การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมเนือยนิ่งและการออกกำลังกายแบบแอโรบิกกับค่าดัชนีมวลกายและภาวะอ้วนในผู้เข้ารับบริการคลินิกเวชศาสตร์วิถีชีวิต ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
คำสำคัญ:
พฤติกรรมเนือยนิ่ง, การออกกำลังกายแบบแอโรบิกบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมเนือยนิ่ง และการออกกำลังกายแบบแอโรบิก กับค่าดัชนีมวลกาย และภาวะอ้วน ในผู้เข้ารับบริการวัยทำงาน คลินิกเวชศาสตร์วิถีชีวิต ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี
วิธีการศึกษา: การวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบเก็บข้อมูลย้อนหลัง รวบรวมข้อมูลจากฐานข้อมูลเวชระเบียนและแบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มผู้รับบริการอายุ 18–59 ปี จำนวน 171 ราย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson correlation coefficient) การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน (stepwise multiple regression) และการวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติกพหุตัวแปร (multivariable binary logistic regression) กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p < .05
ผลการศึกษา: กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 65.5) อายุเฉลี่ย 46.09 ± 10.13 ปี ค่าดัชนีมวลกายเฉลี่ย 27.67 ± 6.34 กิโลกรัม/ตารางเมตร และพบความชุกของภาวะอ้วน สูงถึงร้อยละ 61.4 กลุ่มตัวอย่างมีระยะเวลาพฤติกรรมเนือยนิ่งเฉลี่ย 4.59 ± 2.23 ชั่วโมงต่อวัน และออกกำลังกายแบบแอโรบิกเฉลี่ย 65.79 ± 75.85 นาทีต่อสัปดาห์ ผลการวิเคราะห์พบว่าอายุและการออกกำลังกายแบบแอโรบิกมีความสัมพันธ์เชิงลบกับ ดัชนีมวลกายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = -0.448 และ r = -0.252 ตามลำดับ) โดยพบว่า อายุ และการออกกำลังกายแบบแอโรบิกสามารถร่วมกันทำนายความแปรปรวนของดัชนีมวลกาย ได้ร้อยละ 22.8 (adjusted R2 = 0.228) นอกจากนี้พบว่า อายุ และการออกกำลังกายแบบแอโรบิก เป็นปัจจัยป้องกันต่อภาวะอ้วน โดยผู้ที่มีอายุเพิ่มขึ้น 1 ปี มีโอกาสเกิดภาวะอ้วนลดลง ร้อยละ 8.1 (OR = 0.919; 95% CI = 0.882–0.957; p < .001) และการออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่เพิ่มขึ้น 1 นาทีต่อสัปดาห์ สัมพันธ์กับโอกาสเกิดภาวะอ้วนที่ลดลง ร้อยละ 1.0 (OR = 0.990; 95% CI = 0.984–0.995; p < .001) ขณะที่พฤติกรรมเนือยนิ่งไม่พบความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญต่อการเกิดภาวะอ้วน
สรุป: การออกกำลังกายแบบแอโรบิกและอายุมีความสัมพันธ์เชิงลบกับดัชนีมวลกาย และเป็นปัจจัยป้องกันที่สำคัญต่อการลดความเสี่ยงภาวะอ้วนในกลุ่มประชากรนี้ ข้อมูลเชิงประจักษ์นี้สนับสนุนการออกแบบโปรแกรมเวชศาสตร์วิถีชีวิตแบบจำเพาะบุคคลที่เน้นการเพิ่มระยะเวลาการออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อการควบคุมน้ำหนัก
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Obesity and overweight [internet]. 2021 [cited 2026 Apr 2]; Available from: URL: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/obesity-and-overweight
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. รายงานสถานการณ์โรค NCDs: เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง. กรุงเทพมหานคร: อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2566.
WHO Expert Consultation. Appropriate body-mass index for Asian populations and its implications for policy and intervention strategies. Lancet. 2004;363(9403):157–63. doi: 10.1016/S0140-6736(03)15268-3.
Tremblay MS, Aubert S, Barnes JD, Saunders TJ, Carson V, Latimer-Cheung AE, et al. Sedentary behavior research network (SBRN) - terminology consensus project process and outcome. Int J Behav Nutr Phys Act. 2017;14(1):75. doi: 10.1186/s12966-017-0525-8.
Hamilton MT, Hamilton DG, Zderic TW. Role of low energy expenditure and sitting in generating the metabolic burden of obesity and diabetes. Diabetes. 2007;56(11):2655–67. doi: 10.2337/db07-0882.
Owen N, Healy GN, Matthews CE, Dunstan DW. Too much sitting: The population health science of sedentary behavior. Exerc Sport Sci Rev. 2010;38(3):105–13. doi: 10.1097/JES.0b013e3181e373a2.
Biswas A, Oh PI, Faulkner GE, Bajaj RR, Silver MA, Mitchell MS, et al. Sedentary time and its association with risk for disease incidence, mortality, and hospitalization in adults: A systematic review and meta-analysis. Ann Intern Med. 2015;162(2):123–32. doi: 10.7326/M14-1651.
Ekelund U, Steene-Johannessen J, Brown WJ, Fagerland MW, Owen N, Powell KE, et al. Does physical activity attenuate, or even eliminate, the detrimental association of sitting time with mortality? A harmonised meta-analysis of data from more than 1 million men and women. Lancet. 2016;388(10051):1302–10. doi: 10.1016/S0140-6736(16)30370-1.
ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี. แบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพ (Lifestyle assessment) คลินิกเวชศาสตร์วิถีชีวิต. ราชบุรี: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2566.
วิชัย เอกพลากร, หทัยชนก พรรคเจริญ, วราภรณ์ เสถียรนพเก้า. รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562–2563. กรุงเทพมหานคร: อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2564.
Martins C, Morgan L, Truby H. A review of the effects of exercise on appetite regulation: An obesity perspective. Int J Obes (Lond). 2008;32(9):1337–47. doi: 10.1038/ijo.2008.98.
Boutcher SH. High-intensity intermittent exercise and fat loss. J Obes. 2011;2011:868305. doi: 10.1155/2011/868305.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารแพทย์เขต 4-5

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์บทความเป็นของผู้เขียนบทความ แต่หากผลงานของท่านได้รับการพิจารณาตีพิมพ์ลงวารสารแพทย์เขต 4-5 จะคงไว้ซึ่งสิทธิ์ในการตีพิมพ์ครั้งแรกด้วยเหตุที่บทความจะปรากฎในวารสารที่เข้าถึงได้ จึงอนุญาตให้นำบทความในวารสารไปใช้ประโยชน์ได้ในเชิงวิชาการโดยจำเป็นต้องมีการอ้างอิงถึงชื่อวารสารอย่างถูกต้อง แต่ไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์
