การพัฒนารูปแบบการพยาบาลสำหรับการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนดที่มีภาวะหายใจลำบาก
คำสำคัญ:
รูปแบบการพยาบาล, ทารกเกิดก่อนกำหนด, ภาวะหายใจลำบาก, การวิจัยเชิงปฏิบัติการบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ : ศึกษาสถานการณ์การพัฒนารูปแบบ และประเมินผลลัพธ์ของรูปแบบการพยาบาลทารกเกิดก่อนกำหนดที่มีภาวะหายใจลำบาก
รูปแบบและวิธีวิจัย : การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) มี 4 ขั้นตอน ได้แก่ การวางแผน การปฏิบัติ การสังเกต และการสะท้อนผล กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ พยาบาลวิชาชีพ 30 คน ทารกเกิดก่อนกำหนดที่มีภาวะหายใจลำบาก 30 คน และผู้ดูแลหลัก 30 คน เครื่องมือคือ แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม แบบบันทึกทางคลินิก แบบประเมินรูปแบบการพยาบาล แบบประเมินสมรรถนะการปฏิบัติ แบบทดสอบความรู้และความพึงพอใจของผู้ดูแลหลัก รวมทั้งแบบประเมิน Respiratory Distress Score และนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา
ผลการศึกษา : รูปแบบที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 5 ส่วน ได้แก่ 1) แบบแผนและมาตรฐานการพยาบาล 2) การพัฒนาสมรรถนะพยาบาล 3) การพัฒนาความสามารถของผู้ดูแลหลัก 4) การดูแลต่อเนื่อง และ 5) การนิเทศพยาบาล หลังการพัฒนาพบว่า การประเมินภาวะหายใจลำบาก (RD Score) ถูกต้องเพิ่มขึ้นร้อยละ 90 อุบัติการณ์ทารกอาการทรุดลงต้องส่งต่อลดลง (p < 0.05) สมรรถนะพยาบาล และความรู้ทักษะของผู้ดูแลหลัก เพิ่มขึ้น (p < 0.05 และ p < 0.001) การปฏิบัติตามแนวทางอยู่ในระดับสูงมาก ร้อยละ 98.28 ความพึงพอใจต่อแนวปฏิบัติอยู่ในระดับมาก (ร้อยละ 95.28) ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ อัตราการเสียชีวิตจำนวนวันนอน และค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
สรุปผลการศึกษา : การพัฒนารูปแบบการพยาบาลด้านมาตรฐานการปฏิบัติ สมรรถนะพยาบาล ศักยภาพผู้ดูแลหลัก ระบบการดูแลต่อเนื่อง และการนิเทศพยาบาล มีกุญแจสู่ความสำเร็จที่สำคัญ คือ “P-NICU MODEL” สามารถยกระดับคุณภาพการพยาบาลทารก เพิ่มความปลอดภัย และลดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย. รายงานสถิติสาธารณสุขประจำปี 2566. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2566.
Guo J, Wang L. Risk factors of neonatal respiratory distress syndrome in preterm infants. Pediatr Pulmonol. 2019;54(11):1708–14.
จรรยา จิระประดิษฐา. การพยาบาลทารกเกิดก่อนกำหนดที่มีภาวะหายใจลำบาก. วารสาร การพยาบาลทารกและกุมารเวชศาสตร์. 2566;15(2):45–52.
Smyth RM, Markham C, Platt MJ. Advances in neonatal care: Technologies and clinical practice. Arch Dis Child Fetal Neonatal Ed. 2020;105(6):583–8.
Hassan M, Wright M. Nursing care for preterm infants with RDS: A clinical review. J Neonatal Nurs. 2017;23(4):177–83.
PCT Profile Tracer Preterm: กุมารเวชกรรม โรงพยาบาลมหาสารคาม. รายงานผลการดูแลผู้ป่วยทารกเกิดก่อนกำหนดและภาวะหายใจลำบาก. มหาสารคาม: โรงพยาบาลมหาสารคาม; 2567.
กระทรวงสาธารณสุข. Service Plan สาขาทารกแรกเกิด ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566–2570). กรุงเทพฯ: สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์; 2565.
สำนัก/หน่วยงานสาธารณสุข. (2021–2024). Service Plan / แนวทางการจัดบริการ (ตัวอย่างและแนวปฏิบัติ). เอกสารของกระทรวงสาธารณสุข / โรงพยาบาล (PDF).
Kemmis S, McTaggart R. The action research planner. 3rd ed. Victoria: Deakin University Press; 1988.
ศิริชัย กาญจนวาสี. การวิจัยทางการศึกษา: แนวคิด ขั้นตอนและการประยุกต์ใช้. พิมพ์ครั้งที่ 15. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2562.
ดวงเดือน พันธุมนาวิน. ระเบียบวิธีวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2563.
Downes JJ, Vidyasagar D, Boggs TR, Morrow GM. Respiratory distress syndrome of newborn infants: Clinical scoring system. J Pediatr. 1970;76(2):325–31.
อังคนา จันคามิ. นวัตกรรม Logan Bow สำหรับยึดท่อช่วยหายใจป้องกันการเลื่อนหลุดในทารก แรกเกิด. โรงพยาบาลมหาสารคาม; 2567.
Stetler CB. การปรับปรุงแนวคิด Stetler Model เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติการพยาบาลตามหลักฐานเชิงประจักษ์. Nurs Outlook. 2001;49(6):272–9.
เกรียงศักดิ์ จีระแพทย์, และคณะ. การพยาบาลทารกที่มีภาวะหายใจลำบากในระยะวิกฤต: ผลลัพธ์และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง. วารสารการพยาบาลทารก. 2564;13(1):45–59.
อรอนงค์ สุขเกษม, และคณะ. ผลของการใช้แบบประเมินทางเดินหายใจต่อความถูกต้องของการส่งต่อทารกแรกเกิด. วารสารการพยาบาลศาสตร์. 2563;38(2):88–99.
ศิริพร สุขสวัสดิ์, และคณะ. ผลของการวางแผนการจำหน่ายต่อความพร้อมของผู้ปกครองในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนด. วารสารการพยาบาลศาสตร์. 2563;38(2):112–23.
เสาวลักษณ์ ชมภูหลง. การพัฒนาสมรรถนะการพยาบาลทารกแรกเกิดของพยาบาลวิชาชีพในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด. วารสารการพยาบาลศาสตร์. 2563;38(2):77–88.
จิราพร วรรณโชติ. ผลของการพัฒนาสมรรถนะทางคลินิกต่อการลดภาวะแทรกซ้อนในทารกเกิดก่อน กำหนด. วารสารการพยาบาลทารก. 2564;13(2):91–102.
วิมลรัตน์ เชาวินัย, และคณะ. รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการดูแลผู้ป่วยทารกแรกเกิดของพยาบาล วิชาชีพในหน่วยผู้ป่วยทารกแรกเกิด. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ. 2565;44(1):33–45.
สุภาวดี นาคะ, และคณะ. การส่งเสริมการดูแลต่อเนื่องแบบครอบครัวเป็นศูนย์กลางต่อความมั่นใจและทักษะของผู้ดูแลทารกเกิดก่อนกำหนด. วารสารการพยาบาลทารก. 2564;13(2):67–79.
จุฬาลักษณ์ ศรีทอง, และคณะ. การดูแลต่อเนื่องทารกเกิดก่อนกำหนดโดยเครือข่ายบริการสุขภาพ. วารสารการพยาบาลศาสตร์. 2563;38(2):45–56.
เกรียงศักดิ์ จีระแพทย์, และคณะ. ผลของระบบการส่งต่อและการติดตามทารกแรกเกิดต่อความพึงพอใจของครอบครัวและผลลัพธ์ทางคลินิก. วารสารการพยาบาลทารก. 2564;13(1):78–89.
จิราพร แสงเพชร, และคณะ. ผลของการนิเทศทางคลินิกต่อสมรรถนะการปฏิบัติการพยาบาลในหอผู้ป่วยวิกฤต. วารสารการพยาบาลศาสตร์. 2563;38(2):55–67.
วราภรณ์ ทองสุก, และคณะ. การนิเทศทางการพยาบาลรูปแบบการสอนควบคู่การสะท้อนผลต่อคุณภาพการดูแลทารกแรกเกิด. วารสารการพยาบาลทารก. 2565;14(1):25–36.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารนี้เป็นลิขสิทธิ์ของโรงพยาบาลมหาสารคาม