การพัฒนารูปแบบการป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลำดวน ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์
คำสำคัญ:
การมีส่วนร่วมของชุมชน, การป้องกัน, การป้องกันการพลัดตกหกล้ม, ผู้สูงอายุ, การพัฒนารูปแบบบทคัดย่อ
การวิจัยเป็นเชิงปฏิบัติการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลำดวน ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ งานวิจัย ดำเนินการระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567 ถึง เดือนกันยายน พ.ศ. 2568 แบ่งเป็น 3 ระยะ โดยระยะพัฒนารูปแบบใช้กระบวนการ PAOR ตามแนวคิดของ Kemmis และ McTaggart จำนวน 2 วงรอบ กลุ่มผู้เข้าร่วมประกอบด้วยภาคีเครือข่ายชุมชน 35 คน (คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง) และผู้สูงอายุ 60 คน เก็บข้อมูลเชิงปริมาณด้วยแบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบคัดกรองความเสี่ยง Thai-FRAT แบบสอบถามการดูแลตนเอง และแบบประเมิน ADL ร่วมกับข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสังเกตและการสนทนากลุ่ม เครื่องมือผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน (CVI รวม = 0.85) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และวิเคราะห์เชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยระยะที่ 1 พบผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มร้อยละ 28.33 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ สภาพที่อยู่อาศัยไม่ปลอดภัย การทรงตัวบกพร่อง การใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยง การมองเห็นบกพร่อง และมีประวัติหกล้ม ระยะที่ 2 ได้รูปแบบการดำเนินงาน 5 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) บูรณาการส่งเสริมสุขภาพร่วมกับโรงเรียนผู้สูงอายุ (2) คัดกรองและประเมินสมรรถนะด้วยเครื่องมือมาตรฐาน (3) ปรับสภาพแวดล้อมบ้านให้ปลอดภัยและเป็นมิตร (4) ส่งเสริมการออกกำลังกายร่วมกับบริการแพทย์แผนไทย และ (5) พัฒนาและยกระดับระบบการแพทย์ฉุกเฉินในชุมชน ระยะที่ 3 การประเมินผลภายหลังการใช้รูปแบบการป้องกันการพลัดตกหกล้ม พบว่าคะแนนความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้สูงอายุหลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001) ดังนั้น รูปแบบที่พัฒนาขึ้นสามารถใช้เป็นต้นแบบการวางแผนป้องกันการพลัดตกหกล้มในระดับตำบลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อการขยายผลอย่างยั่งยืน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กรมการแพทย์ (2564). คู่มือการคัดกรองและประเมินสุขภาพผุ้สูงอายุ พ.ศ. 2564. บริษัท ณจันดา ครีเอชั่น จำกัด.
กรมควบคุมโรค. (2564). รายงานประจำปี 2564. สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์.
กรมควบคุมโรค. (2565). การประเมินและการจัดการความเสี่ยงการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ. สืบค้นจาก https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1318720220921053053.pdf
จุติพร ผลเกิด. (2567). การพัฒนารูปแบบการป้องกันและแก้ไขปัญหาการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุตำบลหนองบก อำเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 9(3), 385–396.
ดนิตา อินเจ๊ก. (2568). การศึกษาผลของโปรแกรมการดูแลตนเองในการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ ตำบลบางกระบือ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี. วารสารชัยภูมิเวชสาร, 45(1), 1–13.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
นิภาพร มีชิน และคณะ. (2566). การพัฒนารูปแบบการป้องกันการพลัดตกหกล้มสำหรับผู้ป่วยสูงอายุในโรงพยาบาล. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น, 5(1), 137–150.
ประกาศ ศรีแพงมล และคณะ. (2566). การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานป้องกันการพลัดตกหกล้มในกลุ่มผู้สูงอายุในเขตพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคกยาว อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร. สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดยโสธร.
มะลิ โพธิพิมพ์ และคณะ. (2568). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุในชุมชน จังหวัดนครราชสีมา. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 43(2), 1–13.
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลำดวน. (2568). รายงานผู้สูงอายุ ปี 2568. (เอกสารอัดสำเนา).
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. (2566). รายงานการศึกษาเพื่อทำข้อเสนอการจัดบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ.
สุมัทนา กลางคาร และวรพจน์ พรหมสัตยพรต. (2553). หลักการวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 6). สารคามการพิมพ์.
Centers for Disease Control and Prevention. (2024). Older adult falls data. https://www.cdc.gov/falls/data-research/index.html
Kemmis, S & McTaggart, R. (1988). The Action Research Planner (3rd ed.). Victoria; Deakin University.
World Health Organization. (2021a). Falls are the second leading cause of unintentional injury deaths worldwide. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/falls
World Health Organization. (2021b). Step safely: Strategies for preventing and managing falls across the life-course. Geneva: World Health Organization.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา (Thai Journal of Public Health and Health Education) เป็นลิขสิทธิ์ของ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี








