ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ ตำบลบ้านแก้ง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม

ผู้แต่ง

  • ปรียานุช นามพิกุล วิทยาจารย์ชำนาญการพิเศษ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • เปรมฤดี ศรีสังข์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • กีฬาวุฒิ ปัญญาใส นักวิชาการสาธารณสุข (ทันตสาธารณสุข) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลถ่อนนาเพลิน อำเภอพิบูลย์รักษ์ จังหวัดอุดรธานี
  • ณัฐภัทร ปัญจรัก พลทหาร ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกที่ 1 ประจำพื้นที่ภาคกลาง ตำบลวังน้อย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • วิภาฎา สีดา ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลนาแก อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม
  • ศุภาพิชญ์ แสงอรุณ ทันตแพทย์ชํานาญการ วิทยาลัยการสาธาณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • วิริยา มูลพิศูจน์ อาจารย์ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก

คำสำคัญ:

ผู้สูงอายุ, พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก, ความรู้, ทัศนคติ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional descriptive study) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุตำบลบ้านแก้งอำเภอนาแก จังหวัดนครพนม กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 158 คน ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิเป็นสัดส่วน (Proportional stratified random sampling) และการสุ่มแบบง่าย (Simple random sampling) เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม การตรวจสอบความเที่ยงของ โดยใช้สูตร Kuder-Richardson formula KR-20 พบว่า ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก มีค่าเท่ากับ 0.70 และใช้ค่า Cronbach's alpha พบว่า ทัศนคติด้านทันตสุขภาพและพฤติกรรม การดูแลสุขภาพช่องปาก มีค่าเท่ากับ 0.70 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา และสถิติอนุมาน Chi-square test

ผลการวิจัย พบว่า ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปาก ระดับมาก ร้อยละ 55.06 (Mean = 8.41, S.D. = 1.79) และมีทัศนคติด้านทันตสุขภาพ ระดับมาก ร้อยละ 62.03 (Mean = 15.43, S.D. =3.36) พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก พบว่ามีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก ระดับปานกลาง ร้อยละ 67.72 (Mean = 31.41, S.D. = 6.11) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ ได้แก่ ปัจจัยนำ คือ โรคประจำตัว ปัจจัยเอื้อ คือ การเข้าถึงแหล่งบริการ ทางทันตกรรม ปัจจัยเสริม คือ การได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปาก มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value = 0.04, 0.03, 0.02 ตามลำดับ)

จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ควรมีการให้ความรู้ ปรับทัศนคติ และเพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างต่อเนื่อง พัฒนาสื่อ และช่องทางในการให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและเพิ่มความถี่และความหลากหลายในการให้บริการทาง ทันตกรรมในอันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุให้ดีขึ้น

เอกสารอ้างอิง

กรมกิจการผู้สูงอายุ. จำนวนผู้สูงอายุสัญชาติไทยจำเเนกตามจังหวัด พ.ศ. 2566 [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 13 ม.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.dop.go.th/th

สำนักงานกองทุนสนับสนุนสร้างเสริมสุขภาพ. การเปลี่ยนแปลงผู้สูงอายุ [อินเทอร์เน็ต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อ 13 ม.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://tinyurl.com/2p9hta3x

สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากเเห่งชาติครั้งที่ 9 ประเทศไทย. นนทบุรี: กรมอนามัย; 2566.

เมธินี คุปพิทยานันท์, วรวิทย์ ใจเมือง. การสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก ประตู…สู่สุขภาพที่ดี ในทุกช่วงวัยของชีวิต. [ม.ป.ท.]; 2555.

สุพัตรา วัฒนเสน, กุลธิดา นาคสุต, น้ำทิพย์ หวานนอก, นันทิยา รัมณีย์รัตนากูล. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพช่องปากของผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลเมืองนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารทันตาภิบาล. 2563; 31(2): 121-35.

Green KW, Kreuter MW. Health promotion planning: An educational and ecological approach. 3rd ed. Toronto: Mayfield; 1999.

พัชรี วงศ์ฝั้น. คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ: การประยุกต์ใช้ทฤษฏี PRECEDE Framework. ใน: กัลทิมา พิชัย, ปทมรัศมิ์ นาคนิษฐนนต์, วิไลพร ลักษมีวาณิชย์, สุทธินันท์ ชื่นชม, บรรณาธิการ. ศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่; 2560. หน้า 346-57.

อรุณ จิรวัฒน์กุล. สถิติทางวิทยาสุขภาพเพื่อการวิจัย. กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์; 2552.

เเก้วใจ มาลีลัย, จีราพร ใจมนต์, ภาณินี นครังสุ, อัษฎาวุธ ปานเหลา, ถนอมศักดิ์ บุณสู่, นิลุบล ปานะบุตร. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูเเลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ ตำบลสระสมิง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2565; 31(3): 437-46.

ณัฐวดี จันทร์เทียน, ภัทรสุดา หว่านหอม. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ [รายงานวิจัยไม่ได้ตีพิมพ์]. ขอนแก่น: วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น; 2565.

Bloom BS. Learning for Mastery. Instruction and Curriculum. Regional Education Laboratory for the Carolinas and Virginia, Topical Papers and Reprints, Number 1. New York: Regional Education Laboratory for the Carolinas and Virginia, Mutual Plaza (Chapel Hill and Duke Sts.); 1968. pp. 1-12.

Best JW. Research in education. 3rd ed. New Jersey: Prentice-Hall; 1977.

จีรวรรณ ดอยลอม. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของสูงอายุ ที่มารับบริการทันตกรรมในโรงพยาบาลกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย. วารสารวิชาการสาธารณสุขจังหวัดตาก. 2567; 4(1): 55-68.

อุดมพร ทรัพย์บวร. พฤติกรรมการดูเเลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุในเขตตำบลนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม. วารสารเเพทย์ เขต 4-5. 2562; 38(4): 244-55.

ศิริพันธ์ หอมแก่นจันทร์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในเขตอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง [อินเทอร์เน็ต]. 2559 [เข้าถึงเมื่อ 13 ม.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://shorturl.asia/JArj1

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-30

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย (Research article)