Development assessment model of early childhood children (36-60 months) with participation of parents, caregivers and teachers of childcare center, Tha Uthen Hospital, Tha Uthen District, Nakhon Phanom Province
Abstract
Abstract
Purpose: To compare the average scores of parents or caregivers and early childhood center teachers in assessing early childhood development in the community before and after receiving a participatory learning promotion program, and to compare between the experimental group and the comparison group.
Study design: This study is quasi-experimental research. The sample consists of 48 parents or caregivers and early childhood center teachers of children aged 3-5 years in Tha Uthen District, Nakhon Phanom Province, divided into an experimental group of 24 people and a comparison group of 24 people.
Materials and Methods: The tools used in conducting the research include activity plans for assessing early childhood development (DSPM), video media, and tools used for data collection, including a questionnaire on family practices in assessing early childhood development. Data were analyzed using Paired t-test and independent t-test, with a statistical significance level of 0.05 and a 95% confidence interval (95% CI).
Main findings: The results of this study found that the mean scores of early childhood development assessment by parents or caregivers and early childhood center teachers in the experimental group after the experiment were higher than before the experiment. After providing the program, the experimental group's mean scores of early childhood development assessment were significantly higher than the comparison group (p-value < 0.001).
Conclusion and recommendations: Participation in learning activities enables program participants to understand and have correct skills in assessing early childhood development, increases confidence in practice, leading to the implementation of early childhood development assessment according to the early childhood development surveillance and promotion manual in real situations. It raises awareness of early childhood development and interest in continuous development assessment.
Keyword: Development assessment; Early childhood; Participation
References
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. การเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กก่อนวัยเรียน 2550. นนทบุรี: สำนักส่งเสริมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข; 2552.
กรมอนามัย. สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก. นนทบุรี: สำนักงานส่งเสริมสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข; 2565.
กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย Developmental Surveillance and Promotion Manual (DSPM). นนทบุรี: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์; 2566.
กรมอนามัย. การประเมินผลโครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 ปี 2563. นนทบุรี: สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2563.
วาธิณี วงศาโรจน์, ภาสกร ดอกจันทร์. ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากสถานการณ์ COVID-19 : เด็กปฐมวัย. Journal of Roi Kaensarn Academi. 2565;7(12):356-67.
ระบบคลังข้อมูล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม. งานอนามัยแม่และเด็กจังหวัดนครพนม [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 30 เมษายน 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://npm.hdc.moph. go.th/hdc/reports/report.php?cat_id=1ed90bc32310b503b7ca9b32af425ae5&id=2238b7879f442749bd1804032119e824
จีระวรรณ ศรีจันทร์ไชย, อรรถยาภรณ์ ทองมี. บทบาทของพยาบาลในการกระตุ้นพัฒนาการด้านภาษาล่าช้าของเด็ก ปฐมวัยในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด–19. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์. 2565;9(8):1-16.
เดือนฉาย แสงรัตนายนต์. ประสิทธิผลของโปรแกรมฝึกพูดเด็กพูดช้า โดยใช้คู่มือฝึกพูด สำหรับผู้ปกครอง. วารสารราชานุกูล. 2559;31(1):1-12.
ณัชปภา กวานเหียน. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมและกระตุ้นพัฒนาการเด็กปฐมวัยโดยครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วม โรงพยาบาลเรณูนคร อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม.วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน. 2566;9(1):409-414.
ทิศนา แขมมณี. ทฤษฎีการประเมิน. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2547.
แสงดาว ถิ่นหารวงษ์. การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม: จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติในรายวิชาวรรณคดีสำหรับเด็ก. วารสารมนุษยสังคมปริทัศน์. 2558;17(1): 1-11.
อำพิกา คันทาใจ, เดชา ทำดี, ศิวพรองวัฒนา. ผลของการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ต่อความรู้การปฏิบัติการคัดกรองและการให้คำแนะนำในการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ในอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. 2564;31(1):83-95.
สิทธิพงศ์ ปาปะกัง. บทบาทของผู้ปกครองในการประเมินพัฒนาการเด็กตามคู่มือ DSPM. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2565;19(2): 176-185.
ศรินทรทิพย ชวพันธุ. การเฝ้าระวังและสงเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยโดยใชแอนดราโกจี. วารสารพยาบาลศาสตร์. 2561;36(4):4-17.
มารุต ภู่พะเนียด, ศรีสุรางค์ เคหะนาค, จันทภา จวนกระจ่าง. ผลของโปรแกรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กสำหรับผู้ปกครองต่อความรู้และทักษะการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยของผู้ปกครอง. วารสารมหาวิทยาลัยคริสเตียน. 2567;30(2);77-91.
อุดมญา พันธนิตย์, อาภาวรรณ หนูคง, จินต์ณาภัส แสงงาม, กรรณิการ์ ชัยลี, กรรณิการ์ เกิดศรีพันธุ์, กิ่งกาญจน์ เกิดศรีพันธุ์. ผลของโปรแกรมการสนับสนุนการคัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัยต่อความรู้และทักษะ ของครูอนุบาลในศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม. 2562;20(39):60-72.
Kolb DA. Participatory learning approach: A research agenda. Technical Report Version 1.0; 1984.
Cohen, J. A power primer. Psychological Bulletin. 1992;112(1):155-159.
โสภารัตน์ อารินทร์, เดชา ทำดี, ศิวพร อังวัฒนา. ผลของโปรแกรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมต่อการป้องกันแผลที่เท้าในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมไม่ได้ในชุมชน. พยาบาลสาร. 2564;48(4):121-133.
Gupta S, Radhakrishnan A, Nitin R, Raharja-Liu P, Lin G, Steinmetz LM, Gagneur J, Sinha H. Meiotic interactors of a mitotic gene TAO3 revealed by functional analysis of its rare variant. G3(Bethesda). 2016;6(8):2255-63.
รุ้งทิวา จันทร์งาม และรุ่งนภา พรหมสาขา ณ สกลนคร. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมพัฒนาการและสร้างวินัยเชิงบวกโดยครอบครัวมีส่วนร่วมต่อความรู้และทักษะของผู้ปกครองในการส่งเสริมพัฒนาการและความฉลาดทางอารมณ์เด็กปฐมวัย อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน. 2566;8(3):302-12.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2025 Nakhon Phanom Provincial Health Office

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม และบุคลากรท่านอื่นๆในสำนักงานฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง
