ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความล่าช้าในการมาโรงพยาบาลของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ระยะเฉียบพลันที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลราชบุรี
คำสำคัญ:
โรคหลอดเลือดสมองระยะเฉียบพลัน, ความล่าช้าในการมาโรงพยาบาลบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: ศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับความล่าช้าในการมาโรงพยาบาลของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะเฉียบพลัน ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลราชบุรี
วิธีการศึกษา: การศึกษาแบบภาคตัดขวาง เก็บข้อมูลจากผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองระยะเฉียบพลันทั้งโรคหลอดเลือดสมองตีบและโรคหลอดเลือดสมองแตก นำเสนอข้อมูลเป็นจำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อความล่าช้าในการมาโรงพยาบาลของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะเฉียบพลันด้วยวิธีวิเคราะห์ t test independent, chi-square test, และ logistic regression
ผลการศึกษา: ผู้ป่วยทั้งหมด 320 คน เป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลล่าช้า จำนวน 193 คน (ร้อยละ 60.3) โดยปัจจัยที่สัมพันธ์กับความล่าช้า ได้แก่ ผู้ที่เกิดอาการที่บ้านของผู้ป่วย (adjusted OR = 3.71; 95% CI = 1.35–10.22; p = .011), ผู้ที่เกิดอาการหลังตื่นนอน (adjusted OR = 7.47; 95% CI = 2.73–20.35; p < .001), และระยะทางระหว่างสถานที่เกิดเหตุและโรงพยาบาล (adjusted OR = 1.03; 95% CI = 1.00–1.06; p = .045) ปัจจัยที่ลดโอกาสเกิดความล่าช้า ได้แก่ การรับรู้อาการและอาการแสดง BEFAST ของญาติ (adjusted OR = 0.37; 95% CI = 0.15–0.89; p = .028), ผู้ที่มีอาการแสดงเริ่มแรก เป็นกลุ่มอาการปากเบี้ยว หน้าเบี้ยวครึ่งซีก (adjusted OR = 0.43; 95% CI = 0.22–0.84; p = .014), กลุ่มอาการคลื่นไส้ อาเจียน (adjusted OR = 0.46; 95% CI = 0.00–0.63; p = .021), และผู้ป่วยรีบมาโรงพยาบาลหลังเกิดอาการ (adjusted OR = 0.09; 95% CI = 0.01–0.18; p < .001)
สรุป: ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความล่าช้าในการมาโรงพยาบาลของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะเฉียบพลัน ได้แก่ ผู้ที่เกิดอาการที่บ้านของผู้ป่วย, ผู้ที่เกิดอาการหลังตื่นนอน, และระยะทางระหว่างที่พักอาศัย/สถานที่เกิดเหตุและโรงพยาบาล
เอกสารอ้างอิง
อังคณา บุญศรี. ระบบการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรูปแบบ stroke digital service. วารสารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. 2563;5(3):36–44.
Hanchaiphiboolkul S, Poungvarin N, Nidhinandana S, Suwanwela NC, Puthkhao P, Towanabut S, et al. Prevalence of stroke and stroke risk factors in Thailand: Thai epidermiologic stroke (TES) study. J Med Assoc Thai. 2011;94(4):427–36.
Samuthpongtorn C, Jereerat T. Suwanwela NC. Stroke risk factors, subtypes and outcome in elderly Thai patients. BMC Neurol. 2021;21(1):322. doi: 10.1186/s12883-021-02353-y.
สถาบันประสาทวิทยา และชมรมพยาบาลโรคระบบประสาทแห่งประเทศไทย. แนวทางการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง สำหรับพยาบาลทั่วไป. กรุงเทพมหานคร: ธนาเพรส; 2567.
Teleb MS, Ver Hage A, Carter J, Jayaraman MV, McTaggart RA. Stroke vision, aphasia, neglect (VAN) assessment-a novel emergent large vessel occlusion screening tool: Pilot study and comparison with current clinical severity indices. J Neurointerv Surg. 2017;9(2):122–6. doi: 10.1136/neurintsurg-2015-012131.
กัญจน์ณิชา เยียดไธสง, อภิญญา วงศ์พิริยโยธา, พจนีย์ ขูลีลัง. ปัจจัยทำนายระยะเวลาการมารับการรักษาของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองหลังจากเกิดอาการในระยะเฉียบพลัน. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2019;37(1):148–56.
Rakchue P, Poonphol S. Factor influencing pre-hospital delay among acute ischemic stroke patient in Rajavithi Hospital. J Thai Stroke Soc. 2019;18(1):5–13.
Srisa P, Baotoon R, Pragodpol P. Chanpan U. Factors related to hospital arrival time after onset of symptoms in patients with acute stroke at Phra-phutthabat Hospital. J Prapokklao Hosp Clin Med Educat Center. 2019;36(1):7–15.
Rizqi MH, Abdulloh M, Wida M, Thanarat S, Chulavatnatol S, Nathisuwan S. Pre-hospital and in-hospital delay in acute ischemic stroke patients in Indonesia: A multi-center study. Indonesia J Pharm. 2022;33(2):299–306.
Pookhao N. Factors related to onset to arrival time in acute ischemic stroke patients admitted into Nongkungsi Hospital, Karasin Province. J Vongchavalitkul U. 2020;33(1):11–20.
Boontho J. Factor related to pre-hospital delay in acute ischemic stroke patients at Somdejprabuddhalertla Hospital. Hua Hin Med J. 2021;1(3):10–22.
สุปรียา สนธิ, ฐิฉัฐญา นพคุณ, จุไรรัตน์ ดวงจันทร์. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมารับการรักษาทันเวลา ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน ในโรงพยาบาลหัวหิน. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี. 2565;5(3):24–38.
Revathi S, Kavitha MS, Shankar V. Factors associated with prehospital delay in patients with acute stroke in South India. Indian J Community Med. 2023;48(1):82–90. doi: 10.4103/ijcm.ijcm_213_22.
ภาคภูมิ เนื่องจำนงค์. ความชุกของความล่าช้าก่อนถึงโรงพยาบาลในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดเฉียบพลันในโรงพยาบาลชลบุรี. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ และวิจัยทางการแพทย์. 2567;39(1):51–9.
อารยา พิทักษ์โรจนานนท์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อระยะเวลาการมารับการรักษาของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง จังหวัดราชบุรี. วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม. 2567;8(16):185–97.
Jiang Y, Xiong Y, Chi Y, Lin F, Zhao Q, Li Y. Healthcare-Seeking delays in acute ischemic stroke patients: The influence of gender, immigrant status, and educational Background. Risk Manag Healthc Policy. 2024;17:191–204. doi: 10.2147/RMHP.S445001.
วรรณา บุญสวยขวัญ, อมรรัตน์ กลับรอด. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อระยะเวลาการมารับการรักษาของผู้ป่วยโรคหลอดลือดสมองในระยะเฉียบพลัน งานอุบัติเหตุฉุกเฉิน โรงพยาบาลเชียรใหญ่. วารสารศาสตร์สุขภาพและการศึกษา. 2565;2(2):61–75.
อารีย์ ฤทธิ์สนธ์, ธนิดา ผาติเสนะ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระยะเวลาการนำส่งผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะเฉียบพลันมารับการรักษาในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา. วารสารศูนย์อนามันที่ 9. 2567;18(3):1062–73.
พัชราภรณ์ ปินตา. ปัจจัยทำนายการมารักษาทันเวลาของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะเฉียบพลัน. วารสารระบบบริการปฐมภูมิและเวชศาสตร์ครอบครัว. 2564;4(3):46–56.
Joachim F, Nicole M, Sebastian T, Alexandros P, Traenka C, Seiffge DJ. et al. Reasons for prehospital delay in acute ischemic stroke. J Am Heart Assoc. 2019;8(20):e013101. doi: 10.1161/JAHA.119.013101.
Kammaha S. Prevalence and association factors of early onset-to-hospital arrival time of acute stroke patients in Watphleng Hospital. Hua Hin Med J. 2023;3(3):41–56.
Soto-Cámara R, González-Santos J, González-Bernal J, Martín-Santidrian A, Cubo E, Trejo-Gabriel-Galán JM. Factors associated with shortening of prehospital delay among patients with acute ischemic stroke. J clin Med. 2019;8(10):1712. doi: 10.3390/jcm8101712.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารแพทย์เขต 4-5

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์บทความเป็นของผู้เขียนบทความ แต่หากผลงานของท่านได้รับการพิจารณาตีพิมพ์ลงวารสารแพทย์เขต 4-5 จะคงไว้ซึ่งสิทธิ์ในการตีพิมพ์ครั้งแรกด้วยเหตุที่บทความจะปรากฎในวารสารที่เข้าถึงได้ จึงอนุญาตให้นำบทความในวารสารไปใช้ประโยชน์ได้ในเชิงวิชาการโดยจำเป็นต้องมีการอ้างอิงถึงชื่อวารสารอย่างถูกต้อง แต่ไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์
