ผลของโปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบสั้นโดยใช้สติเป็นพื้นฐาน ต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและระดับน้ำตาลในเลือด ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมไม่ได้
คำสำคัญ:
โรคเบาหวาน, การให้คำปรึกษาแบบสั้น, พฤติกรรมการจัดการตนเองบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบสั้นโดยใช้สติเป็นพื้นฐาน ต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและระดับน้ำตาลในเลือด
รูปแบบและวิธีวิจัย : การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยการศึกษากึ่งทดลอง (Quasi-experimental research) กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมไม่ได้ใน 7 ชุมชน เขตอำเภอเมืองร้อยเอ็ด ที่มารับการรักษาต่อเนื่องที่ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง ช่วงระยะเวลาระหว่างเดือน มกราคม 2566 ถึง กันยายน 2566 จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 52 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 26 คน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ โปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบสั้นโดยใช้สติเป็นพื้นฐาน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล คือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินพฤติกรรมการจัดการตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน แบบบันทึกระดับน้ำตาลในเลือดสะสม (HbA1c) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของตัวแปรที่ศึกษาด้วยสถิติ paired t-test และ independent t-test โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)
ผลการศึกษา : หลังการทดลอง กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
มีพฤติกรรมการจัดการตนเองด้านการควบคุมอาหารแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โดยกลุ่มทดลองมีคะแนนมากกว่า 1.96 คะแนน (95% CI; 0.87, 3.05) มีพฤติกรรมการจัดการตนเองด้านการออกกำลังกายแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โดยกลุ่มทดลองมีคะแนนพฤติกรรมการจัดการตนเองด้านการออกกำลังกายมากกว่า 0.69 คะแนน (95% CI; 0.04, 1.34) กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีพฤติกรรมการจัดการตนเองด้านการจัดการความเครียดแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โดยกลุ่มทดลองมีคะแนนพฤติกรรมการจัดการตนเองด้านการจัดการความเครียดมากกว่า 2.88 คะแนน (95% CI; 2.27, 3.49) กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีพฤติกรรมการจัดการตนเองด้านการใช้ยาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โดยกลุ่มทดลองมีคะแนนพฤติกรรมการจัดการตนเองด้านการใช้ยามากกว่า 1.92 คะแนน (95% CI; 0.47, 3.36)
ผลการเปรียบเทียบระดับน้ำตาลในเลือดในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมไม่ได้ หลังการเข้าร่วมโปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบสั้นโดยใช้สติเป็นพื้นฐาน พบว่า กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีระดับ HbA1c แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โดยกลุ่มทดลองมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่ากลุ่มควบคุม 0.53 (95% CI; -0.87, -0.19)
สรุปผลการศึกษา : การใช้โปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบสั้นโดยใช้สติเป็นพื้นฐาน ส่งผลให้พฤติกรรมการจัดการตนเองของผู้ป่วยดีขึ้น และระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเข้าสู่เกณฑ์ปกติ
เอกสารอ้างอิง
องค์การอนามัยโลก (WHO). Diabetes. [อินเตอร์เน็ต]. 2566. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://www.who.int/health-topics/diabetes#tab=tab_1
สำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย. ครั้งที่ 5 พ.ศ 2553-2557. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี: สำนักพิมพ์ อักษรกราฟิคแอนด์ดีไซน์; 2559
กองโรคไม่ติดต่อ สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค. กรมควบคุมโรค เผยสถานการณ์โรคเบาหวานทั่วโลก [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2566]. เข้าถึงได้จาก: http://pr.moph.go.th/?url=pr/detail/2/02/181256/
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2560. พิมพ์ครั้งที่ 2. ปทุมธานี: บริษัท ร่มเย็น มีเดีย จำกัด; 2560
นิสากร วิบูลชัย, รุ่งนภา ศรีเดช. การพัฒนาโปรแกรมการสร้างเสริมแรงจูงใจในการจัดการตนเองเพื่อชะลอไตเสื่อมในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง. วารสารแพทย์นาวี. 2563;47:373-92.
ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์, บรรณาธิการ. คู่มือสติบําบัด. การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ บุคลากรสาธารณสุข หลักสูตรสติบำบัด (Mindfulness–Based Therapy and Counselling: MBTC); 7-9 มีนาคม 2562; โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์. กรุงเทพฯ: กลุ่มที่ปรึกษากรม สุขภาพจิต; 2562.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด. ข้อมูลเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อ [อินเทอร์เน็ต]. ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง; [เข้าถึงเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://ret.hdc.moph.go.th/hdc/reports/report.php?cat_id=b2b59e64c4e6c92d4b1ec16a599d882b&id=137a726340e4dfde7bbbc5d8aeee3ac3
ชดช้อย วัฒนะ. การสนับสนุนการจัดการตนเอง กลยุทธ์ในการส่งเสริมการควบคุมโรค. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี. 2558;26(1):117-27.
Creer T. Self-management of chronic illness. In: Boekaerts M, Pintrich PR, Zeidner M, editors. Handbook of self-regulation. California: Academic; 2000. p. 601-29.
ศิริพร เหลืองอุดม, พรรณิภา ไชยรัตน์, ดังการ พลลาภ, ศศิธรณ์ นนทะโมลี. การพัฒนาการบริการสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานในคลินิกหมอครอบครัว ตำบลสะอาด อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น. 2567;6(1):1-14.
ศุภพงศ์ ไชยมงคล. ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อำเภอ คอนสาร จังหวัดชัยภูมิ. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9. 2564;15(37):5-8.
Kian AA, Vahdani B, Noorbala AA, Nejatisafa A, Arbabi M, Zenoozian S, et al. The impact of mindfulness-based stress reduction on emotional wellbeing and glycemic control of patients with type 2 diabetes mellitus. Hindawi, Journal of Diabetes Research. 2018;1-6.
Rosenzweig S, Reibel D, Greeson J, Edman J, Jasser SA, MaMearty KD, et al. Mindfulness-based stress reduction is associated with improved glycemic control in type 2 diabetes mellitus: a pilot study. Alternative Therapies in Health and Medicine. 2007;5:36-8.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารนี้เป็นลิขสิทธิ์ของโรงพยาบาลมหาสารคาม