การพัฒนาระบบคัดกรองผู้ป่วยนอกแผนกหู คอ จมูก โรงพยาบาลมหาสารคาม
คำสำคัญ:
ระบบคัดกรองผู้ป่วยนอก, หู คอ จมูก, ความพึงพอใจ, การพัฒนาคู่มือบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ : เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ พัฒนา และประเมินผลระบบคัดกรองผู้ป่วยนอกแผนกหู คอ จมูก โรงพยาบาลมหาสารคาม
รูปแบบวิจัย : การวิจัยและพัฒนาประกอบด้วย 3 ระยะ ได้แก่ ระยะวิเคราะห์สถานการณ์ ระยะพัฒนา และระยะประเมินผล ดำเนินการระหว่างเดือนมีนาคม-ธันวาคม 2568กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยพยาบาลวิชาชีพ 3 คน และผู้ป่วย 370 ราย เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบประเมินความพึงพอใจ และประเมินความถูกต้องของการคัดกรอง (Triage Accuracy) เป็นร้อยละของ Correct, Under และ Over Triage วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และเปรียบเทียบข้อมูลก่อน–หลังการพัฒนา(เชิงพรรณนา)
ผลการศึกษา : ระยะที่ 1 พบว่าการคัดกรองยังเป็นไปในแนวทางเดียวกันและมีอัตรา Under Triage สูงระยะที่ 2 เกิดระบบการคัดกรองเฉพาะแผนกหู คอ จมูก (ENT) ที่เป็นรูปธรรมและชัดเจน สามารถปฏิบัติได้จริง ตั้งชื่อว่า E-N-T Modelประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ (1) คู่มือการคัดกรองเฉพาะแผนกหู คอ จมูก (ENT-specific triage manual: E) (2) แบบบันทึกผลการคัดกรอง (Note form: N) (3) ระบบการจำแนกระดับความเร่งด่วนที่ปรับปรุงใหม่ (Triage: T) ระยะที่ 3 พบว่าการคัดกรองมีความแม่นยำ ร้อยละ 96.49 โดยกลุ่มสีขาวถูกต้องร้อยละ 100 และกลุ่มสีเหลืองมี Under Triage ร้อยละ 28.57 และ Over Triage ร้อยละ 8.57 ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยของผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองอยู่ที่ 31 นาที ความพึงพอใจของพยาบาลอยู่ในระดับสูงถึงสูงมาก และผู้ป่วยอยู่ในระดับสูงมาก (ค่าเฉลี่ย 4.55–4.85) โดยเฉพาะด้านความเชื่อมั่นในระบบและมารยาทของเจ้าหน้าที่
สรุปผลการศึกษา : การพัฒนาคู่มือคัดกรองเฉพาะทางมีแนวโน้มช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองและความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้ให้บริการ อย่างไรก็ตาม ควรพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่องเพื่อลดอัตรา Under Triage ในกลุ่มผู้ป่วยสีเหลือง และปรับปรุงสภาพแวดล้อมบริการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง
Gilboy N, Tanabe P, Travers D, Rosenau AM. Emergency Severity Index (ESI): A Triage Tool for Emergency Department Care, Version 4. Implementation Handbook. Rockville, MD: Agency for Healthcare Research and Quality; 2012.
Christ M, Grossmann F, Winter D, Bingisser R, Platz E. Modern triage in the emergency department. DtschArztebl Int. 2010;107(50):892-8.
กองสาธารณสุขฉุกเฉิน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. คู่มือแนวทางการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉิน (MOPH ED Triage). พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2561.
แผนกเวชระเบียนและสถิติ โรงพยาบาลมหาสารคาม. รายงานสถิติประจำปี 2564–2566. มหาสารคาม: โรงพยาบาลมหาสารคาม; 2567.
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. แนวทางการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินและจัดลำดับการบริบาล
ณ ห้องฉุกเฉิน ตามหลักเกณฑ์ที่ กพฉ. กำหนด. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี: ปัญจมิตร; 2556.
จุฑามาศ พุทธพิทักษ์, พรรณวดี พุธวัฒนะ, สุจินดา รัตนมุณี. ผลของการใช้แนวปฏิบัติการคัดแยกผู้ป่วยต่อความแม่นยำในการคัดแยกผู้ป่วยและระยะเวลารอคอยของผู้ป่วยที่แผนกฉุกเฉิน. รามาธิบดีพยาบาลสาร. 2558;21(2):224-37.
กองการพยาบาล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการพยาบาลผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย; 2561.
Hoot NR, Aronsky D. Systematic review of emergency department crowding: causes, effects, and solutions. Ann Emerg Med. 2008;52(2):126-36.
FitzGerald G, Jelinek GA, Scott D, Gerdtz MF. Emergency department triage: an ethical analysis. BMC Med Ethics. 2010;11:7.
Gurnani P, Dash S, Gupta V. Emergency severity index: A review. Int J Contemp Med Res. 2018;5(6):F1-F4.
อุไรวรรณ ประเสริฐสังข์, เปรมฤทัย จันทะโคตร, วรรณพร บรรดาศักดิ์. ผลของการใช้แนวปฏิบัติการคัดกรองผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลมหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2565;19(1):114-25.
vonBertalanffy L. General System Theory: Foundations, Development, Applications. Revised ed. New York: George Braziller; 1968.
Gordon M. Manual of Nursing Diagnosis. 12th ed. Sudbury, MA: Jones and Bartlett Publishers; 2010.
สุธาสินี พิมพ์สังข์, จรรยา จีระวิพูลวรรณ, นรินทร์ ลามาตย์. การพัฒนารูปแบบการคัดกรองผู้ป่วยฉุกเฉิน แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลระดับทุติยภูมิ. วารสารวิชาการสุขภาพและการศึกษา. 2565;1(2):45-58.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารนี้เป็นลิขสิทธิ์ของโรงพยาบาลมหาสารคาม