ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการคัดแยกขยะของบุคลากร โรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์

ผู้แต่ง

  • thanaswas rattanawannee -

คำสำคัญ:

พฤติกรรมการคัดแยกขยะ; การจัดการขยะ; บุคลากรโรงพยาบาล; แบบจำลอง PRECEDE-PROCEED; การรับรู้ความสามารถของตนเอง

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการคัดแยกขยะของบุคลากรโรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์ โดยประยุกต์ใช้กรอบแนวคิด PRECEDE-PROCEED Model

วัสดุและวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นบุคลากรโรงพยาบาลจิตเวชนครพมราชนครินทร์ จำนวน 124 คน จากนั้น    ใช้วิธีสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิตามสัดส่วนตามลักษณะงาน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามที่สร้างจากกรอบแนวคิด PRECEDE-PROCEED Model ประกอบด้วยข้อมูลทั่วไป ความรู้ ทัศนคติ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และพฤติกรรม          การคัดแยกขยะ แบบสอบถามผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (IOC มากกว่า 0.67 ทุกข้อ) และทดสอบความเชื่อมั่นพบว่าแบบวัดความรู้มีค่า KR-20 เท่ากับ 0.87 และส่วนทัศนคติ พฤติกรรม และปัจจัยต่าง ๆ มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.93 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่ามัธยฐาน และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การทดสอบค่า Chi-Square สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน

ผลการวิจัย : กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 65.85 มีอายุเฉลี่ย 40.17 ปี (S.D.=9.38)             มีค่ามัธยฐาน (Median) ของระยะเวลาการปฏิบัติงาน 9 ปี (Min = 0.5, Max = 31)และร้อยละ 73.39     เคยได้รับการอบรมเกี่ยวกับการจัดการขยะ บุคลากรมีความรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะอยู่ในระดับปานกลาง (= 2.54, S.D. = 0.70) โดยใช้เกณฑ์ของ Bloom แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ สูง (≥ร้อยละ 80) ปานกลาง (ร้อยละ 60-79) ต่ำ (<ร้อยละ 60) มีทัศนคติเชิงบวก ( = 3.29, S.D. = 0.36) และพฤติกรรมการคัดแยกขยะอยู่ในระดับสูง (= 3.53, S.D. = 0.22) ปัจจัยส่วนบุคคลทั้งหมดไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรม        การคัดแยกขยะ ในขณะที่ความรู้ ทัศนคติ การรับรู้ความสามารถของตนเอง การได้รับข้อมูลข่าวสาร ทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวก และการสนับสนุนจากผู้บริหาร มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการคัดแยกขยะ (p <0.001) การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอนพบว่า มีเพียงสองตัวแปรที่มีผล       และสามารถทำนายพฤติกรรมการคัดแยกขยะ ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ การรับรู้ความสามารถของตนเอง (β = 0.448, p < 0.001) และการสนับสนุนจากผู้บริหาร (β = 0.226, p <0.001 โดยอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 38.8

สรุปและข้อเสนอแนะ: การเสริมสร้างความเชื่อมั่นในความสามารถของบุคลากรในการจัดการขยะ ควบคู่ไปกับการสร้างระบบสนับสนุนขององค์กรที่มีประสิทธิผล สามารถยกระดับพฤติกรรมการคัดแยกขยะได้อย่างเป็นรูปธรรม ผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่านโปรแกรมการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ จัดหาทรัพยากรและอุปกรณ์ที่เพียงพอและเหมาะสม และสร้างบรรยากาศการทำงานที่ส่งเสริมพฤติกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม

คำสำคัญ : พฤติกรรมการคัดแยกขยะ; การจัดการขยะ; บุคลากรโรงพยาบาล; แบบจำลอง PRECEDE-PROCEED; การรับรู้ความสามารถของตนเอง

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Health-care waste Geneva: WHO; 2018

กรมควบคุมมลพิษ. รายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2563. กรุงเทพฯ: กรมควบคุมมลพิษ; 2563

โรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์. รายงานการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายประจำปี 2566. โรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์: นครพนม; 2566.

กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการดำเนินงาน Green & Clean Hospital. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2557.

United Nations. Transforming our world: the 2030 Agenda for Sustainable Development. New York: UN; 2015.

Green LW KM. Health program planning: an educational and ecological approach. 4th ed. New York: McGraw-Hill; 2005.

สุวิมล ว่องวาณิช. การประยุกต์ใช้แบบจำลอง PRECEDE-PROCEED ในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ. วารสารสาธารณสุขศาสตร์. 2563;50(1):45-58

Cochran WG. Sampling techniques. ed. r, editor. New York: John Wiley & Sons; 1977.

Krejcie RV MD. Determining sample size for research activities. Educ Psychol Meas. 1970;30(3).

Lynn MR. Determination and quantification of content validity. Nurs Res. 1986;35(6):382-5.

Kuder GF, Richardson MW. The theory of the estimation of test reliability. Psychometrika. 1937;2(3):151-60.

Cronbach LJ. Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika. 1951;16(3):297-334.

Field A. Discovering statistics using IBM SPSS statistics. ed t, editor. London: SAGE; 2013.

สุภาพร แก้วมณี. ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาล จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2560;10(3):112-25.

อรุณี ศรีสวัสดิ์. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลและพฤติกรรมการจัดการขยะของพยาบาล. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ. 2562;13(1):88-97.

Bandura A. Self-efficacy: the exercise of control. New York: Freeman; 1997.

Bandura A. Self-efficacy: the exercise of control. New York: Freeman; 1997.

วรรณา พูลสวัสดิ์. การรับรู้ความสามารถของตนเองกับพฤติกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของบุคลากรสาธารณสุข. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2565;31(4):678-89.

สมชาย วงศ์ใหญ่. อิทธิพลของการสนับสนุนขององค์กรต่อพฤติกรรมสิ่งแวดล้อมของพนักงาน: กรณีศึกษาโรงพยาบาลรัฐในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อม. 2557;10(2):45-62.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-17

รูปแบบการอ้างอิง

rattanawannee, thanaswas. (2026). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการคัดแยกขยะของบุคลากร โรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม, 4(1 (มกราคม-มิถุนายน). สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/nkp/article/view/279329