Factors Related to Oral Health Care Behaviors Among 1st To 3rd Year High School Students at Chokchai Samakkee School, Chokchai District, Nakhon Ratchasima Province
Keywords:
Predisposing factors, Enabling factors, Reinforcing factors, Oral health care behaviors, Students in grades 7-9Abstract
การศึกษาเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริม ของนักเรียน พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของนักเรียน และ ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ และปัจจัยเสริมกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 โรงเรียนโชคชัยสามัคคี อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 271 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นและการสุ่มตัวอย่างเป็นระบบ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ค่าความเชื่อมั่น 0.70 ถึง 0.79 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ Chi-square และ Simple logistic regression กำหนดระดับนัยสำคัญที่ 0.05
ผลการศึกษา พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่เป็น เพศหญิง ร้อยละ 56.83 โดยส่วนใหญ่อายุ 13 ปี ร้อยละ 36.53 ได้รับเงินมาโรงเรียน 81-100 บาท ร้อยละ 52.77 โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่กับบิดา-มารดา ร้อยละ 58.30 และผู้ปกครอง ทำอาชีพรับจ้างทั่วไป ร้อยละ 45.39 ความรู้และทัศนคติ ต่อการดูแลสุขภาพอยู่ในระดับสูง การเข้าถึงแหล่งบริการ ทันตกรรมอยู่ในระดับปานกลาง การเข้าถึงอุปกรณ์ในการทำความสะอาดช่องปาก การได้รับแรงสนับสนุนจากครอบครัว สังคม และเพื่อนในโรงเรียน และการได้รับบริการ จากสถานบริการและการได้รับข้อมูลข่าวสารอยู่ในระดับมาก พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากอยู่ในระดับสูง ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ พบว่าข้อมูล ส่วนบุคคล ความรู้และทัศนคติ ต่อการดูแลสุขภาพ ช่องปาก การเข้าถึงแหล่งจำหน่ายอุปกรณ์ในการทำความสะอาดช่องปากมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรม การดูแลสุขภาพช่องปากไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก (p-value >0.05) การเข้าถึงแหล่งบริการทันตกรรม การได้รับแรงสนับสนุนจากครอบครัว สังคมและเพื่อนในโรงเรียน และการได้รับบริการจาก สถานบริการสาธารณสุขและการได้รับข้อมูลข่าวสารกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value <0.05) คำสำคัญ: ปัจจัยนำ, ปัจจัยเอื้อ, ปัจจัยเสริม, พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก, นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3
References
WHO. The 2nd International Conference on Health Promotion, Adelaide, 1988 [Internet]. Geneva: WHO; 1988 [cited 2024 Nov 21]. Available from: https://www.who.int/teams/health-promotion/enhanced-wellbeing/second-global-conference
Glick M, Williams DM, Kleinman DV, Vujicic M, Watt RG, Weyant RJ. A new definition for oral health developed by the FDI World Dental Federation opens the door to a universal definition of oral health. Int Dent J. 2016; 66: 322-24.
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. สื่อส่งเสริมทันตสุขภาพ ความรู้พื้นฐานสำหรับการดูแลสุขภาพช่องปาก. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2563.
สุเมธ กาญจน์กระสังข์. ข้อมูลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากและพฤติกรรมทันตสุขภาพ จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2565-2566. นครราชสีมา: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา; 2566.
Green LW, Kreuter MW. Health educational planning: An educational and ecological approach. 3rd ed. California: Mayfield public company; 1999.
อรุณ จิรวัฒน์กุล. สถิติทางวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อการวิจัย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์เอเซียเพรส; 2552.
วรยา มณีลังกา. ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้เข้ารับบริการทันตกรรมโรงพยาบาลหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น. วารสารทันตาภิบาล. 2565; 33(1): 1-13.
นัฐวุฒิ โนนเภา, พัทธพล นามศรี, อนุพงษ์ สอดสี, วสันต์ ปิ่นวิเศษ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการทำความสะอาดช่องปากของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารทันตาภิบาล. 2561; 29(1): 26-35.
Best JW. Research in Education. New Jersey: Prentice hall Inc.; 1977.
Bloom BS. Taxonomy of Education Objective, Handbook I: Cognitive Domain. New York: David McKay; 1975.
Downloads
Published
Issue
Section
License
Copyright (c) 2025 Thai Dental Nurse Journal

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารทันตาภิบาล