.th/public/index.php/policy_plan.

สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย. การวิเคราะห์สถานการณ์การตายมารดาไทยประจำปีงบประมาณ 2567 จากระบบเฝ้าระวังการตายมารดา สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมอนามัย; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 2567 ต.ค. 15]. เข้าถึงได้จาก: https://hp.anamai.moph.go.th.

ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น กระทรวงสาธารณสุข. เอกสารสรุปรายงานการประชุมคณะกรรมการอนามัยแม่และเด็ก เขตสุขภาพที่ 7 ปีงบประมาณ 2566-2567 [เอกสารอัดสำเนา]. ขอนแก่น: ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น; 2567.

Thaddeus S, Maine D. Too far to walk: maternal mortality in context. Soc Sci Med. 1994;38(8):1091-110. doi:10.1016/0277-9536(94)90226-7.

Pacagnella RC, Cecatti JG, Osis MJ, Souza JP. The role of delays in severe maternal morbidity and mortality: expanding the conceptual framework. Reprod Health Matters. 2012;20(39):155-63. doi:10.1016/S0968-8080(12)39601-8.

บุญชม ศรีสะอาด. การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น; 2560.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. รายงานสถานการณ์การตายมารดาของประเทศไทย. นนทบุรี: กรมอนามัย; 2566.

Say L, Chou D, Gemmill A, Tunçalp Ö, Moller AB, Daniels J, et al. Global causes of maternal death: a WHO systematic analysis. Lancet Glob Health. 2014;2(6):e323-33. doi:10.1016/S2214-109X(14)70227-X.

Knight M, Nair M, Tuffnell D, et al., editors. Saving lives, improving mothers' care: lessons learned to inform maternity care from the UK and Ireland Confidential Enquiries into Maternal Deaths and Morbidity 2013-15. Oxford: National Perinatal Epidemiology Unit, University of Oxford; 2017.

สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย. แนวทางการดูแลหญิงตั้งครรภ์คุณภาพ. นนทบุรี: กรมอนามัย; 2565.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-28

รูปแบบการอ้างอิง

ถิรพงษ์สวัสดิ์ ก., สารินทร์ อ., นามบุญเรือง ธ., & บุญลอด จ. (2026). สถานการณ์มารดาตาย ปี 2563-2567 ในเขตสุขภาพที่ 7. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 23(2), 226–242. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/MKHJ/article/view/279444

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย