ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายสำหรับการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุอำเภอชะอำ

ผู้แต่ง

  • ปฐพร ประชาภิญโญ โรงพยาบาลชะอำ

คำสำคัญ:

ผู้สูงอายุ, การหกล้ม, การทดสอบความสามารถในการทรงตัว, การป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์: 1) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถการทรงตัว (Berg Balance Scale: BBS), Timed Up and Go Test: TUGT) และการหกล้ม (incidence of fall) ก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อป้องกันการหกล้ม; 2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถการทรงตัว (Berg Balance Scale: BBS), Timed Up and Go Test: TUGT) และการหกล้ม (incidence of fall) ระหว่างกลุ่มที่ได้รับและไม่ได้รับโปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อป้องกันการหกล้ม

วิธีการศึกษา: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (quasi-experimental research) แบบสองกลุ่ม วัดผลก่อนและหลัง (two groups pretest-posttest design) โดยดำเนินการศึกษาวิจัยในกลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุในตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ระหว่างเดือนมีนาคม พ.ศ. 2568–เดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการออกกำลังกาย (กลุ่มทดลอง) และกลุ่มที่ไม่ได้รับโปรแกรมการออกกำลังกาย (กลุ่มควบคุม) กลุ่มละ 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย 1) แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป ได้แก่ เพศ, อายุ, น้ำหนัก, ส่วนสูง, ดัชนีมวลกาย, โรคประจำตัว, ปัญหาการได้ยิน, ปัญหาการมองเห็น, และประวัติการใช้ยาต่อจิตประสาท; 2) การหกล้ม (incidence of fall) เป็นการสอบถามประวัติการหกล้มในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา; 3) แบบประเมิน Berg-Balance Scale (BBS) และ Timed Up and Go Test (TUGT) โดยผู้เข้าร่วมงานวิจัยทั้งสองกลุ่มจะได้รับความรู้และคำแนะนำในการปรับสภาพแวดล้อมในบ้านเพื่อลดความเสี่ยงการหกล้มจาก “คู่มือป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ” จัดพิมพ์โดยมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มสผส.) เหมือนกัน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย จำนวน, ร้อยละ, ค่าเฉลี่ย, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน, chi- square test, dependent t test, และ independent t test กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ p < .05

ผลการศึกษา: 1) ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยความสามารถการทรงตัว Berg Balance Scale (BBS), Timed Up and Go Test (TUGT), และการหกล้ม (incidence of fall) ก่อนและหลังเข้าร่วมการวิจัย ในกลุ่มทดลอง พบว่ามีค่าเฉลี่ย Berg Balance Scale (BBS) สูงขึ้น และมีค่าเฉลี่ย Timed Up and Go Test (TUGT) ลดลงหลังเข้าร่วมการวิจัย โดยมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .01 และ p < .01 ตามลำดับ) ร้อยละการหกล้ม (incidence of fall) ลดลงหลังเข้าร่วมวิจัย; 2) ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยความสามารถการทรงตัว Berg Balance Scale (BBS), Timed Up and Go Test (TUGT), และการหกล้ม (incidence of fall) ก่อนและหลังเข้าร่วมการวิจัย ในกลุ่มควบคุม พบว่ามีค่าเฉลี่ย Berg Balance Scale (BBS) ลดลง และมีค่าเฉลี่ย Timed Up and Go Test (TUGT) สูงขึ้นหลังเข้าร่วมการวิจัย โดยมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .01 และ p < .01 ตามลำดับ) ร้อยละการหกล้ม (incidence of fall) ลดลงหลังเข้าร่วมวิจัย; 3) ผลการเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยความสามารถการทรงตัว Berg Balance Scale (BBS), Timed Up and Go Test (TUGT), และการหกล้ม (incidence of fall) หลังเข้าร่วมการวิจัย ระหว่างกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม พบว่ากลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ย Berg Balance Scale (BBS) สูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .01) และกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ย Timed Up and Go Test (TUGT) และร้อยละการหกล้ม (incidence of fall) น้อยกว่ากลุ่มควบคุม แต่ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ

สรุป: ภายหลังเข้าร่วมการวิจัย กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยความสามารถการทรงตัว Berg Balance Scale (BBS) สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ย Timed Up and Go Test (TUGT) และร้อยละการหกล้ม (incidence of fall) น้อยกว่ากลุ่มควบคุม ซึ่งแสดงถึงการออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 20–30 นาที เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์อย่างต่อเนื่อง สามารถเพิ่มความสามารถในการทรงตัวและการเดิน ซึ่งเป็นการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุได้

เอกสารอ้างอิง

สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง. สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร [อินเทอร์เน็ต].

[เข้าถึงเมื่อ 30 ตุลาคม 2566] เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th

สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม National statistical office Ministry of digital economy and society. การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567 ระดับจังหวัด The 2024 survey of the older persons in Thailand provincial level [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 24 ม.ค. 2568] เข้าถึงได้จาก:https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_detail/2025/20250103144326_51634.pdf

Huddleston JM, Whitford KJ. Medical care of elderly patients with hip fractures. Mayo Clin Proc. 2001;76(3):295–8. doi: 10.4065/76.3.295.

World Health Organization. WHO global report on falls prevention in older age. Geneva: WHO Press; 2008.

ธัญญรัตน์ อโนทัยสินทวี, แสงศุลี ธรรมไกรสร, พัฒน์ศรี ศรีสุวรรณ, ชลัญธร โยธาสมุทร, กมลภัทร อินทรสร, บรรณาธิการ. ยากันล้ม คู่มือป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มสผส.); 2558.

สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข.แนวทางเวชปฏิบัติการป้องกันและประเมินภาวะหกล้มในผู้สูงอายุ [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [เข้าถึงเมื่อ 25 พ.ย. 2566] เข้าถึงได้จาก: http://agingthai.dms.go.th/agingthai/wp-content/uploads/2021/01/book_9.pdf

Sherrington C, Michaleff ZA, Fairhall N, Paul SS, Tiedemann A, Whitney J, et al. Exercise to prevent falls in older adults: an updated systematic review and meta-analysis. Br J Sports Med. 2017;51(24):1750–8. doi: 10.1136/bjsports-2016-096547.

Harnirattisai T, Thongtawee B, Raetong P. The effects of a physical activity program for fall prevention among Thai Older Adults. Pacific Rim Int J Nurs Res. 2015;19(1):4–18.

Bhanusali H, Vardhan V, Palekar T, Khandare S. Comparative study on the effect of square stepping exercises versus balance training exercises on fear of fall and balance in elderly population. Int J Physiother Res. 2015;4(1):1352–9. doi: 10.16965/ijpr.2015.206

El Haber N, Erbas B, Hill KD, Wark JD. Relationship between age and measures of balance, strength and gait: Linear and non-linear analyses. Clin Sci (Lond). 2008;114(12):719–27. doi: 10.1042/CS20070301.

สมนึึก กุุลสถิิตพร. กายภาพบำบัดในผู้สงอายุ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ออฟเซ็ท เพรส; 2549.

รัญชนา หน่อคำ, ศิริรัตน์ ปานอุทัย, ทศพร คำผลศิริ. ผลของการออกกำลังกายแบบก้าวตามตารางต่อการทรงตัวในผู้สูงอายุ. พยาบาลสาร. 2559;43(3):58–68.

เยาวดี มณีทรัพย์. ผลของการออกกำลังกายด้วยตาราง 9 ช่องต่อการทรงตัวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาในผู้สูงอายุ. วารสารโรงพยาบาลชลบุรี. 2563;45(3):175–82.

เขมภััค เจริิญสุุขศิิริิ, นุุศราพร แซ่่ลิ้ม, หรรษกร สาระพัันธุ์์, ธัญญาลักษณ์ พรมสุข. ผลของการออกกำลังกายแบบก้าวตามตารางกับการฝึกการทรงตัวที่มีต่อการทรงตัวและคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพในผู้สูงอายุไทย. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2561;12(2):98–107.

ปัทมา เซ้้งอาศััย, ชาญชััย เจริิญพงศ์์สุุนทร, ดิิษฐพล มั่นธรรม. ผลของการออกกำลังกายแบบแอโรบิกชนิดแรงกระแทกต่ำต่อความกลัวการหกล้ม การทรงตัว และคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพในผู้สูงอายุ. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย. 2565;12(1):14–23.

นงลักษณ์ วิรัชชัย. การกำหนดขนาดตัวอย่างในการทดสอบสมมุติฐานวิจัย. เอกสารประกอบการบรรยาย เรื่อง “วิธีการที่ถูกต้องและทันสมัยในการกำหนดขนาดตัวอย่าง” ในโครงการ Research Zone จัดโดย ศูนย์การเรียนรู้ทางการวิจัย; วันที่ 26 มกราคม 2555; ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้ทางการวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; 2555.

Berg K, Wood-Dauphinee S, Williams JI, Gayton D. Measuring balance in the elderly; preliminary development of an instrument. Physiother Canada. 1989;41(6):304–11.

Podsiadlo D, Richardson S. The timed “Up & Go”: a test of basic functional mobility for frail elderly person. J Am Geriatr Soc. 1991;39:142–8. doi: 10.1111/j.1532-5415.1991.tb01616.x.

Shumway-Cook A, Woollacott M. Motor control: translating research in to clinical practice. 4th ed. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins; 2012.

น้อมจิตต์ นวลเนตร์. การทรงตัวในผู้สูงอายุ. วารสารพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ. 2543;1(3): 46–50.

Langley FA, Mackintosh SFH. Functional balance assessment of older community dwelling adults: A systematic review of the literature. IJAHSP. 2007;5(4):1–11. doi: 10.46743/1540-580X/2007.1174

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-07

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ประชาภิญโญ ป. ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายสำหรับการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุอำเภอชะอำ. Reg 4-5 Med J [อินเทอร์เน็ต]. 7 กรกฎาคม 2026 [อ้างถึง 13 กรกฎาคม 2026];45(2):279-91. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/reg45/article/view/279657