ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองในการควบคุมฟอสฟอรัสในอาหารของผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โรงพยาบาลมหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • พรระวี บุญมาก โรงพยาบาลมหาสารคาม
  • กชณากาญ ดวงมาตย์พล โรงพยาบาลมหาสารคาม
  • พิกุล ศรีโยวงค์ โรงพยาบาลมหาสารคาม
  • วิชชุดา ชัยลิ้นฟ้า โรงพยาบาลมหาสารคาม

คำสำคัญ:

การจัดการตนเอง, ฟอสฟอรัส, ไตเรื้อรังระยะสุดท้าย, การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาสถานการณ์ปัญหา พัฒนา และประเมินผลของโปรแกรมการจัดการตนเองในการควบคุมฟอสฟอรัสในอาหารต่อพฤติกรรมสุขภาพและผลลัพธ์ทางห้องปฏิบัติการของผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

รูปแบบวิจัย : การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research) ตามแนวคิดของ Kemmis และ McTaggart ดำเนินการ 2 วงจร กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการฟอกเลือด ณ โรงพยาบาลมหาสารคาม จำนวน 31 ราย คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงตามเกณฑ์ระดับฟอสฟอรัสในเลือด > 5.0 mg/dL อย่างน้อย 1 ครั้ง ภายใน 3 เดือนก่อนเข้าร่วมโครงการ เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ โปรแกรมการจัดการตนเองคู่มือภาพอาหาร และแบบประเมินพฤติกรรมฯ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (IOC ≥ 0.80) และค่าความเที่ยง (Cronbach’s alpha = 0.85) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และ paired t-test

ผลการศึกษา : การศึกษาสถานการณ์ปัญหาในระยะที่ 1 พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับการควบคุมฟอสฟอรัสในอาหารในระดับต่ำ และมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง ส่งผลให้ระดับฟอสฟอรัสในเลือดสูงกว่าเกณฑ์เป้าหมายตามแนวทางการรักษา หลังการพัฒนาและดำเนินการตามโปรแกรมฯ ในระยะที่ 2 พบว่าคะแนนเฉลี่ยความรู้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจาก 13.23 เป็น 14.13 คะแนน (p < 0.001) และคะแนนพฤติกรรมการควบคุมฟอสฟอรัสในอาหารเพิ่มขึ้นจาก 4.11 เป็น 4.74 คะแนน (p < 0.001) สำหรับผลลัพธ์ทางห้องปฏิบัติการ พบว่าระดับฟอสฟอรัสในเลือดลดลงจาก 5.72 ± 0.74 mg/dL เป็น 5.43 ± 0.49 mg/dL (p < 0.001) และค่าผลคูณแคลเซียมและฟอสฟอรัสลดลงจาก 52.09 เป็น 48.42 mg²/dL² (p < 0.001) นอกจากนี้ ผู้ป่วยมีความพึงพอใจต่อโปรแกรมฯ ในระดับมากที่สุด (Mean = 4.72, SD = 0.38)

สรุปผลการศึกษา : โปรแกรมการจัดการตนเองที่พัฒนาขึ้นสามารถส่งเสริมความรู้และพฤติกรรมการควบคุมฟอสฟอรัสในอาหารของผู้ป่วยฟอกเลือด และส่งผลให้ค่าทางห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โปรแกรมดังกล่าวจึงมีศักยภาพในการนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางการพยาบาลเพื่อสนับสนุน
การควบคุมฟอสฟอรัสในผู้ป่วยฟอกเลือดในหน่วยไตเทียมได้อย่างเหมาะสม

เอกสารอ้างอิง

Centers for Disease Control and Prevention. Chronic kidney disease in the United States, 2023. U.S. Department of Health and Human Services; 2023 [cited 2026 Jan 7]. Available from: https://www.cdc.gov/kidney-disease/php/data-research/index.html

Ketteler M, Evenepoel P, Holden RM, Isakova T, Jørgensen HS, Komaba H, et al. Chronic kidney disease-mineral and bone disorder: conclusions from a Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO) Controversies Conference. Kidney Int. 2025;107(3):405–423. doi:10.1016/j.kint.2024.11.013

Ketteler M, Evenepoel P, Holden RM, Isakova T, Jørgensen HS, Komaba H, et al. Chronic kidney disease–mineral and bone disorder: conclusions from a Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO) Controversies Conference. Kidney Int. 2025;107(3):405–423.

Cupisti A, Gallieni M, Avesani CM, D'Alessandro C, Carrero JJ, Piccoli GB. Medical nutritional therapy for patients with chronic kidney disease not on dialysis: the low protein diet as a medication. J Clin Med. 2020;9(11):3644. doi:10.3390/jcm9113644

Lee H, Kim S. Effects of a self-care program on dietary phosphorus intake and biochemical parameters in chronic kidney disease patients. Int J Nurs Stud. 2023;138:104388. doi:10.1016/j.ijnurstu.2023.104388

Lorig K, Holman H. Self-management education: history, definition, outcomes, and mechanisms. Ann Behav Med. 2003;26(1):1–7. doi:10.1207/S15324796ABM2601_01

Bandura A. Self-efficacy: the exercise of control. New York: W.H. Freeman; 1997.

Friedrich NK, Schmitt N, Hruby H, Kugler C. Self-management interventions for adult haemodialysis patients: a scoping review of randomized controlled trials. BMC Nephrol. 2025;26:285. doi:10.1186/s12882-025-04229-6

บัญชา สถิระพจน์, พิชญ ตันติยวรงค์, อนันต์ เชื้อสุวรรณ, อดิสรณ์ ลำเพาพงศ์, กวี ลิ่มบุตร, ไกรวิพร เกียรติสุนทร, และคณะ. รายงานข้อมูลประจำปี 2566 จากทะเบียนบำบัดทดแทนไตแห่งประเทศไทย: ระบาดวิทยาในผู้ป่วยบำบัดทดแทนไตรายใหม่. วารสารสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. 2568;31(2):105–122. doi:10.63555/jnst.2025.277563

Kemmis S, McTaggart R. The action research planner. 3rd ed. Victoria: Deakin University Press; 1988.

Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO). KDIGO clinical practice guideline for chronic kidney disease–mineral and bone disorder (CKD–MBD). 2022.

Evenepoel P, Cunningham J, Ferrari S, Haarhaus M, Javaid MK, Lafage-Proust MH, et al. Diagnosis and management of osteoporosis in CKD stages 4 to 5D. Osteoporos Int. 2021;32(12):2397–2405.

Ouirdani M, Boutib A, Azizi A, Chergaoui S, Saad EM, Hilali A, et al. Impact of nutrition education on various health-related components of hemodialysis patients: a systematic review. Healthcare. 2024;12(12):1197. doi:10.3390/healthcare12121197

Tam MLB. Effects of a transitional renal palliative programme for patients with end-stage renal failure: a pilot randomised controlled trial. 2022.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-28

รูปแบบการอ้างอิง

บุญมาก พ., ดวงมาตย์พล ก. ., ศรีโยวงค์ พ. ., & ชัยลิ้นฟ้า ว. . (2026). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองในการควบคุมฟอสฟอรัสในอาหารของผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โรงพยาบาลมหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 23(1), 129–148. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/MKHJ/article/view/279786

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย