Factors related to oral health behaviors of early childhood among parents in well baby clinic of Kuchinarai Crown Prince Hospital. Kalasin province

Main Article Content

สุพัตรา วัฒนเสน
สุนิสา มาม่วง
สุวนันท์ ไชยวุฒิ
มาลิกา นามทรรศนีย์

Abstract

This cross-sectional descriptive research aims to study the parents’ behavior of caring young children’s oral health, and to investigate the relationship between predisposing, enabling and reinforcing factors and the parents’ behavior of caring young children’s oral health at well baby clinic of Kuchinarai Crown Prince Hospital, Kalasin province. The sample were 137 parents. The instrument to collect data was a questionnaires on factors influencing the behavior caring young children’s oral health. The reliability of the questionnaire was 0.71 – 0.94. The data analyzed by using descriptive statistics, Spearman rank correlation, Chi-Square, and Odds Ratio.


The results revealed that the predisposing factors i.e., parents’ occupation had a significant relationship with the parents' behavior of caring young children’s oral health. Parents who did work had more chance to take care of their children’s children’s oral health by 2.07 times  when compared to those who did not (OR = 2.07; 95% CI 1.01 – 4.27, p-value=0.046). Additionally, the parents' average monthly income showed low positive correlation with the parents' behavior of caring young children’s oral health at significant level of p-value< 0.05 (rs= 0.18 p-value= 0.030). The enabling factors i.e., access to dental health services and access to healthy nutrition for oral health had significant low positive relationship with the parents' behavior of caring young children’s oral health at significant level of p-value < 0.05 (rs= 0.33, p-value < 0.001; rs= 0.29, p-value < 0.001). The reinforcing factors i.e., the advice from close people and the access to dental care information from various media, had a statistically significant low positive relationship parents' behavior of caring young children’s oral health at significant level of p-value < 0.05 (rs= 0.24, p-value = 0.005; rs= 0.28, p-value =0.001).


According to the results, it is suggested that the officers who are responsible for dental health care should provide the activities, information, services in various channels to and public promote the oral health care for young children and parents.

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

Section
บทความวิจัย (Research article)

References

ธนนันท์ เพ็ชรวิจิตร,ชุติมา ไตรวัฒน์วรกุล. ทันตกรรมป้องกันในเด็กและวัยรุ่น. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: บริษัท เบสท์ บุ๊คส์ ออนไลน์ จำกัด; 2554.

สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ประเทศไทย พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ:บริษัท สามเจริญพาณิชย์ (กรุงเทพ) จำกัด, 2561.

สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดกาฬสินธุ์. ร้อยละเด็กกลุ่มอายุ 3 ปีมีฟันผุในฟันน้ำนม เขตสุขภาพที่ 7 จังหวัดกาฬสินธุ์. [ออนไลน์] 2563 [อ้างเมื่อ 2 กรกฎาคม 2564] จากhttps://ksn.hdc.moph.go.th/hdc/reports/report.php?source=pformated/format1.php&cat_id=db30e434e30565c12fbac44958e338d5&id=e9f3192f523c79cbbbcf7b405e879384

กันทิมา เหมพรหมราช. พฤติกรรมการดูแลทันตสุขภาพเด็กก่อนวัยเรียนของผู้ปกครองใน เขตนครชัยบุรินทร์. วารสารมหาวิทยาลัยนเรศวร 2557; 22(3):58-68.

สมคิด ทิมสาด. คู่มือการพยาบาลส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค สุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ: กองเวชกรรมป้องกัน กรมแพทย์ทหารเรือ; 2548.

นรลักขณ์ เอื้อกิจ และลัดดาวัลย์ เพ็ญศร. (2562). การประยุกต์ใช้แนวคิด PRECEDE MODEL ในการสร้างเสริมสุขภาพ. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย 2562;12(1):38-48.

อรุณ จิรวัฒน์กุล. สถิติทางวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: บริษัทวิทยพัฒน์ จำกัด; 2558.

อรุณ จิรวัฒน์กุล. (2558). สถิติในงานวิจัย เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะสม. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: บริษัทวิทยพัฒน์ จำกัด;2558.

Bloom et al. Hand book on formative and summative evaluation of student learning. Mc Graw-Hill Book Company, NewYork;1971.

Best, J.W. Research in Education. New Jersey: Prentice – Hall; 1981.

ธนากร โตกิ่งแก้ว และรุจิรา ดวงสงค์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมของผู้ปกครองในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กก่อนวัยเรียน ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดนครราชสีมา. วารสารทันตาภิบาล 2559;27(1):

-62.

ณัฐธิดา พันพะสุกและคณะ. การรับรู้และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กของผู้ปกครองกับสภาวะภาพช่องปากเด็ก 3–5 ปี ในอำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น. วารสารทันตาภิบาล 2561;29(2):13-26.

ณฐพงศ์ คงใหม่ และคณะ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากในเด็กก่อนวัยเรียนของผู้ปกครอง ตำบลชะมวง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง. วารสารสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ 2562;2(2):26-42.

นฤชิต ทองรุ่งเรืองชัย และพรรณี บัญชรหัตถกิจ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการแปรงฟันให้เด็ก 1-5 ปี ของผู้ปกครอง ในเขตอำเภอโนนสังข์ จังหวัดหนองบัวลำภู. ศรีนครินทร์เวชสาร 2556;28(1): 16-22.

ปาริฉัตร ถาวรวงษ์. พฤติกรรมการดูแลช่องปากของผู้ปกครองเด็กก่อนวัยเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารศาสตร์สุขภาพและการศึกษา 2564;1(2):69-82.