ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองต่อการป้องกันการกำเริบของโรคในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลมหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • ฐิติกาญจน์ ไวยพัฒน์ โรงพยาบาลมหาสารคาม
  • จีระวรรณ ศรีจันทร์ไชย วิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • ปภังกร นิธิถิรวุฒิ โรงพยาบาลมหาสารคาม

คำสำคัญ:

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง, โปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเอง, การกำเริบของโรค

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและอาการของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เพื่อป้องกันการกำเริบของโรค

รูปแบบและวิธีวิจัย : การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง (Quasi-experimental research) ใช้รูปแบบการวิจัยแบบหนึ่งกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลอง (One-group pretest-posttest design) กลุ่มตัวอย่าง คัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ตามคุณสมบัติที่กำหนด คือ ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มารับบริการ ณ คลินิกเฉพาะทาง สาขาอายุรกรรม โรงพยาบาลมหาสารคาม จำนวน 30 คน โดยใช้โปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเอง ประกอบด้วย 3 ระยะ ได้แก่ 1) การประเมินและเตรียมความพร้อม 2) การปฏิบัติการจัดการตนเองที่บ้าน และ 3) การติดตามและประเมินผลการจัดการตนเอง การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติเชิงพรรณนาได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การเปรียบเทียบค่าเฉลี่คะแนนพฤติกรรมการจัดการตนเองใช้สถิติ Paired T-test และการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนการประเมินอาการของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (CAT Score) ใช้สถิติ Wilcoxon Signed Ranks Test

ผลการศึกษา : ภายหลังการเข้าร่วมโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเอง พบว่า ผู้ป่วยมีคะแนนพฤติกรรมการจัดการตนเองเพิ่มมากขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) โดยมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 50.40 (SD = 7.96) เป็น 90.26 (SD = 5.95) และมีค่าอาการของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) โดยมีค่ามัธยฐานของ CAT Score ก่อนเข้าร่วมโปรแกรม เท่ากับ 1.29 (IQR = 1.25 - 1.52) และภายหลังการเข้าร่วมโปรแกรมมีค่ามัธยฐาน เท่ากับ 1.12 (IQR = 1.01 - 1.16)  

สรุปผลการศึกษา : โปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองช่วยส่งเสริมพฤติกรรมการจัดการตนเองของผู้ป่วย และช่วยลด CAT Score ซึ่งสะท้อนถึงการควบคุมอาการของโรคที่ดีขึ้น อันนำไปสู่การลดโอกาสการกำเริบของโรคได้

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Chronic obstructive pulmonary disease (COPD) [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2023 [cited 2023 Oct 10]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/chronic-obstructive-pulmonary-disease-(copd)

สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข. แผนยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2561 [เข้าถึงเมื่อ 2566 ต.ค. 20]. เข้าถึงได้จาก: https://spd.moph.go.th/wp-content/uploads/2022/09/strategyMOPH2019.pdf

สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. ข้อแนะนำการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ: บียอนด์ เอนเตอร์ไพรซ์; 2560.

Kanfer FH, Gaelick-Buys L. Self-management methods. In: Kanfer FH, Goldstein AP, editors. Helping people change: a textbook of methods. 4th ed. New York: Pergamon Press; 1991. p.305-60.

ธนัญชกร ช่วยท้าว. ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังต่อความรู้ พฤติกรรมการจัดการตนเอง อาการหายใจลำบาก และสมรรถภาพปอด [วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา; 2558.

ศิวพล ศรีแก้ว, ชนิสรา แสนยบุตร, ปวีณกานต์ จวนสาง, นิสากร วิบูลชัย. ผลของโปรแกรมการสนับสนุนการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและภาวะหายใจลำบากในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีอาการกำเริบบ่อยครั้ง. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2566;20(2):100-15.

กลุ่มงานรายงานมาตรฐาน HDC โรงพยาบาลมหาสารคาม. รายงานสถิติผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังแยกตามรายโรค (HDC Service) [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 2566 พ.ย. 6]. เข้าถึงได้จาก: https://ops.moph.go.th/public

Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale (NJ): Lawrence Erlbaum Associates; 1988.

Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease. Global strategy for the diagnosis, management, and prevention of chronic obstructive pulmonary disease: 2019 report [Internet]. 2019 [cited 2023 Dec 10]. Available from: https://goldcopd.org/wp-content/uploads/2018/11/GOLD-2019-v1.7-FINAL-14Nov2018-WMS.pdf

สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง พ.ศ. 2565. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์; 2565.

Jones PW, Harding G, Berry P, Wiklund I, Chen WH, Kline Leidy N. Development and first validation of the COPD Assessment Test. Eur Respir J. 2009;34(3):648-54. doi:10.1183/09031936.00102509.

ชมขวัญ แก้วพลงาม, ณัฐวดี อินทแสน, ภานุพงษ์ อุ่นเรือนงาม, ปาริชาติ นิยมทอง. ปัจจัยพยากรณ์ที่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดภาวะกำเริบเฉียบพลันในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารโรงพยาบาลแพร่. 2565;30(1):99-111.

Bandura A. Social foundations of thought and action: a social cognitive theory. Englewood Cliffs (NJ): Prentice-Hall; 1986.

ณัฏฐา ดวงตา, สุนทรา เลี้ยงเชวงวงศ์, สมพล สงวนรังศิริกุล. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการบริหารการหายใจต่อการรับรู้สมรรถนะแห่งตนและประสิทธิภาพการหายใจในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารสภาการพยาบาล. 2560;32(2):95-110.

สุนีย์ เฮะดือเระ, กาญจ์สุนภัส บาลทิพย์, เพลินพิศ ฐานิวัฒนานนท์. การพัฒนาโปรแกรมการจัดการอาการหายใจลำบากในผู้สูงอายุมุสลิมที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารอัล-ฮิกมะฮฺ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี. 2561;8(15):111-127.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-28

รูปแบบการอ้างอิง

ไวยพัฒน์ ฐ., ศรีจันทร์ไชย จ., & นิธิถิรวุฒิ ป. (2026). ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองต่อการป้องกันการกำเริบของโรคในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลมหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 23(2), 183–200. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/MKHJ/article/view/282186

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย